我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงการแก้ไขเพิ่มเติม ลบ หรือทำให้ทันสมัย ซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร และการอุทธรณ์ พ.ศ. 2556

子法規・公布 2013-07-09・全 13 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง การแก้ไขเพิ่มเติม ลบ หรือทำให้ทันสมัย ซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร และการอุทธรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๖[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๕๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “นายทะเบียนจังหวัด” หมายความรวมถึงนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร การแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร

หมวด ๑

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้จะยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรได้ต้องเป็น (๑) เจ้าของประวัติ (๒) ผู้แทนโดยชอบธรรม ในกรณีเจ้าของประวัติเป็นผู้เยาว์ (๓) ผู้อนุบาล ในกรณีเจ้าของประวัติเป็นคนไร้ความสามารถ (๔) ผู้พิทักษ์ ในกรณีเจ้าของประวัติเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถที่ศาลสั่งให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถนั้น (๕) ทายาทเจ้าของประวัติ ในกรณีเจ้าของประวัติตาย (๖) ผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลตาม (๑) - (๕) หรือ (๗) ผู้มีหน้าที่แจ้งการต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลที่กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ต้องแจ้ง

ข้อ ๓

ข้อ ๓ การขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรให้ทำได้เฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับวันเดือนปีเกิดและตาย สถานะการสมรส ชื่อคู่สมรส ศาสนา วุฒิการศึกษา หรือข้อมูลอื่นที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ เฉพาะเมื่อมีเอกสารของทางราชการหรือสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องมาแสดงประกอบ เว้นแต่เป็นกรณีการขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา ให้เป็นไปตามที่เจ้าของประวัติแสดงความจำนง เอกสารของทางราชการตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงเอกสารของหน่วยงานของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศที่มีคำรับรองของกงสุลไทยหรือของเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับรองเอกสารของประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศที่ออกเอกสารนั้น

ข้อ ๔

ข้อ ๔ บุคคลตามข้อ ๒ ซึ่งประสงค์จะขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรตามข้อ ๓ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน โดยจะยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นก็ได้ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้ (๑) บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ (๒) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนของเจ้าของประวัติ ในกรณีที่เจ้าของประวัติมิได้เป็นผู้ยื่นคำขอ (๓) เอกสารการทะเบียนราษฎรที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัย (๔) หลักฐานการเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ในกรณีที่เจ้าของประวัติเป็นผู้เยาว์และผู้ยื่นคำขอไม่ใช่บิดาหรือมารดาของผู้เยาว์นั้น (๕) คำสั่งศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ ในกรณีที่เจ้าของประวัติเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (ถ้ามี) (๖) หนังสือมอบอำนาจกรณีเป็นผู้รับมอบอำนาจตามข้อ ๒ (๖) (๗) เอกสารของทางราชการหรือสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๓

ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๔ แล้วให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอและความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบคำขอให้แล้วเสร็จและออกใบรับให้ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐานภายในวันเดียวกับที่ได้รับคำขอ ในกรณีที่คำขอที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้อง ให้เป็นหน้าที่ของนายทะเบียนที่จะแนะนำให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้อง ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ ๔ ไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนรับคำขอและออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นคำขอ และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนในใบรับดังกล่าวให้ระบุรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องนำมายื่นเพิ่มเติมไว้ให้ชัดเจนด้วย เมื่อได้รับคำขอถูกต้องและมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว ให้นายทะเบียนส่งเรื่องให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอถูกต้องและมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วน ในการพิจารณาคำขอ ให้นายทะเบียนสอบสวนผู้ยื่นคำขอหรือบุคคลอื่นซึ่งสามารถให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ขอดำเนินการ พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารและหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอมิใช่เอกสารหรือหลักฐานฉบับจริงให้นายทะเบียนทำเรื่องขอตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานนั้นไปยังส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ออกเอกสารและหลักฐานดังกล่าว ในกรณีเช่นนี้ ระยะเวลาสิบห้าวันตามวรรคสามมิให้นับระยะเวลาระหว่างการขอตรวจสอบความถูกต้องดังกล่าวรวมด้วย

ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเห็นว่าข้อมูลที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยเป็นข้อมูลที่แท้จริง ให้ดำเนินการตามคำขอโดยเร็ว โดยดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลในเอกสารการทะเบียนราษฎรและฐานข้อมูลการทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด และถ้าเอกสารการทะเบียนราษฎรนั้นออกให้หรือจัดเก็บไว้ที่สำนักทะเบียนอื่นซึ่งไม่ใช่สำนักทะเบียนที่รับคำขอดังกล่าว ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแจ้งสำนักทะเบียนที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลในเอกสารการทะเบียนราษฎรตามคำขอ ในกรณีที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพิจารณาเห็นว่าไม่อาจดำเนินการตามคำขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งโดยให้ระบุเหตุผล พร้อมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์ตามข้อ ๗ ให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย แต่ในกรณีที่อาจทำได้บางส่วน ถ้าผู้ยื่นคำขอแจ้งเป็นหนังสือให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลในส่วนที่ดำเนินการได้ ก็ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการไปตามความประสงค์นั้น เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการตามคำขอทั้งหมดหรือบางส่วนแล้วให้แจ้งให้นายทะเบียนจังหวัดทราบตามแบบรายงานที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด และให้นายทะเบียนจังหวัดมีหน้าที่กำกับดูแลให้การดำเนินการของนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเป็นไปโดยถูกต้อง

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นมีคำสั่งไม่ดำเนินการตามคำขอทั้งหมดหรือบางส่วน ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนจังหวัดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง หนังสืออุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งจะยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นก็ได้ในกรณีเช่นนี้ ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นส่งหนังสืออุทธรณ์ให้นายทะเบียนจังหวัดภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้นายทะเบียนจังหวัดพิจารณาคำอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ในกรณีที่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ก็ให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งและแจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นให้ดำเนินการตามคำขอโดยเร็วโดยปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ ๖ วรรคหนึ่ง ในกรณีที่เห็นว่าคำสั่งของนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นชอบแล้ว ให้สั่งยกอุทธรณ์ ให้นายทะเบียนจังหวัดแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งและในกรณีที่มีคำสั่งยกอุทธรณ์ ให้แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองไว้ด้วย คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของนายทะเบียนจังหวัดให้เป็นที่สุด

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร เอกสารการทะเบียนราษฎรและฐานข้อมูลการทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ ตามกฎกระทรวงนี้ ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้แก้ไขเพิ่มเติม ลงชื่อ ตำแหน่ง และวันเดือนปีในการแก้ไขเพิ่มเติมกำกับไว้ด้วย ทั้งนี้ ตามวิธีการที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด การลบข้อมูลในทะเบียนประวัติราษฎร

หมวด ๒

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การขอลบข้อมูลใด ๆ ในทะเบียนประวัติราษฎรให้กระทำได้แต่เฉพาะเมื่อมีหลักฐานแสดงว่าข้อมูลนั้นไม่เป็นความจริง โดยให้นำความในข้อ ๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อได้รับคำขอและมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว ให้นายทะเบียนส่งเรื่องให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพิจารณาทำความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและมีเอกสารและหลักฐานถูกต้อง และให้นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น ในกรณีที่นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางพิจารณาคำขอ เอกสารและหลักฐานแล้วเห็นว่าข้อมูลที่ขอลบเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ให้ดำเนินการลบข้อมูลในฐานข้อมูลการทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ตามคำขอและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมทั้งแจ้งให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องลบข้อมูลตามคำขอเฉพาะในเอกสารการทะเบียนราษฎรที่เกี่ยวข้อง โดยให้นำข้อ ๖ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางเห็นว่าไม่อาจลบข้อมูลให้ตามคำขอได้ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์ไว้ด้วย ผู้ยื่นคำขอลบข้อมูลผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางตามวรรคสาม ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการทะเบียนกลางได้ และให้นำความในข้อ ๗ และข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามข้อนี้ นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางให้หมายถึงนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อได้มีการลบข้อมูลใด ๆ ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรแล้ว ให้นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางบันทึกการดำเนินการดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติให้การแก้ไขเพิ่มเติม ลบ หรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร และการอุทธรณ์ ให้เป็นไปตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ปริญสินีย์/ปรับปรุง ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๖๑ ก/หน้า ๑๙/๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查