我的書籤免費註冊

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด พ.ศ. 2548

子法規・公布 2005-05-28・全 12 條

อารัมภบท

กฎ ก กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด พ.ศ. ๒๕๔๘ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ก.ตร. จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

ข้อ ๒

ข้อ ๒ การสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใดโดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม เนื่องจากผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีความจำเป็น และเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ ให้สั่งได้ในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ (๑) มีเวลารับราชการก่อนครบเกษียณอายุไม่เกินหกเดือน และได้รับอนุมัติจาก ก.ตร. (๒) ไปปฏิบัติราชการนอกสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือไปราชการต่างประเทศมีกำหนดระยะเวลาเกินหนึ่งปี (๓) ไปศึกษาหรือฝึกอบรมมีกำหนดระยะเวลาเกินหนึ่งปี (๔) ไปปฏิบัติงานในส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่ หรือในส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีปริมาณงานเพิ่มขึ้น เป็นการชั่วคราวตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา (๕) ได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรสที่ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศตามระเบียบว่าด้วยการลา (๖) ได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ตามระเบียบว่าด้วยการลา (๗) มีการยุบเลิกส่วนราชการหรือยุบเลิกตำแหน่ง และยังแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นมิได้ (๘) มีเหตุความจำเป็นอื่นและได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.

ข้อ ๓

ข้อ ๓ การสั่งให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการในส่วนราชการใด โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม ให้สั่งได้เมื่อมีเหตุในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ (๑) ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่ความผิดซึ่งถูกฟ้องหรือต้องหาเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่ยังไม่ถึงขั้นถูกสั่งพักราชการ หรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรา ๙๕ (๒) อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ประพฤติตนไม่สมควร โดยไม่เคร่งครัดในการปฏิบัติราชการตามระเบียบ คำสั่งข้อบังคับ หรือนโยบายสำคัญที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดอันส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายในหน้าที่ของตำรวจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ข้าราชการตำรวจที่มีพฤติการณ์ตามข้อ ๓ (๓) ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๖๑ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน โดยหากผลการตรวจสอบรับฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง ให้ดำเนินการสั่งสำรองราชการทุกราย เมื่อมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้กันตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันกับตำแหน่งเดิมของผู้ที่ถูกสั่งให้สำรองราชการไว้ มีกำหนด ๓ เดือน นับตั้งแต่วันที่คำสั่งสำรองราชการมีผลใช้บังคับ หากผู้ที่ถูกสั่งให้สำรองราชการยังไม่หมดเหตุสำรองราชการภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้พิจารณาแต่งตั้งผู้อื่นไปดำรงตำแหน่งที่กันไว้ได้

ข้อ ๕

ข้อ ๕ วิธีการดำเนินการในระหว่างข้าราชการตำรวจสำรองราชการ และเงื่อนไขการพิจารณาแต่งตั้งภายหลังหมดเหตุสำรองราชการ ให้เป็นไปตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร.

ข้อ ๖

ข้อ ๖ การสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำหรือสำรองราชการ โดยให้ขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิม ให้สั่งประจำหรือสำรองราชการได้ในส่วนราชการที่มีอัตราประจำหรือสำรองราชการตามที่ ก.ตร. กำหนด ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการกำหนดอัตราประจำ ให้นำอัตราสำรองราชการที่ ก.ตร. กำหนดไว้เดิมมาใช้เป็นอัตราประจำหรืออัตราสำรองราชการ แล้วแต่กรณี

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจตัดโอนอัตราประจำ หรืออัตราสำรองราชการตามที่ ก.ตร. กำหนด จากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่งตั้งแต่ระดับกองบังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไปได้

ข้อ ๘

ข้อ ๘ การสั่งให้ข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้บังคับการ และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษหรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป ประจำหรือสำรองราชการในส่วนราชการใด ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ การสั่งให้ข้าราชการตำรวจตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งเทียบเท่า ประจำหรือสำรองราชการในส่วนราชการใดให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง นับตั้งแต่วันประจำหรือสำรองราชการตามมาตรา ๑๐๔

ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพื่อประโยชน์ในการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน การรักษาวินัย การออกจากราชการและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของข้าราชการตำรวจที่ถูกสั่งให้ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใดตามกฎ ก.ตร. นี้ ให้ถือเสมือนว่าข้าราชการตำรวจดังกล่าวดำรงตำแหน่งระดับเดิม

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่หมดความจำเป็นในการให้ข้าราชการตำรวจประจำ หรือหมดเหตุในการให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการ และได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้ตาม ข้อ ๕ แล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ และมาตรา ๕๕ ดำเนินการแต่งตั้งในโอกาสแรกที่มีตำแหน่งว่างและเหมาะสมดังนี้ (๑) กรณีถูกสั่งประจำ ให้แต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งเดิม หรือตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม (๒) กรณีถูกสำรองราชการ ให้แต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่าตำแหน่งเดิมแต่ถ้าจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าหรือสูงกว่าตำแหน่งเดิมให้เสนอ ก.ตร. เพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นราย ๆ ไป

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสั่งให้ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใดหรือสำรองราชการส่วนราชการใด ก่อนวันที่ กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ถูกสั่งให้ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการส่วนราชการใด ตาม กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทน นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ ภูวนนท์/ผู้จัดทำ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ พัสสน/ผู้ตรวจ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๔๒ ก/หน้า ๑/๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๘

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查