พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
พ.ศ. ๒๕๑๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖
เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๑
เป็นปีที่ ๒๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.
๒๕๑๑
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน พุทธศักราช ๒๔๗๕
(๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน (ฉบับที่ ๒)
พุทธศักราช ๒๔๘๖
(๓) พระราชบัญญัติสำนักงานจัดหางานประจำท้องถิ่น พุทธศักราช
๒๔๗๕
มาตรา ๔
ในพระราชบัญญัตินี้
จัดหางาน หมายความว่า
การประกอบธุรกิจหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง
คนหางาน หมายความว่า
บุคคลซึ่งประสงค์จะทำงานโดยรับค่าจ้างเป็นเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น
ค่าบริการ หมายความว่า
เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นซึ่งเป็นค่าตอบแทนการจัดหางาน
นายทะเบียน หมายความว่า
ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นนายทะเบียนจัดหางานกลาง
หรือนายทะเบียนจัดหางานประจำจังหวัด
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมแรงงาน
รัฐมนตรี หมายความว่า
รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕
ให้จัดตั้งสำนักงานทะเบียนจัดหางานกลางขึ้นในกรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย
โดยมีนายทะเบียนจัดหางานกลางเป็นผู้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี
จะจัดตั้งสำนักงานทะเบียนจัดหางานประจำจังหวัดขึ้นตรงต่อสำนักงานทะเบียนจัดหางานกลางก็ได้โดยมีนายทะเบียนจัดหางานประจำจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
การจัดตั้งสำนักงานทะเบียนจัดหางานประจำจังหวัด ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๖
ให้จัดตั้งสำนักงานจัดหางานขึ้นในกรมแรงงานกระทรวงมหาดไทย เรียกว่า สำนักจัดหางานกรมแรงงาน
มีหน้าที่จัดหางานให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าบริการ
สำนักจัดหางานกรมแรงงานอาจมีสาขาได้ตามที่อธิบดีเห็นสมควร
มาตรา ๗
ห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานโดยเรียกหรือรับค่าบริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจัดหางานจากนายทะเบียน
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๘
ผู้ขออนุญาตจัดหางานต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๓) ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๔)
ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(๕)
ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ
หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
(๖) ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการปรามการค้าประเวณี
หรือความผิดซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบหรือความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซึ่งมีอัตราโทษถึงจำคุก
(๗)
ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรืออยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาตจัดหางาน
นิติบุคคลนั้นต้องมีสัญชาติไทย และผู้จัดการของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตาม
(๑) ถึง (๗) ด้วย
มาตรา ๙
ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องมีสำนักงานจัดหางานตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตจัดหางาน
ใบอนุญาตจัดหางานฉบับหนึ่งให้ใช้ได้เฉพาะสำนักงานจัดหางานแห่งหนึ่ง
การย้ายสำนักงานจัดหางานจะกระทำมิได้
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๑๐
สำนักงานจัดหางานจะตั้งอยู่ ณ โรงแรม หอพัก สถานบริการหรือสถานที่อื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงมิได้
มาตรา ๑๑
รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดจำนวนสำนักงานจัดหางานในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดได้
ตามที่เห็นสมควรโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๑๒
ลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางาน
ต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้ขออนุญาตจัดหางานตามมาตรา ๘
มาตรา ๑๓
ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องจดทะเบียนลูกจ้างหรือตัวแทน ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหางานของตน
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๑๔
ใบอนุญาตจัดหางานที่ออกให้แก่ผู้ใด ให้คุ้มถึงลูกจ้างหรือตัวแทนที่ผู้นั้นได้จดทะเบียนไว้ด้วย
ให้ถือว่าการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานได้จดทะเบียนไว้เป็นการกระทำของผู้รับอนุญาตจัดหางานด้วย
เว้นแต่ผู้รับอนุญาตจัดหางานจะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุมได้
มาตรา ๑๕
ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานเรียกหรือรับค่าบริการอย่างอื่น
นอกจากเงินซึ่งต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๑๖
ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานรับค่าบริการก่อนที่คนหางานได้งาน
มาตรา ๑๗
ในกรณีที่มีการรับเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดไว้เป็นประกันค่าบริการ
ให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานลงบัญชีและออกใบรับตามแบบที่อธิบดีกำหนด
ในกรณีที่คนหางานไม่ได้งาน
ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องคืนเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่เป็นประกันค่าบริการ
มาตรา ๑๘
ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาต และต้องทำบัญชีการจัดหางานและส่งรายงานประจำเดือนต่อนายทะเบียนภายในวันที่
๑๐ ของเดือนถัดไป
บัญชีการจัดหางานและรายงานประจำเดือนให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด
มาตรา ๑๙
ใบอนุญาตจัดหางานให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินแห่งปีที่ออกใบอนุญาต
การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว
ให้ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่านายทะเบียนจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต
การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาต
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๒๐
ผู้รับอนุญาตจัดหางาน ต้องแสดงใบอนุญาตจัดหางานไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย
ณ สำนักงานจัดหางาน
มาตรา ๒๑
เมื่อออกปฏิบัติงานนอกสำนักงานจัดหางาน ผู้รับอนุญาตจัดหางาน ลูกจ้างหรือตัวแทน
ต้องมีใบคู่มือที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเป็นผู้ขอและนายทะเบียนออกให้ตามแบบที่อธิบดีกำหนดไปด้วย
และต้องแสดงใบคู่มือนั้นเมื่อนายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้อื่นซึ่งเกี่ยวข้องร้องขอ
มาตรา ๒๒
ให้นำมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่ใบคู่มือตามมาตรา ๒๑
มาตรา ๒๓
เมื่อลูกจ้างหรือตัวแทนพ้นจากความเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับอนุญาตจัดหางานแล้ว
ย่อมหมดสิทธิที่จะใช้ใบคู่มือนั้น และต้องส่งใบคู่มือคืนแก่นายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันพ้นจากความเป็นลูกจ้างหรือตัวแทน
หรือจะ ส่งใบแก่ผู้รับอนุญาตจัดหางานภายในกำหนดเวลาดังกล่าวเพื่อส่งคืนนายทะเบียนก็ได้
ให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานที่ได้รับใบคู่มือไว้ตามวรรคหนึ่งส่งคู่มือนั้นแก่นายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับจากลูกจ้างหรือตัวแทน
มาตรา ๒๔
ถ้าใบอนุญาตจัดหางานหรือใบคู่มือสูญหายหรือถูกทำลายในสารสำคัญ
ให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอใบแทนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย
การขอและการออกใบแทน
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๒๕
เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตจัดหางาน ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๘ หรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน
หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้
ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง
มีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของนายทะเบียน
เว้นแต่รัฐมนตรีจะสั่งให้ทุเลาได้
คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
มาตรา ๒๖ นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการจัดหางานของผู้ขออนุญาตจัดหางาน
ตลอดจนบัญชีและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องในสำนักงานจัดหางานหรือสถานที่อื่นที่เกี่ยวกับการดำเนินงานดังกล่าวระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
และให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
ในการปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง
ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง
มาตรา ๒๗
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้ฝ่าฝืนเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน
หรือฝ่าฝืนระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน
หรือปรับไม่เกินสามพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๘
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗ มาตรา ๙ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๙
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๓ หรือมาตรา
๒๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
มาตรา ๓๐
ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๖
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
มาตรา ๓๑
ใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายกฎหมายว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน
และยังใช้ได้อยู่จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือเสมือนเป็นใบอนุญาตจัดหางานที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
และให้ผู้ถือใบอนุญาตนั้นปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๓๒
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้
และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. ค่าธรรมเนียม
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
ในปัจจุบันนี้ ประชากรมีจำนวนเพิ่มขึ้น
และมีผู้อยู่ในวัยทำงานที่กำลังหางานทำมากขึ้นด้วย ราษฎรต่างก็ไปทำงานนอกจังหวัดที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่
การประกอบอาชีพเกี่ยวกับการจัดหางานก็เพิ่มขึ้นด้วย จึงเป็นการสมควรมีกฎหมายเพื่อให้การคุ้มครองบุคคลดังกล่าว
พรพิมล/แก้ไข
๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕
โชติกานต์/ปรับปรุง
๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๕/ตอนที่ ๓๘/หน้า ๒๑๓/๓๐ เมษายน ๒๕๑๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).