กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
การแก้ไขเพิ่มเติม
ลบ หรือทำให้ทันสมัย
ซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร
และการอุทธรณ์
พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๔ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ และมาตรา ๕๖
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
นายทะเบียนจังหวัด หมายความรวมถึงนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร
การแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร
ข้อ ๒
ผู้จะยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ
ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรได้ต้องเป็น
(๑) เจ้าของประวัติ
(๒) ผู้แทนโดยชอบธรรม ในกรณีเจ้าของประวัติเป็นผู้เยาว์
(๓) ผู้อนุบาล ในกรณีเจ้าของประวัติเป็นคนไร้ความสามารถ
(๔) ผู้พิทักษ์
ในกรณีเจ้าของประวัติเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถที่ศาลสั่งให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถนั้น
(๕) ทายาทเจ้าของประวัติ ในกรณีเจ้าของประวัติตาย
(๖) ผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลตาม (๑) - (๕) หรือ
(๗) ผู้มีหน้าที่แจ้งการต่าง ๆ
ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลที่กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ต้องแจ้ง
ข้อ ๓
การขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ
ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรให้ทำได้เฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับวันเดือนปีเกิดและตาย
สถานะการสมรส ชื่อคู่สมรส ศาสนา วุฒิการศึกษา
หรือข้อมูลอื่นที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ เฉพาะเมื่อมีเอกสารของทางราชการหรือสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องมาแสดงประกอบ
เว้นแต่เป็นกรณีการขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา
ให้เป็นไปตามที่เจ้าของประวัติแสดงความจำนง
เอกสารของทางราชการตามวรรคหนึ่ง
ให้หมายความรวมถึงเอกสารของหน่วยงานของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศที่มีคำรับรองของกงสุลไทยหรือของเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับรองเอกสารของประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศที่ออกเอกสารนั้น
ข้อ ๔ บุคคลตามข้อ ๒
ซึ่งประสงค์จะขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรตามข้อ
๓ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน โดยจะยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นก็ได้
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑)
บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ
(๒)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้ซึ่งมีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนของเจ้าของประวัติ
ในกรณีที่เจ้าของประวัติมิได้เป็นผู้ยื่นคำขอ
(๓)
เอกสารการทะเบียนราษฎรที่ผู้ยื่นคำขอประสงค์จะให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัย
(๔) หลักฐานการเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก
ในกรณีที่เจ้าของประวัติเป็นผู้เยาว์และผู้ยื่นคำขอไม่ใช่บิดาหรือมารดาของผู้เยาว์นั้น
(๕) คำสั่งศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์
ในกรณีที่เจ้าของประวัติเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (ถ้ามี)
(๖) หนังสือมอบอำนาจกรณีเป็นผู้รับมอบอำนาจตามข้อ ๒ (๖)
(๗) เอกสารของทางราชการหรือสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๓
ข้อ ๕
เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๔
แล้วให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอและความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบคำขอให้แล้วเสร็จและออกใบรับให้ผู้ยื่นคำขอไว้เป็นหลักฐานภายในวันเดียวกับที่ได้รับคำขอ
ในกรณีที่คำขอที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้อง
ให้เป็นหน้าที่ของนายทะเบียนที่จะแนะนำให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้อง
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ ๔ ไม่ครบถ้วน
ให้นายทะเบียนรับคำขอและออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นคำขอ
และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอนำเอกสารหรือหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมให้ครบถ้วนในใบรับดังกล่าวให้ระบุรายการเอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องนำมายื่นเพิ่มเติมไว้ให้ชัดเจนด้วย
เมื่อได้รับคำขอถูกต้องและมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว
ให้นายทะเบียนส่งเรื่องให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอถูกต้องและมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วน
ในการพิจารณาคำขอ
ให้นายทะเบียนสอบสวนผู้ยื่นคำขอหรือบุคคลอื่นซึ่งสามารถให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ขอดำเนินการ
พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารและหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว
ในกรณีที่เอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอมิใช่เอกสารหรือหลักฐานฉบับจริงให้นายทะเบียนทำเรื่องขอตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหรือหลักฐานนั้นไปยังส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ออกเอกสารและหลักฐานดังกล่าว
ในกรณีเช่นนี้
ระยะเวลาสิบห้าวันตามวรรคสามมิให้นับระยะเวลาระหว่างการขอตรวจสอบความถูกต้องดังกล่าวรวมด้วย
ข้อ ๖
เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเห็นว่าข้อมูลที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยเป็นข้อมูลที่แท้จริง
ให้ดำเนินการตามคำขอโดยเร็ว
โดยดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลในเอกสารการทะเบียนราษฎรและฐานข้อมูลการทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด
และถ้าเอกสารการทะเบียนราษฎรนั้นออกให้หรือจัดเก็บไว้ที่สำนักทะเบียนอื่นซึ่งไม่ใช่สำนักทะเบียนที่รับคำขอดังกล่าว
ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแจ้งสำนักทะเบียนที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลในเอกสารการทะเบียนราษฎรตามคำขอ
ในกรณีที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพิจารณาเห็นว่าไม่อาจดำเนินการตามคำขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
ให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งโดยให้ระบุเหตุผล
พร้อมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์ตามข้อ ๗ ให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย
แต่ในกรณีที่อาจทำได้บางส่วน
ถ้าผู้ยื่นคำขอแจ้งเป็นหนังสือให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลในส่วนที่ดำเนินการได้
ก็ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการไปตามความประสงค์นั้น
เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการตามคำขอทั้งหมดหรือบางส่วนแล้วให้แจ้งให้นายทะเบียนจังหวัดทราบตามแบบรายงานที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด
และให้นายทะเบียนจังหวัดมีหน้าที่กำกับดูแลให้การดำเนินการของนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเป็นไปโดยถูกต้อง
ข้อ ๗
ในกรณีที่นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นมีคำสั่งไม่ดำเนินการตามคำขอทั้งหมดหรือบางส่วน
ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้โดยยื่นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนจังหวัดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
หนังสืออุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งจะยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นก็ได้ในกรณีเช่นนี้
ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นส่งหนังสืออุทธรณ์ให้นายทะเบียนจังหวัดภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์
ข้อ ๘
ให้นายทะเบียนจังหวัดพิจารณาคำอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ในกรณีที่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ก็ให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งและแจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นให้ดำเนินการตามคำขอโดยเร็วโดยปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ
๖ วรรคหนึ่ง ในกรณีที่เห็นว่าคำสั่งของนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นชอบแล้ว
ให้สั่งยกอุทธรณ์
ให้นายทะเบียนจังหวัดแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่งให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่งและในกรณีที่มีคำสั่งยกอุทธรณ์
ให้แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองไว้ด้วย
คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของนายทะเบียนจังหวัดให้เป็นที่สุด
ข้อ ๙
ในการแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร
เอกสารการทะเบียนราษฎรและฐานข้อมูลการทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ ตามกฎกระทรวงนี้
ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้แก้ไขเพิ่มเติม ลงชื่อ ตำแหน่ง
และวันเดือนปีในการแก้ไขเพิ่มเติมกำกับไว้ด้วย ทั้งนี้
ตามวิธีการที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด
การลบข้อมูลในทะเบียนประวัติราษฎร
ข้อ ๑๐ การขอลบข้อมูลใด
ๆ
ในทะเบียนประวัติราษฎรให้กระทำได้แต่เฉพาะเมื่อมีหลักฐานแสดงว่าข้อมูลนั้นไม่เป็นความจริง
โดยให้นำความในข้อ ๒ ข้อ ๔ และข้อ ๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑
เมื่อได้รับคำขอและมีเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว
ให้นายทะเบียนส่งเรื่องให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพิจารณาทำความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและมีเอกสารและหลักฐานถูกต้อง
และให้นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น
ในกรณีที่นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางพิจารณาคำขอ เอกสารและหลักฐานแล้วเห็นว่าข้อมูลที่ขอลบเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง
ให้ดำเนินการลบข้อมูลในฐานข้อมูลการทะเบียนในระบบคอมพิวเตอร์ตามคำขอและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมทั้งแจ้งให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องลบข้อมูลตามคำขอเฉพาะในเอกสารการทะเบียนราษฎรที่เกี่ยวข้อง
โดยให้นำข้อ ๖ วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางเห็นว่าไม่อาจลบข้อมูลให้ตามคำขอได้ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง
พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์ไว้ด้วย
ผู้ยื่นคำขอลบข้อมูลผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางตามวรรคสาม
ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการทะเบียนกลางได้ และให้นำความในข้อ ๗ และข้อ ๘
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามข้อนี้
นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางให้หมายถึงนายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด
ข้อ ๑๒
เมื่อได้มีการลบข้อมูลใด ๆ ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรแล้ว
ให้นายทะเบียนประจำสำนักทะเบียนกลางบันทึกการดำเนินการดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานตามระเบียบที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖
จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๔ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติให้การแก้ไขเพิ่มเติม ลบ
หรือทำให้ทันสมัยซึ่งข้อมูลใด ๆ ในข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร และการอุทธรณ์
ให้เป็นไปตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๑ กรกฎาคม
๒๕๕๖
เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ
๑๒ กรกฎาคม
๒๕๕๖
ปริญสินีย์/ปรับปรุง
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๖๑ ก/หน้า ๑๙/๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).