法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 347 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๒]

กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลงิ้วราย ตำบลห้วยเกตุ ตำบลหนองพยอม

ตำบลตะพานหิน และตำบลไทรโรงโขน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

การดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน

การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ

และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒

ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ

สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต

ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ชุมชนเมืองเป็นศูนย์กลางการบริหาร การค้า การบริการและการศึกษาของอำเภอตะพานหิน

จังหวัดพิจิตร

(๒)

ส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมบริการ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ

ที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น

(๓) พัฒนาการบริการทางสังคม

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน

(๔)

อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท

แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑

ถึงหมายเลข ๑.๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑

ถึงหมายเลข ๒.๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑

ถึงหมายเลข ๓.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔

ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า

(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑

ถึงหมายเลข ๕.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ

(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑

ถึงหมายเลข ๖.๑๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีน้ำตาลให้เป็นที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑

ถึงหมายเลข ๙.๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

(๑๐) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑

ถึงหมายเลข ๑๐.๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

(๑๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑.๑

ถึงหมายเลข ๑๑.๑๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย

สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นเพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒) คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต

(๓) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๔) สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ

(๕)

คลังวัตถุระเบิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

(๖) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ

แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่ เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๗) กำจัดมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย

สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นเพิ่มได้อีก ไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒) คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต

(๓) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๔) สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ

(๕) คลังวัตถุระเบิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

(๖) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ

แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่ เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๗) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๘) กำจัดมูลฝอย

(๙) ซื้อขายเศษวัสดุ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นเพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒) คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต

(๓) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๔) สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่ไม่หมายความรวมถึงร้านจำหน่ายก๊าซ

(๕)

คลังวัตถุระเบิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

(๖) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ

แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่ เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๗) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร

(๘)

สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๙) กำจัดมูลฝอย

(๑๐) ซื้อขายเศษวัสดุ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรม

คลังสินค้า การท่าเรือและกิจการที่เกี่ยวข้อง สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นเพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็กหรือคนชรา

(๒) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมบริการ

อุตสาหกรรมการเกษตร คลังสินค้า อุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นเพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมการเกษตร

หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

(๒)

คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต

(๓) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็กหรือคนชรา

(๔) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรม

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นเพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละ ๑๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

ประกอบพาณิชย์ หรือประกอบอุตสาหกรรม

(๒) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ

การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา หรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา

สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนา

หรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ

กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐

เสนาะ

เทียนทอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๒.

แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๔๗

(พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๓.

รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๔. แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๕.

รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๔๗ (พ.ศ.

๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลงิ้วราย ตำบลห้วยเกตุ ตำบลหนองพยอม

ตำบลตะพานหิน และตำบลไทรโรงโขน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน

การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง

และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองหลังสวน

จังหวัดชุมพร พ.ศ. ๒๕๔๕[๓]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปรากฏว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลวังตะกอ

ตำบลนาขา ตำบลแหลมทราย ตำบลขันเงิน ตำบลหลังสวน ตำบลท่ามะพลา และตำบลพ้อแดง

อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๓๘ (พ.ศ. ๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงดังกล่าวต่อไปอีกห้าปี

และเนื่องจากมาตรา ๒๖ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า

ภายในหนึ่งปีก่อนระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสิ้นสุดลง

ถ้าปรากฏว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงดังกล่าวไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ

และเมื่อได้จัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่ใช้บังคับผังเมืองรวมนั้นแล้วไม่มีผู้ใดคัดค้าน

ก็ให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงได้อีกห้าปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง

กำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม พ.ศ. ๒๕๔๙[๔]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน

๘ แห่งมีการเปลี่ยนแปลงไป

ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสมแต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๘

ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี

และโดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงว่าด้วยการนี้มาแล้วหลายครั้ง

สมควรนำการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมที่ยังไม่สิ้นสุดการใช้บังคับมากำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน

เพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้บังคับกฎหมาย

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙[๕]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๗ แห่ง

มีการเปลี่ยนแปลงไป

ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม

แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๗

ฉบับ ต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๙[๖]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๕ แห่ง

มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม

แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๕

ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐[๗]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๕ แห่ง

มีการเปลี่ยนแปลงไป

ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม

แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๕

ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๐[๘]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๕ แห่ง

มีการเปลี่ยนแปลงไป

ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม

แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๕

ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐[๙]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๒ แห่ง

มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม

แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๒

ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐[๑๐]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน

๘ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป

ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม

แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๘

ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๑[๑๑]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลสะเดา

ตำบลปริก ตำบลสำนักแต้ว และตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ตามกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓๖๘ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งได้เคยขยายระยะเวลาการใช้บังคับต่อไปอีกห้าปีมาครั้งหนึ่งแล้ว

โดยกฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม พ.ศ. ๒๕๔๙

มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม

แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

(ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๑[๑๒]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน ๑๒ แห่ง

มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม

แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวมาครั้งหนึ่งแล้ว

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๑๒

ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๑[๑๓]

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้บังคับผังเมืองรวมจำนวน

๕ แห่ง มีการเปลี่ยนแปลงไป

ต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าวเสียใหม่ให้เหมาะสม

แต่ไม่อาจดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมใช้บังคับ

ประกอบกับได้มีการขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมบางฉบับมาครั้งหนึ่งแล้ว

สมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมดังกล่าวจำนวน ๕

ฉบับต่อไปอีกหนึ่งปี

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

สุนันทา/ผู้จัดทำ

๑๑

ธันวาคม ๒๕๕๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๔๑ ก/หน้า ๙/๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๐

[๒]

วันสิ้นสุดการใช้บังคับ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๒

ขยายระยะเวลาการใช้บังคับโดยกฎกระทรวงกำหนดการขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวม

พ.ศ. ๒๕๔๙

[๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๕๖ ก/หน้า ๑๕/๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๕

[๔]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๘/๖ มีนาคม ๒๕๔๙

[๕]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๕๔ ก/หน้า ๑๙/๒๕

พฤษภาคม ๒๕๔๙

[๖]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑๖/๒๒ กันยายน ๒๕๔๙

[๗]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๑/๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

[๘]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๒๒ ก/หน้า ๓๗/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐

[๙]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๓๑/๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๐

[๑๐]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๘๑ ก/หน้า ๑/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

[๑๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๔๘ ก/หน้า ๔๑/๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑

[๑๒]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๗๕ ก/หน้า ๑/๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

[๑๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๙๔ ก/หน้า ๔/๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๑

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 347 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_84e585c79326c213

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com