พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
เครื่องแบบตำรวจ
(ฉบับที่ ๓)
พุทธศักราช ๒๔๘๓
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๔
สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)
อาทิตย์ทิพอาภา
พล.อ.
พิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่
๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๓
เป็นปีที่ ๗
ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ
เครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ
ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ
(ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓
มาตรา ๒*
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
*[รก.๒๔๘๓/-/๙๐๕/๒๔ ธันวาคม ๒๔๘๓]
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖
แห่งพระราชบัญญัติ
เครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๖
ผู้ใดแต่งเครื่องแบบตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ หรือแต่งเครื่องแบบตำรวจที่ตำรวจยังคงใช้ในราชการอยู่โดยไม่มีสิทธิจะแต่งได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี
ผู้ใดแต่งเครื่องแบบตำรวจดังเช่นกล่าวมาในวรรคก่อนภายในเขตซึ่งได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ดี
หรือในเวลาบ้านเมืองมีเหตุฉุกเฉินก็ดี หรือเพื่อกระทำความผิดในทางอาญาก็ดี
ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
มาตรา ๔
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๖ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ
เครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)
มาตรา ๖ ทวิ
ผู้ใดแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้
หรือคล้ายเครื่องแบบตำรวจที่ตำรวจยังคงใช้ในราชการอยู่
อันอาจนำความดูหมิ่นเกลียดชัง หรือความเสื่อมเสียมาสู่ราชการตำรวจก็ดี
อันอาจทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นตำรวจก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท
และถ้าการกระทำเช่นว่านี้ ได้กระทำภายในเขตซึ่งได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ดี
หรือในเวลาบ้านเมืองมีเหตุฉุกเฉินก็ดีหรือเพื่อกระทำความผิดในทางอาญาก็ดี
ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
มาตรา ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
สุนันทา/แก้ไข
๒๐/๐๙/๔๔
A+B (C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).