法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติตามช้าง รัตนโกสินทร์ ศก 127

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ตามช้าง

รัตนโกสินทรศก

๑๒๗

มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ดำรัสเหนือเกล้า ฯ ว่า พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะและกฎข้อบังคับต่าง ๆ

อันได้ตั้งไว้เพื่อระงับการลักช้างนั้น ยังไม่พอที่จะป้องกันการลักช้างทางหัวเมืองชายพระราชอาณาเขตบางมณฑลได้

ทรงพระราชดำริเห็นว่า ควรจะเพิ่มเติมอำนาจเจ้าพนักงานในส่วนนี้ให้มากขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้

หมวดที่ ๑

นามพระราชบัญญัติและอำนาจเจ้าพนักงาน

มาตรา ๑

มาตรา ๑

ให้เรียกพระราชบัญญัตินี้ว่า “พระราชบัญญัติตามช้างรัตนโกสินทรศก ๑๒๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ในมณฑลใด เมืองใด จะได้โปรดเกล้า ฯ

ให้ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษาให้ทราบทั่วกัน และเมื่อได้ประกาศเช่นนั้นแล้ว

ให้ถือว่าบรรดาข้อความซึ่งขัดกับพระราชบัญญัตินี้ในกฎหมาย และกฎข้อบังคับต่าง ๆ

อันยังใช้อยู่นั้น เป็นอันยกเลิกมิให้ใช้ในมณฑลหรือเมืองนั้นสืบไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

บางคำที่ใช้ในพระราชบัญญัตินี้นั้น

นอกจากบรรดาซึ่งมีเนื้อความประกอบหมายไว้ให้เป็นอย่างอื่น

ให้ถือว่าคำเหล่านั้นหมายความดังจะว่าต่อไปนี้คือ

คำว่า “ผู้ว่าราชการเมือง” นั้น ให้หมายความตลอดถึงเค้าสนามหลวงและข้าหลวงจังหวัด

คำว่า “เจ้าพนักงานปกครองท้องที่” นั้น ให้หมายความตลอดถึงนายอำเภอและกำนัน

คำว่า “กฎเสนาบดี” นั้น ให้หมายความว่า

บรรดากฎและข้อบังคับในทางบัญชาให้การดำเนินโดยบริบูรณ์ตามพระราชบัญญัตินี้

อันเป็นกฎและข้อบังคับ

ซึ่งเสนาบดีเจ้ากระทรวงได้ตั้งขึ้นโดยได้รับพระบรมราชานุญาต

และได้ประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ

หมวดที่ ๒

ว่าด้วยการจดทะเบียนช้าง

มาตรา ๔

มาตรา ๔

เมื่อได้ประกาศให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ในมณฑลใด

ให้ผู้ที่มีช้างนำช้างมาจดทะเบียนหลวงให้สิ้นเชิง ภายในเวลาสามเดือน

นับแต่วันที่ประกาศนั้น ให้เจ้าของช้างนำช้างไปจดทะเบียน ณ

ที่ว่าการเมืองอันตั้งอยู่ใกล้ ถ้าไม่ไปเองจะมอบอำนาจให้คนอื่นไปแทนก็ได้

ในการนี้ให้ถือว่าผู้ว่าราชการเมือง

มีตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ อนึ่งในที่ว่าการเมืองนั้น

ให้ปิดประกาศบอกชื่อตำบลต่าง ๆ ที่ใช้เป็นที่จดทะเบียนช้าง

และบอกอาณาเขตซึ่งอยู่ในบังคับของเจ้าพนักงานทะเบียนและอาณาเขตอำเภอต่าง ๆ

ที่ขึ้นแก่เจ้าพนักงานทะเบียนนั้นด้วย

มาตรา ๕

มาตรา ๕

เมื่อจดทะเบียนช้างใด ให้เจ้าพนักงานออกตั๋วพิมพ์รูปพรรณเป็นฉบับคู่ให้แก่เจ้าของช้าง

ตั๋วที่ออกให้ไปนั้นให้เจ้าของช้างรักษาไว้ฉบับหนึ่งอีกฉบับหนึ่งซึ่งเป็นคู่กันนั้นให้มอบไว้กับคนที่รักษาช้าง

ในตั๋วพิมพ์รูปพรรณทุกฉบับต้องจดชื่อช้างและชื่อเจ้าของช้าง และตำหนิรูปพรรณ

ตามซึ่งเจ้าพนักงานทะเบียนจะเห็นควรให้จดไว้เพื่อการสอบสวน

เมื่อได้จดทะเบียนดังนี้แล้ว

เจ้าพนักงานทะเบียนต้องรักษาใบคู่เทียบตั๋วพิมพ์รูปพรรณนั้นไว้ให้มั่นคง

และต้องรีบแจ้งความการที่ได้จดทะเบียนนั้นไปยังนายอำเภอซึ่งอยู่ใต้บังคับให้ทราบทั่วกัน

และฝ่ายนายอำเภอก็ต้องมีบัญชีสำหรับจดชื่อช้างที่เจ้าพนักงานทะเบียนแจ้งมาให้ทราบนั้นด้วยทุกราย

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้เรียกค่าธรรมเนียมจดทะเบียนช้างตัวละ ๒๐ บาท ถ้าและช้างตัวใดได้จดทะเบียนมาแล้วตามลักษณะกฎหมายและข้อบังคับอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนที่ลงมือใช้พระราชบัญญัตินี้

ก็ให้เรียกค่าธรรมเนียมแต่ ๕ บาท

มาตรา ๗

มาตรา ๗

เมื่อพ้นกำหนดเวลา ๓ เดือน ดังว่ามาในมาตรา ๔ นั้นไปแล้ว

ถ้าปรากฏว่าไม่มีตั๋วพิมพ์รูปพรรณ อย่างที่ให้ใช้ตามพระราชบัญญัตินี้สำหรับช้างใด

ก็ให้ยึดช้างนั้นไว้จนกว่าเจ้าของช้างนั้นได้มาจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ถ้าเจ้าของช้างใดมิได้นำช้างมาจดทะเบียนก็ดี หรือว่าผู้ขับช้างนั้นมิได้มีตั๋วพิมพ์รูปพรรณ

อย่างที่ให้ใช้ตามพระราชบัญญัตินี้สำหรับช้างก็ดี

ให้ถือว่าผู้เป็นเจ้าของช้างหรือผู้ขับช้างนั้นมีความผิด ต้องระวางโทษ

ถ้าเป็นเจ้าของช้างปรับไม่เกินกว่า ๑๐๐ บาท ถ้าเป็นผู้ขับช้างปรับไม่เกินกว่า ๕๐

บาท

หมวดที่ ๓

ว่าด้วยการเปลี่ยนเจ้าของช้าง

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ถ้าผู้ใดจะขายช้างหรือจำนำช้าง ผู้ขาย ผู้ซื้อ

หรือผู้จำนำผู้รับจำนำและพยานต้องไปพร้อมกัน ณ ที่ว่าการอำเภอ

และต้องพาช้างที่จะขายหรือจำนำนั้นไปด้วย แล้วให้นายอำเภอจดหมายการซื้อขาย

หรือจำนำนั้นลงในตั๋วพิมพ์รูปพรรณเป็นหลักฐาน ถ้ามิทำกันเช่นนี้ ห้ามมิให้ถือว่าการที่ซื้อขาย

หรือจำนำช้างนั้นชอบด้วยกฎหมาย

อนึ่งถ้าผู้ใดจะยกช้างของตัวให้แก่ผู้อื่นเป็นการให้ปัน

หรือผู้ใดจะไถ่ช้างซึ่งได้จำนำไว้ตามพระราชบัญญัตินี้

ก็ต้องกระทำตามวิธีอย่างเดียวกันกับการซื้อขายหรือจำนำช้างเช่นว่ามาในมาตรานี้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ถ้าผู้ใดได้ช้างมาไว้เป็นทรัพย์มรดก

ผู้นั้นต้องนำพยานและช้างนั้นไปต่อหน้านายอำเภอ

และนายอำเภอต้องจดหมายการเปลี่ยนเจ้าของช้างโดยฐานมรดกนั้น

ลงไว้ในตั๋วพิมพ์รูปพรรณของช้างนั้นเป็นสำคัญ

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ในการเปลี่ยนเจ้าของช้างโดยเหตุต่าง ๆ หรือในการจำนำหรือไถ่ช้างดังว่ามาในมาตรา

๙ และมาตรา ๑๐ นั้น ให้เรียกค่าธรรมเนียมรายตัวช้าง

ถ้าเป็นการเปลี่ยนเจ้าของให้เรียกเก็บตัวละ ๒๐ บาท ถ้าเป็นการจำนำหรือไถ่ช้าง

ให้เรียกตัวละ ๑๐ บาท ถ้าเป็นช้างพังมีลูกต่ำกว่า ๓ ขวบติดมาด้วย

ก็ให้จดรูปพรรณและทำจำนำลูกช้างนั้นไว้ด้วย โดยไม่ต้องเรียกค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

เมื่อจะจัดการเปลี่ยนเจ้าของช้างหรือจำนำช้างนั้น ให้นายอำเภอซักถามผู้ซื้อ ผู้ขาย

หรือผู้จำนำ ผู้รับจำนำทั้งสองฝ่าย และตรวจดูช้างนั้น

ให้เป็นที่แน่แก่ใจเสียก่อนว่า การที่เปลี่ยนเจ้าของ

หรือทำจำนำนั้นไม่เป็นการผิดต่อกฎหมาย จึงทำจดหมายการซื้อขายหรือจำนำนั้นให้ได้

และเมื่อได้ทำแล้วให้นายอำเภอจดหมายรายงานการนั้นไว้เป็นหลักฐาน

และให้คัดสำเนาส่งไปยังเจ้าพนักงานทะเบียน ซึ่งตนอยู่ใต้บังคับนั้นให้ทราบไว้ด้วย

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ถ้ามีการขายช้างหรือเปลี่ยนเจ้าของช้าง หรือจำนำช้างด้วยประการใด ๆ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัตินี้

ให้ถือว่าทั้งผู้ขายและผู้ซื้อหรือผู้จำนำ ผู้รับจำนำ

ต่างกันมีความผิดต้องระวางโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือสถานหนึ่งให้ปรับไม่เกินกว่า

๒๕๐ บาท

สถานหนึ่งให้จำคุกไม่เกินกว่าปีหนึ่งสถานหนึ่งให้ลงโทษทั้งจำทั้งปรับเช่นว่ามาแล้วด้วยกัน

หมวดที่ ๔

ว่าด้วยการพาช้างข้ามเขตแดน

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ถ้าผู้ใดจะพาช้างออกไปนอกพระราชอาณาเขต

ต้องได้รับใบอนุญาตซึ่งมีจดหมายบอกตำหนิรูปพรรณช้างนั้น

โดยชัดเจนจากเจ้าพนักงานทะเบียนเสียก่อน จึงจะพาออกไปได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ถ้าผู้ใดจะพาช้างเข้ามาในพระราชอาณาเขต ก็ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานในหน้าที่ของประเทศที่ตนจะพาช้างมานั้นเสียก่อน

จึงจะพาช้างนั้นข้ามเขตแดนเข้ามาได้

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

จะออกใบอนุญาตให้ผู้ใดพาช้างออกไปนอกพระราชอาณาเขตนั้นเจ้าพนักงานทะเบียนต้องตรวจดูช้าง

และซักถามพยานให้เป็นที่แน่แก่ใจเสียก่อนว่าการที่จะพาช้างออกไปนั้นเป็นการทำโดยสุจริต

จึงออกใบอนุญาตให้ไปได้

ค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตเช่นนี้

ให้เรียกฉบับละ ๑๐ บาท

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ถ้าผู้ใดที่จะพาช้างข้างเขตแดน ไม่มีใบอนุญาตเช่นว่าไว้ในมาตรา ๑๔ และ ๑๕

เจ้าพนักงานจะยึดช้างนั้นไว้ กว่าจะได้ความปรากฏว่าผู้ใดเป็นเจ้าของช้าง

หรือมิฉะนั้นจะห้ามมิให้พาช้างนั้นข้ามเขตแดนก็ได้

หมวดที่ ๕

ว่าด้วยการติดตามช้างที่พลัดหรือที่ถูกลักไป

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

เมื่อเกิดการลักช้างหรือช้างหายไปในแขวงใด

นายอำเภอหรือกำนันจะเรียกให้ชาวบ้านออกช่วยติดตามเอาช้างนั้นคืน

ชาวบ้านแขวงนั้นต้องช่วยทุกครั้ง

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

เมื่อนายอำเภอหรือกำนันอำเภอใดแขวงใดทราบว่า เกิดการลักช้างหรือมีช้างหายไป

ให้นายอำเภอหรือกำนันนั้นรีบไปตรวจวัดรอยช้างนั้นทั้งสี่รอยเท้า

และสืบสวนให้ได้ความโดยละเอียดที่จะสืบได้ว่า ช้างนั้นมีตำหนิรูปพรรณอย่างไร แล้วให้เร่งออกติดตามโดยสะกดตามรอยเท้าช้างนั้น

และจะเห็นสมควรเรียกให้ชาวบ้านคนใด ๆ ในแขวงนั้นไปช่วยกันติดตามช้างนั้นด้วยก็ได้

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ให้บังคับควานช้างหรือคนที่เป็นผู้รักษาช้างอยู่

ในเวลาที่ว่าช้างถูกลักไปหรือหายไปนั้น ให้ไปด้วยกับกรมการอำเภอ

หรือกำนันผู้เป็นเจ้าพนักงานที่จะออกติดตามช้างจนกว่าจะได้ช้างนั้นคืน

หรือจนกว่ารอยช้างนั้นจะไปหมดหายลงในที่ใด ๆ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

เมื่อนายอำเภอหรือกำนันผู้เป็นเจ้าพนักงานติดตามช้างนั้น

ได้ตามรอยช้างล่วงเลยเข้าไปในแขวงอื่น ก็ให้มอบตำหนิรูปพรรณ

พร้อมทั้งขนาดรอยเท้าช้างนั้นให้แก่เจ้าพนักงานผู้ปกครองแขวงนั้นไว้

และให้เจ้าพนักงานแขวงนั้นกระทำการติดตามช้างนั้นต่อไปเช่นเดียวกัน

และโดยมีอำนาจอย่างเดียวกันกับที่เจ้าพนักงานแขวงเดิมได้กระทำการติดตามช้างมาแล้ว

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ถ้าเจ้าพนักงานคนใด หรือผู้หนึ่งผู้ใดขัดขืนไม่กระทำการตามมาตรา ๑๗,๑๙,๒๐

และ ๒๑ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษานุโทษเป็นสามสถานคือ

สถานหนึ่งให้ปรับไม่เกินกว่า ๒๕๐ บาท สถานหนึ่งให้จำคุกไม่เกินกว่า ๓

เดือนสถานหนึ่งให้ลงโทษทั้งจำทั้งปรับเช่นว่ามาแล้วด้วย

เงินค่าปรับนั้นศาลจะเห็นสมควรส่งเป็นพินัยหลวง

หรือจะให้เป็นสินไหมทั้งหมด หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดแก่เจ้าของช้างก็ได้

แต่มิให้ถือว่าความในมาตรานี้เป็นอันลบล้างความชอบธรรมของเจ้าของช้างที่จะร้องขอค่าสินไหมตามความในมาตรา

๒๓ ด้วยอีกโสดหนึ่ง เป็นแต่ถ้าเจ้าของช้างจะได้รับสินไหมตามมาตรา ๒๓ นั้นเท่าใด

ต้องคิดหักสินไหมที่ได้รับตามมาตรานี้แล้วนั้นออกเสียก่อน

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ถ้ารอยช้างใดที่ถูกลักนั้นไปหมดลงในแขวงใด และจะติดตามต่อไปมิได้

ให้ถือว่าบรรดาเจ้าพนักงานและชาวบ้านในแขวงนั้นอยู่ในความรับผิดชอบจะต้องส่งตัวผู้ร้ายมาให้พิจารณาลงโทษตามกฎหมาย

และจับช้างที่ถูกลักไปนั้นส่งคืนมาด้วย ถ้าจับผู้ร้ายและช้างนั้นส่งมาไม่ได้ ก็ให้บังคับให้คนเหล่านั้นเสียค่าสินไหมให้แก่เจ้าของช้างที่ถูกลักไปนั้นจงเต็มตามราคาช้าง

แต่การปรับให้เสียค่าสินไหมที่ว่านี้

ให้ใช้ได้แต่เฉพาะในส่วนช้างซึ่งมีตั๋วพิมพ์รูปพรรณ ตามลักษณะพระราชบัญญัตินี้

และเฉพาะตามจำนวนที่ว่าไว้ในตั๋วนั้น ความมาตรา ๒๓ นี้โดยปกติมิให้ใช้ต่อเมื่อใดข้าหลวงซึ่งสำเร็จราชการมณฑลเห็นว่ามีเหตุสมควรใช้ความในมาตรานี้ในเมืองใดหรืออำเภอใด

ๆ จึงให้ประกาศใช้ชั่วคราวไม่เกินคราวละ ๖ เดือน

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

เมื่อได้ช้างซึ่งถูกลักไป หรือที่หายไปนั้นคืนมาโดยที่ได้สะกดรอยติดตามก็ดี

หรือโดยอย่างใด ๆ ก็ดี ถ้าปรากฏว่าการที่พบช้างนั้นมิได้เป็นการสมรู้กันกับผู้ที่ลักหรือซ่อนช้างนั้น

ก็ให้ถือว่าผู้ที่พบช้างนั้นควรได้รับรางวัล ๒๐๐ บาทจากเจ้าของช้าง

หมวดที่ ๖

ว่าด้วยการบังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจตั้งกฎข้อบังคับตามครั้งคราวที่เห็นสมควรแก่การ

เพื่อบังคับบัญชาให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้จงทุกประการ

และบรรดากฎข้อบังคับอันจะตั้งขึ้นนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

ให้ถือว่าเป็นส่วนแห่งพระราชบัญญัตินี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศนั้นไป

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ถืออำนาจบังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้

ในอาณาเขตอันอยู่ในความปกครองของกระทรวงมหาดไทย

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ เดือนมกราคม รัตนโกสินทรศก

๑๒๗ เป็นวันที่ ๑๔๖๗๒ ในรัชกาลปัจจุบันนี้

พรพิมล/แก้ไข

๒๑ ก.พ . ๔๕

A+B (C)

ทรงยศ

สราวุฒิ

จัดทำ

๑๙ พ.ค. ๔๖

[๑]

รก.๑๒๗/-/๑๒๒๖/๑๗ มกราคม ๑๒๗

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติตามช้าง รัตนโกสินทร์ ศก 127 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8575f0072427d613

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com