法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.ตร.

ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หรือส่วนราชการใด

หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด

พ.ศ. ๒๕๔๘

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๓๑ (๒) และมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติ ก.ตร.

ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ก.ตร. จึงออกกฎ ก.ตร.

ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร. นี้

ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

หรือส่วนราชการใดโดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม

เนื่องจากผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีความจำเป็น และเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ

ให้สั่งได้ในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

(๑)

มีเวลารับราชการก่อนครบเกษียณอายุไม่เกินหกเดือน และได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.

(๒)

ไปปฏิบัติราชการนอกสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือไปราชการต่างประเทศมีกำหนดระยะเวลาเกินหนึ่งปี

(๓)

ไปศึกษาหรือฝึกอบรมมีกำหนดระยะเวลาเกินหนึ่งปี

(๔)

ไปปฏิบัติงานในส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่

หรือในส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีปริมาณงานเพิ่มขึ้น

เป็นการชั่วคราวตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

(๕)

ได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรสที่ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ

หรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศตามระเบียบว่าด้วยการลา

(๖)

ได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ตามระเบียบว่าด้วยการลา

(๗)

มีการยุบเลิกส่วนราชการหรือยุบเลิกตำแหน่ง และยังแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นมิได้

(๘)

มีเหตุความจำเป็นอื่นและได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การสั่งให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการในส่วนราชการใด

โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม ให้สั่งได้เมื่อมีเหตุในกรณีหนึ่งกรณีใด

ดังต่อไปนี้

(๑)

ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญา

เว้นแต่ความผิดซึ่งถูกฟ้องหรือต้องหาเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

หรือความผิดลหุโทษ หรือสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

แต่ยังไม่ถึงขั้นถูกสั่งพักราชการ หรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรา ๙๕

(๒)

อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๑๐๑

(๓)

ประพฤติตนไม่สมควร โดยไม่เคร่งครัดในการปฏิบัติราชการตามระเบียบ คำสั่งข้อบังคับ

หรือนโยบายสำคัญที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดอันส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายในหน้าที่ของตำรวจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ข้าราชการตำรวจที่มีพฤติการณ์ตามข้อ ๓ (๓) ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๖๑

ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ วัน

โดยหากผลการตรวจสอบรับฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง

ให้ดำเนินการสั่งสำรองราชการทุกราย

เมื่อมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้กันตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันกับตำแหน่งเดิมของผู้ที่ถูกสั่งให้สำรองราชการไว้

มีกำหนด ๓ เดือน นับตั้งแต่วันที่คำสั่งสำรองราชการมีผลใช้บังคับ

หากผู้ที่ถูกสั่งให้สำรองราชการยังไม่หมดเหตุสำรองราชการภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้พิจารณาแต่งตั้งผู้อื่นไปดำรงตำแหน่งที่กันไว้ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

วิธีการดำเนินการในระหว่างข้าราชการตำรวจสำรองราชการ

และเงื่อนไขการพิจารณาแต่งตั้งภายหลังหมดเหตุสำรองราชการ

ให้เป็นไปตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร.

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำหรือสำรองราชการ

โดยให้ขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิม

ให้สั่งประจำหรือสำรองราชการได้ในส่วนราชการที่มีอัตราประจำหรือสำรองราชการตามที่

ก.ตร. กำหนด ทั้งนี้

ในระหว่างที่ยังมิได้มีการกำหนดอัตราประจำ ให้นำอัตราสำรองราชการที่ ก.ตร.

กำหนดไว้เดิมมาใช้เป็นอัตราประจำหรืออัตราสำรองราชการ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจตัดโอนอัตราประจำ

หรืออัตราสำรองราชการตามที่ ก.ตร. กำหนด

จากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่งตั้งแต่ระดับกองบังคับการหรือเทียบเท่าขึ้นไปได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การสั่งให้ข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้บังคับการ

และพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษหรือตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป

ประจำหรือสำรองราชการในส่วนราชการใด ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ

การสั่งให้ข้าราชการตำรวจตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

จเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งเทียบเท่า

ประจำหรือสำรองราชการในส่วนราชการใดให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

นับตั้งแต่วันประจำหรือสำรองราชการตามมาตรา ๑๐๔

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เพื่อประโยชน์ในการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน การรักษาวินัย

การออกจากราชการและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ

ของข้าราชการตำรวจที่ถูกสั่งให้ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใด

หรือสำรองราชการในส่วนราชการใดตามกฎ ก.ตร. นี้

ให้ถือเสมือนว่าข้าราชการตำรวจดังกล่าวดำรงตำแหน่งระดับเดิม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่หมดความจำเป็นในการให้ข้าราชการตำรวจประจำ หรือหมดเหตุในการให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการ

และได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้ตาม ข้อ ๕ แล้ว

ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ และมาตรา ๕๕

ดำเนินการแต่งตั้งในโอกาสแรกที่มีตำแหน่งว่างและเหมาะสมดังนี้

(๑)

กรณีถูกสั่งประจำ ให้แต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งเดิม

หรือตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม

(๒)

กรณีถูกสำรองราชการ

ให้แต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่าตำแหน่งเดิมแต่ถ้าจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าหรือสูงกว่าตำแหน่งเดิมให้เสนอ

ก.ตร. เพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นราย ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ข้าราชการตำรวจผู้ใดถูกสั่งให้ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใดหรือสำรองราชการส่วนราชการใด

ก่อนวันที่ กฎ ก.ตร. ฉบับนี้ใช้บังคับ

ให้ถือว่าเป็นผู้ถูกสั่งให้ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการส่วนราชการใด

ตาม กฎ ก.ตร. ฉบับนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์

รองนายกรัฐมนตรี

ปฏิบัติราชการแทน นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

ภูวนนท์/ผู้จัดทำ

๑ กันยายน ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๔๒ ก/หน้า ๑/๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๘

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_878a652123008e28

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com