พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา
ครุยวิทยฐานะ
เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่ง
ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
พ.ศ. ๒๕๓๘[๑]
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
เป็นปีที่ ๕๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา
ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๘
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พุทธศักราช ๒๕๓๘ กับมาตรา ๔๖ วรรคสอง และมาตรา ๕๐
วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ
เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๓๘
มาตรา ๒
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๓๘ เป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ดังนี้
(๑) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า การศึกษาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ กศ.ด.
(ข) โท เรียกว่า การศึกษามหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ กศ.ม.
(ค) ตรี
เรียกว่า การศึกษาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ กศ.บ.
(๒) สาขาวิชาเทคโนโลยี มีปริญญาหนึ่งชั้น คือ เทคโนโลยีบัณฑิต
ใช้อักษรย่อ ทล.บ.
(๓) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ด.
(ข) โท เรียกว่า บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า บริหารธุรกิจบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.บ.
(๔) สาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.ด.
(ข) โท เรียกว่า ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า ศิลปศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.บ.
(๕) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก) เอก เรียกว่า วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ด.
(ข) โท เรียกว่า วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ม.
(ค) ตรี เรียกว่า วิทยาศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.บ.
ทั้งนี้
ให้ระบุชื่อสาขาวิชาหรือวิชาเอกในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย ถ้ามี
มาตรา ๔
ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีสามชั้น คือ
(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต ทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ
เย็บเป็นเสื้อครุยยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ หลังจีบ ตัวเสื้อผ่าอกตลอด
มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเทากว้าง ๘ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยผ้าสีเหลืองกว้าง ๐.๔
เซนติเมตร เย็บติดเป็นสาบตามสีประจำมหาวิทยาลัยตลอดด้านหน้าทั้งสองข้างและโอบรอบคอเสื้อ
แขนเสื้อปลายบานยาวระดับข้อมือ ตอนกลางแขนเสื้อทั้งสองข้างมีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีดำกว้าง
๔ เซนติเมตร ยาว ๔๒ เซนติเมตร ปลายแถบทั้งสองข้างเป็นมุมแหลมจำนวน ๓
แถบติดเรียงกันตามขวางระยะห่างกัน ๔ เซนติเมตร มีผ้าคล้องคอด้านในทำด้วยผ้าต่วนหรือแพรสีเหลือง
มีแถบทำด้วยผ้าต่วนหรือแพรสีเทาขนาดกว้าง ๘ เซนติเมตร ทาบตามแนวขวาง
ด้านนอกมีพื้นเป็นผ้าต่วนหรือแพรสีประจำคณะ มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเทากว้าง ๘
เซนติเมตร ทาบจากขอบมุมด้านล่างเป็นแนวยาวรอบ และมีแพรสีเหลืองขนาดกว้าง ๑.๒
เซนติเมตร ขลิบริมขอบล่าง
(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต
แต่กลางแขนมีผ้าแถบกำมะหยี่สีดำจำนวน ๒ แถบติดเรียงกันตามขวางระยะห่างกัน ๔
เซนติเมตร
(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต
แต่กลางแขนมีผ้าแถบกำมะหยี่สีดำจำนวน ๑ แถบติดตามขวาง
มาตรา ๕
เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีลักษณะเป็นรูปตรามหาวิทยาลัย
ซึ่งเรียกว่า โรจนากร ขนาดกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๔.๕ เซนติเมตร มีองค์ประกอบเป็นรูปใบเสมา
ตรงกลางมีรูปสัญลักษณ์ขององค์พระธาตุนาดูนประดิษฐานอยู่เหนือสุริยรังสี
ด้านล่างเป็นลายขัดอีสานมีคำขวัญเป็นภาษาบาลีว่า พหูนํ ปณฑิโต ชีเว หมายถึง
ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน
มาตรา ๖
ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย
กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดีของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีดังนี้
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยทำด้วยผ้าหรือแพรสีเทาเข้ม
เย็บเป็นเสื้อคลุมยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ ด้านหลังจีบ
ด้านหน้าตัวเสื้อทำด้วยผ้ากำมะหยี่หรือผ้าสักหลาดสีเหลืองทั้งสองข้าง
ขนาดกว้างข้างละ ๑๐ เซนติเมตร ขลิบริมด้วยผ้าสีดำกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร
แขนเสื้อกว้างความยาวถึงข้อมือ กลางแขนเสื้อทั้งสองข้าง มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลืองกว้าง
๔.๕ เซนติเมตร ยาว ๔๒ เซนติเมตร ปลายแถบทั้งสองข้างเป็นมุมแหลมจำนวน ๔
แถบติดเรียงกันระยะห่าง ๓.๕ เซนติเมตร ตัวเสื้อประดับด้วยสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทอง
มีผ้าคล้องคอ ด้านในมีลักษณะเช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต ด้านนอกมีพื้นเป็นผ้าต่วนหรือแพรสีเทา
มีแถบกำมะหยี่หรือสักหลาดสีเหลืองขนาดกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร ขลิบริมขอบล่าง
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย
แต่ตัวเสื้อไม่มีสายสร้อยประดับ
(๓) อธิการบดี เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย
แต่ตัวเสือประดับด้วยสายสร้อยทำด้วยโลหะสีเงิน
มาตรา ๗
สีประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคามและสีประจำคณะ มีดังนี้
(๑) มหาวิทยาลัย สีเหลืองเทา
(๒) คณะเทคโนโลยี สีชมพู
(๓) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สีม่วง
(๔) คณะวิทยาศาสตร์ สีเหลือง
(๕) คณะศึกษาศาสตร์ สีฟ้า
มาตรา ๘
ให้มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
มาตรา ๙
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
บรรหาร ศิลปอาชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมหาสารคามขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
พ.ศ.๒๕๓๗ และมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้เปิดสอนหลักสูตรสาขาวิชาต่าง ๆ แล้ว
ประกอบกับมาตรา ๔๖ วรรคสอง และมาตรา ๕๐ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ.๒๕๓๗ บัญญัติให้การกำหนดปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
คุณากร/ผู้จัดทำ
๒๘ กันยายน ๒๕๕๔
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๕๖ ก/หน้า ๑๐/๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).