法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกา กำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 พ.ศ. 2540 (Update วันที่ ณ 14/09/2555)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

กำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติ

ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

พ.ศ. ๒๕๔๐

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐

เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐

เป็นปีที่ ๕๒

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐบางแห่งเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๘

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พุทธศักราช ๒๕๓๘ และมาตรา ๔

แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ พ.ศ. ๒๕๔๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้ เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

(๑) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

(๒) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

(๓) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

(๔) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

(๕) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

(๖) องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

(๗)[๒] สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

(๘)[๓] สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(๙)[๔] สถาบันพระปกเกล้า

(๑๐)[๕]

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

(๑๑)[๖]

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

(๑๒)[๗]

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา

(๑๓)[๘]

สำนักงานศาลปกครอง

(๑๔)[๙]

สำนักงานศาลยุติธรรม

(๑๕)[๑๐]

สำนักงานปฏิรูปการศึกษา (องค์การมหาชน)

(๑๖)[๑๑]

สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (องค์การมหาชน)

(๑๗)[๑๒]

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

(๑๘)[๑๓]

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์การมหาชน)

(๑๙)[๑๔]

โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน)

(๒๐)[๑๕]

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

(๒๑)[๑๖]

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)

(๒๒)[๑๗]

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

(๒๓)[๑๘]

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(๒๔)[๑๙]

สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

(๒๕)[๒๐]

แพทยสภา

(๒๖)[๒๑]

บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

(๒๗)[๒๒]

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(๒๘)[๒๓]

สภาเภสัชกรรม

(๒๙)[๒๔]

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

(๓๐)[๒๕]

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

(๓๑)[๒๖]

ทันตแพทยสภา

(๓๒)[๒๗]

สภาการพยาบาล

(๓๓)[๒๘]

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

(๓๔)[๒๙]

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

(๓๕)[๓๐]

สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

(๓๖)[๓๑]

สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า

(๓๗)[๓๒]

คุรุสภา

(๓๘)[๓๓]

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

(๓๙)[๓๔]

ธนาคารแห่งประเทศไทย

(๔๐)[๓๕]

สภาวิศวกร

(๔๑)[๓๖]

กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

(๔๒)[๓๗]

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

(๔๓)[๓๘]

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

(๔๔)[๓๙]

สภากายภาพบำบัด

(๔๕)[๔๐]

สภาสถาปนิก

(๔๖)[๔๑]

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

(๔๗)[๔๒]

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ

(๔๘)[๔๓] สำนักงานอัยการสูงสุด

(๔๙)[๔๔]

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

(๕๐)[๔๕]

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

(๕๑)[๔๖]

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

(๕๒)[๔๗]

สภาเทคนิคการแพทย์

(๕๓)[๔๘]

กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ

มาตรา ๓/๑

มาตรา ๓/๑[๔๙] ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้

เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

(๑) องค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน

(๒)

มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการและอยู่ในกำกับของรัฐ

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ได้กำหนดหลักกฎหมายเรื่องความรับผิดทางละเมิดไว้แตกต่างจากหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและเกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่

และการจะนำหลักการนี้ไปใช้บังคับกับหน่วยงานใดที่มิใช่ราชการส่วนกลาง

ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกานั้น

จะต้องกำหนดในพระราชกฤษฎีกาอีกชั้นหนึ่ง สมควรกำหนดหน่วยงานของรัฐบางแห่งเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่ในระบบความรับผิดอันเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒[๕๐]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

มิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง

พ.ศ. ๒๕๔๑ และพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ตามลำดับ

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายดังกล่าวต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่ในระบบความรับผิดอันเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓[๕๑]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สถาบันพระปกเกล้า มิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้น โดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ

ตามพระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๑

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยที่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายดังกล่าว

ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔[๕๒]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สมควรกำหนดให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานศาลยุติธรรม

สำนักงานปฏิรูปการศึกษา (องค์การมหาชน) สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (องค์การมหาชน)

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์การมหาชน)

โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

(องค์การมหาชน) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ซึ่งมิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.

๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕[๕๓]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติมิได้มีสภาพเป็นกระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ

อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ตามพระราชบัญญัติพัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดให้สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายดังกล่าวต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๖[๕๔]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่แพทยสภา

บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

และสภาเภสัชกรรม มิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและใช้อำนาจรัฐตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม

พ.ศ. ๒๕๒๕ พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔

พระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๔๑

และพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ ตามลำดับ

อันจัดได้ว่าเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

บัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายดังกล่าวต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น เพื่อเจ้าหน้าที่ของแพทยสภา เจ้าหน้าที่ของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย

เจ้าหน้าที่ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

และเจ้าหน้าที่ของสภาเภสัชกรรม ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๖[๕๕]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่งที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

พ.ศ. ๒๕๓๔ แต่มิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม

ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

สมควรกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๖[๕๖]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ทันตแพทยสภา สภาการพยาบาล

และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและใช้อำนาจรัฐตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์

พ.ศ. ๒๕๒๘ และพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ตามลำดับ

อันจัดได้ว่าเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง

ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

บัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายดังกล่าวต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

เจ้าหน้าที่ของทันตแพทยสภา เจ้าหน้าที่ของสภาการพยาบาล

และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๗[๕๗]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

มิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม

ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่งตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ

(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๖

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ

(องค์การมหาชน)

ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๘[๕๘]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่ได้มีการจัดตั้งองค์การมหาชนตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒

เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้กำหนดไว้ให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นจำนวนมาก

รวมทั้งได้มีการกำหนดให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซึ่งเดิมถือเป็นส่วนราชการประเภทหนึ่งออกจากระบบราชการและมีสถานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ

แต่ยังไม่ได้กำหนดให้หน่วยงานดังกล่าวเป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ขององค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนและมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการและอยู่ในกำกับของรัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๙[๕๙]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้ามิได้มีฐานะเป็นกระทรวง

ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

และพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามลำดับ

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า

ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๙[๖๐]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่คุรุสภาและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษามิได้มีฐานะเป็นกระทรวง

ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๖ และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของคุรุสภาและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๑[๖๑]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๑[๖๒]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาวิศวกรมิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและใช้อำนาจรัฐตามพระราชบัญญัติวิศวกร

พ.ศ. ๒๕๔๒ อันจัดได้ว่าเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสภาวิศวกรซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๕๑[๖๓]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

มิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม

ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

พ.ศ. ๒๕๔๔ และพระราชบัญญัติคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามลำดับ

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๒[๖๔]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและสภากายภาพบำบัดมิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง

กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและใช้อำนาจรัฐตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน

พ.ศ. ๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ ตามลำดับ

อันจัดได้ว่าเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและสภากายภาพบำบัดซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ ประกอบกับสมควรแก้ไขลำดับของสภาวิศวกรกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ

และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเสียใหม่ให้ถูกต้อง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๒[๖๕]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาสถาปนิกมิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม

ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและใช้อำนาจรัฐตามพระราชบัญญัติสถาปนิก

พ.ศ. ๒๕๔๓ อันจัดได้ว่าเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสภาสถาปนิกซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๔[๖๖]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์

เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ มิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม

ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน

พ.ศ. ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ.

๒๕๕๑ ตามลำดับ

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์

เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๕๔[๖๗]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุง

กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ เกี่ยวกับสำนักงานอัยการสูงสุด

ทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดไม่ใช่กระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่เป็นส่วนราชการที่มีอิสระในการบริหารงานบุคคล

การงบประมาณและการดำเนินการอื่นและเป็นนิติบุคคล

ซึ่งทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดไม่เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ อีกต่อไป และโดยที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.

๒๕๓๙

บัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๕[๖๘]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติมิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม

หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๕[๖๙]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่ได้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘

ทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาไม่ใช่กระทรวง

ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่เป็นส่วนราชการที่เป็นนิติบุคคลและมีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ

และการดำเนินการอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๕๔

ซึ่งทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาไม่เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ อีกต่อไป และโดยที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.

๒๕๓๙

บัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๕๕[๗๐]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาเทคนิคการแพทย์มิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการ

ที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจ ที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและใช้อำนาจรัฐตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์

พ.ศ. ๒๕๔๗ อันจัดได้ว่าเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทหนึ่ง

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสภาเทคนิคการแพทย์

ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๕๕[๗๑]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติมิได้มีฐานะเป็นกระทรวง

ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

หากแต่ได้รับการจัดตั้งให้มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชกำหนดกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ

พ.ศ. ๒๕๕๕

และขณะนี้ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙

และโดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้การกำหนดให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็นหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายฉบับนี้ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ปณตภร/ผู้จัดทำ

๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕

ประดิชญา/ปรับปรุง

๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

วิชพงษ์/ผู้ตรวจ

๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๑/๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๐

[๒] มาตรา ๓ (๗)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๓] มาตรา ๓ (๘)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

[๔] มาตรา ๓ (๙)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

[๕] มาตรา ๓ (๑๐)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๖] มาตรา ๓ (๑๑)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๗] มาตรา ๓ (๑๒)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๘] มาตรา ๓ (๑๓)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๙] มาตรา ๓ (๑๔)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๐] มาตรา ๓ (๑๕)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๑] มาตรา ๓ (๑๖)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๒] มาตรา ๓ (๑๗)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๓] มาตรา ๓ (๑๘)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๔] มาตรา ๓ (๑๙)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๕] มาตรา ๓ (๒๐)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๖] มาตรา ๓ (๒๑)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๗] มาตรา ๓ (๒๒)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๘] มาตรา ๓ (๒๓)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๑๙] มาตรา ๓ (๒๔)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕

[๒๐] มาตรา ๓ (๒๕)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๑] มาตรา ๓ (๒๖)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๒] มาตรา ๓ (๒๗)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๓] มาตรา ๓ (๒๘)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๔] มาตรา ๓ (๒๙)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๕] มาตรา ๓ (๓๐)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๖] มาตรา ๓ (๓๑)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๗] มาตรา ๓ (๓๒)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๘] มาตรา ๓ (๓๓)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๒๙] มาตรา ๓ (๓๔)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๗

[๓๐] มาตรา ๓ (๓๕)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๓๑] มาตรา ๓ (๓๖)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๓๒] มาตรา ๓ (๓๗)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๓๓] มาตรา ๓ (๓๘)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๙

[๓๔] มาตรา ๓ (๓๙)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๑

[๓๕] มาตรา ๓ (๔๐)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๓๖] มาตรา ๓ (๔๑)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๓๗] มาตรา ๓ (๔๒)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๓๘] มาตรา ๓ (๔๓)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๓๙] มาตรา ๓ (๔๔)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๔๐] มาตรา ๓ (๔๕)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๒

[๔๑] มาตรา ๓ (๔๖)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๔๒] มาตรา ๓ (๔๗)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๔๓] มาตรา ๓ (๔๘)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๔๔] มาตรา ๓ (๔๙)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๕

[๔๕] มาตรา ๓ (๕๐)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๕

[๔๖] มาตรา ๓ (๕๑)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๕๕

[๔๗] มาตรา ๓ (๕๒)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๕๕

[๔๘] มาตรา ๓ (๕๓)

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๕๕

[๔๙] มาตรา ๓/๑

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๓๙ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๕๐] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๑๒๓ ก/หน้า ๒๐/๔ ธันวาคม ๒๕๔๒

[๕๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๑๙ ก/หน้า ๑๒/๑๔ มีนาคม ๒๕๔๓

[๕๒] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑/๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๔

[๕๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๘๒ ก/หน้า ๑/๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๕

[๕๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๕๕ ก/หน้า ๒๑/๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๖

[๕๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๖๙ ก/หน้า ๑/๑๘ กรกฎาคม

๒๕๔๖

[๕๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๐๗ ก/หน้า ๓๓/๓๐ ตุลาคม ๒๕๔๖

[๕๗] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๗๓ ก/หน้า ๓/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๗

[๕๘] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๘๕ ก/หน้า ๑/๒๓ กันยายน ๒๕๔๘

[๕๙] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๓๕ ก/หน้า ๕/๕ เมษายน ๒๕๔๙

[๖๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม

๑๒๓/ตอนที่ ๘๒ ก/หน้า ๑/๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๙

[๖๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑๕/๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๑

[๖๒] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๓๗ ก/หน้า ๒๕/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑

[๖๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๓๘ ก/หน้า ๑๐๘/๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑

[๖๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๙๗ ก/หน้า ๑/๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๒

[๖๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๙๗ ก/หน้า ๔/๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๒

[๖๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๒๕ ก/หน้า ๑/๑๑ เมษายน ๒๕๕๔

[๖๗] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๑๙/๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔

[๖๘] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๒๘ ก/หน้า ๕/๒๑ มีนาคม ๒๕๕๕

[๖๙] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๕๗ ก/หน้า ๑/๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๕

[๗๐] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๕๗ ก/หน้า ๔/๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๕

[๗๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๘๙ ก/หน้า ๑๓/๑๔ กันยายน ๒๕๕๕

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกา กำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 พ.ศ. 2540 (Update วันที่ ณ 14/09/2555) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8426aa962b89ee1f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com