法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงการแก้ไขเพิ่มเติม ลบ หรือทำให้ทันสมัย ซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร และการอุทธรณ์ พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

การแก้ไขเพิ่มเติม

ลบ หรือทำให้ทันสมัย

ซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร

และการอุทธรณ์

พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๔ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๕๖

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“นายทะเบียนจังหวัด” หมายความรวมถึงนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร

การแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ผู้จะยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ

ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรได้ต้องเป็น

(๑) เจ้าของประวัติ

(๒) ผู้แทนโดยชอบธรรม ในกรณีเจ้าของประวัติเป็นผู้เยาว์

(๓) ผู้อนุบาล ในกรณีเจ้าของประวัติเป็นคนไร้ความสามารถ

(๔) ผู้พิทักษ์

ในกรณีเจ้าของประวัติเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถที่ศาลสั่งให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถนั้น

(๕) ทายาทเจ้าของประวัติ ในกรณีเจ้าของประวัติตาย

(๖) ผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลตาม (๑) - (๕) หรือ

(๗) ผู้มีหน้าที่แจ้งการต่าง ๆ

ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลที่กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ต้องแจ้ง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ

ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรให้ทำได้เฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับวันเดือนปีเกิดและตาย

สถานะการสมรส ชื่อคู่สมรส ศาสนา วุฒิการศึกษา

หรือข้อมูลอื่นที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ เฉพาะเมื่อมีเอกสารของทางราชการหรือสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องมาแสดงประกอบ

เว้นแต่เป็นกรณีการขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา

ให้เป็นไปตามที่เจ้าของประวัติแสดงความจำนง

เอกสารของทางราชการตามวรรคหนึ่ง

ให้หมายความรวมถึงเอกสารของหน่วยงานของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศที่มีคำรับรองของกงสุลไทยหรือของเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับรองเอกสารของประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศที่ออกเอกสารนั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บุคคลตามข้อ ๒

ซึ่งประสงค์จะขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรตามข้อ

๓ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน โดยจะยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นก็ได้

พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้

(๑)

บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ

(๒)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนของเจ้าของประวัติ

ในกรณีที่เจ้าของประวัติมิได้เป็นผู้ยื่นคำขอ

(๓)

เอกสารการทะเบียนราษฎรที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัย

(๔) หลักฐานการเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก

ในกรณีที่เจ้าของประวัติเป็นผู้เยาว์และผู้ยื่นคำขอไม่ใช่บิดาหรือมารดาของผู้เยาว์นั้น

(๕) คำสั่งศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์

ในกรณีที่เจ้าของประวัติเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (ถ้ามี)

(๖) หนังสือมอบอำนาจกรณีเป็นผู้รับมอบอำนาจตามข้อ ๒ (๖)

(๗) เอกสารของทางราชการหรือสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๓

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๔

แล้วให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอและความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบคำขอให้แล้วเสร็จและออกใบรับให้ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐานภายในวันเดียวกับที่ได้รับคำขอ

ในกรณีที่คำขอที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้อง

ให้เป็นหน้าที่ของนายทะเบียนที่จะแนะนำให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้อง

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ ๔ ไม่ครบถ้วน

ให้นายทะเบียนรับคำขอและออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นคำขอ

และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนในใบรับดังกล่าวให้ระบุรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องนำมายื่นเพิ่มเติมไว้ให้ชัดเจนด้วย

เมื่อได้รับคำขอถูกต้องและมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว

ให้นายทะเบียนส่งเรื่องให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอถูกต้องและมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วน

ในการพิจารณาคำขอ

ให้นายทะเบียนสอบสวนผู้ยื่นคำขอหรือบุคคลอื่นซึ่งสามารถให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ขอดำเนินการ

พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารและหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอมิใช่เอกสารหรือหลักฐานฉบับจริงให้นายทะเบียนทำเรื่องขอตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานนั้นไปยังส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ออกเอกสารและหลักฐานดังกล่าว

ในกรณีเช่นนี้

ระยะเวลาสิบห้าวันตามวรรคสามมิให้นับระยะเวลาระหว่างการขอตรวจสอบความถูกต้องดังกล่าวรวมด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเห็นว่าข้อมูลที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยเป็นข้อมูลที่แท้จริง

ให้ดำเนินการตามคำขอโดยเร็ว

โดยดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลในเอกสารการทะเบียนราษฎรและฐานข้อมูลการทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

และถ้าเอกสารการทะเบียนราษฎรนั้นออกให้หรือจัดเก็บไว้ที่สำนักทะเบียนอื่นซึ่งไม่ใช่สำนักทะเบียนที่รับคำขอดังกล่าว

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแจ้งสำนักทะเบียนที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลในเอกสารการทะเบียนราษฎรตามคำขอ

ในกรณีที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพิจารณาเห็นว่าไม่อาจดำเนินการตามคำขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน

ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งโดยให้ระบุเหตุผล

พร้อมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์ตามข้อ ๗ ให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย

แต่ในกรณีที่อาจทำได้บางส่วน

ถ้าผู้ยื่นคำขอแจ้งเป็นหนังสือให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลในส่วนที่ดำเนินการได้

ก็ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการไปตามความประสงค์นั้น

เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการตามคำขอทั้งหมดหรือบางส่วนแล้วให้แจ้งให้นายทะเบียนจังหวัดทราบตามแบบรายงานที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

และให้นายทะเบียนจังหวัดมีหน้าที่กำกับดูแลให้การดำเนินการของนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเป็นไปโดยถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในกรณีที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นมีคำสั่งไม่ดำเนินการตามคำขอทั้งหมดหรือบางส่วน

ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนจังหวัดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

หนังสืออุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งจะยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นก็ได้ในกรณีเช่นนี้

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นส่งหนังสืออุทธรณ์ให้นายทะเบียนจังหวัดภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้นายทะเบียนจังหวัดพิจารณาคำอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ในกรณีที่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ก็ให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งและแจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นให้ดำเนินการตามคำขอโดยเร็วโดยปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ

๖ วรรคหนึ่ง ในกรณีที่เห็นว่าคำสั่งของนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นชอบแล้ว

ให้สั่งยกอุทธรณ์

ให้นายทะเบียนจังหวัดแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งและในกรณีที่มีคำสั่งยกอุทธรณ์

ให้แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองไว้ด้วย

คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของนายทะเบียนจังหวัดให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในการแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร

เอกสารการทะเบียนราษฎรและฐานข้อมูลการทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ ตามกฎกระทรวงนี้

ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้แก้ไขเพิ่มเติม ลงชื่อ ตำแหน่ง

และวันเดือนปีในการแก้ไขเพิ่มเติมกำกับไว้ด้วย ทั้งนี้

ตามวิธีการที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

การลบข้อมูลในทะเบียนประวัติราษฎร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การขอลบข้อมูลใด

ในทะเบียนประวัติราษฎรให้กระทำได้แต่เฉพาะเมื่อมีหลักฐานแสดงว่าข้อมูลนั้นไม่เป็นความจริง

โดยให้นำความในข้อ ๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เมื่อได้รับคำขอและมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว

ให้นายทะเบียนส่งเรื่องให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพิจารณาทำความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและมีเอกสารและหลักฐานถูกต้อง

และให้นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น

ในกรณีที่นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางพิจารณาคำขอ เอกสารและหลักฐานแล้วเห็นว่าข้อมูลที่ขอลบเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

ให้ดำเนินการลบข้อมูลในฐานข้อมูลการทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ตามคำขอและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมทั้งแจ้งให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องลบข้อมูลตามคำขอเฉพาะในเอกสารการทะเบียนราษฎรที่เกี่ยวข้อง

โดยให้นำข้อ ๖ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ในกรณีที่นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางเห็นว่าไม่อาจลบข้อมูลให้ตามคำขอได้ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง

พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์ไว้ด้วย

ผู้ยื่นคำขอลบข้อมูลผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางตามวรรคสาม

ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการทะเบียนกลางได้ และให้นำความในข้อ ๗ และข้อ ๘

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามข้อนี้

นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางให้หมายถึงนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อได้มีการลบข้อมูลใด ๆ ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรแล้ว

ให้นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางบันทึกการดำเนินการดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๔ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติให้การแก้ไขเพิ่มเติม ลบ

หรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร และการอุทธรณ์

ให้เป็นไปตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๑ กรกฎาคม

๒๕๕๖

เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ

๑๒ กรกฎาคม

๒๕๕๖

ปริญสินีย์/ปรับปรุง

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๖๑ ก/หน้า ๑๙/๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงการแก้ไขเพิ่มเติม ลบ หรือทำให้ทันสมัย ซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร และการอุทธรณ์ พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_877580fc597c6538

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com