法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. ๒๕๑๑

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖

เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๑

เป็นปีที่ ๒๓

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.

๒๕๑๑”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน พุทธศักราช ๒๔๗๕

(๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน (ฉบับที่ ๒)

พุทธศักราช ๒๔๘๖

(๓) พระราชบัญญัติสำนักงานจัดหางานประจำท้องถิ่น พุทธศักราช

๒๔๗๕

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ในพระราชบัญญัตินี้

“จัดหางาน” หมายความว่า

การประกอบธุรกิจหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง

“คนหางาน” หมายความว่า

บุคคลซึ่งประสงค์จะทำงานโดยรับค่าจ้างเป็นเงินหรือประโยชน์อย่างอื่น

“ค่าบริการ” หมายความว่า

เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นซึ่งเป็นค่าตอบแทนการจัดหางาน

“นายทะเบียน” หมายความว่า

ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นนายทะเบียนจัดหางานกลาง

หรือนายทะเบียนจัดหางานประจำจังหวัด

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมแรงงาน

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้จัดตั้งสำนักงานทะเบียนจัดหางานกลางขึ้นในกรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย

โดยมีนายทะเบียนจัดหางานกลางเป็นผู้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี

จะจัดตั้งสำนักงานทะเบียนจัดหางานประจำจังหวัดขึ้นตรงต่อสำนักงานทะเบียนจัดหางานกลางก็ได้โดยมีนายทะเบียนจัดหางานประจำจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

การจัดตั้งสำนักงานทะเบียนจัดหางานประจำจังหวัด ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้จัดตั้งสำนักงานจัดหางานขึ้นในกรมแรงงานกระทรวงมหาดไทย เรียกว่า “สำนักจัดหางานกรมแรงงาน”

มีหน้าที่จัดหางานให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าบริการ

สำนักจัดหางานกรมแรงงานอาจมีสาขาได้ตามที่อธิบดีเห็นสมควร

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานโดยเรียกหรือรับค่าบริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจัดหางานจากนายทะเบียน

การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ผู้ขออนุญาตจัดหางานต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(๓) ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๔)

ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๕)

ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ

หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

(๖) ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการปรามการค้าประเวณี

หรือความผิดซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ถือเอาการกระทำโดยทุจริตเป็นองค์ประกอบหรือความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซึ่งมีอัตราโทษถึงจำคุก

(๗)

ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรืออยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาตจัดหางาน

นิติบุคคลนั้นต้องมีสัญชาติไทย และผู้จัดการของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติตาม

(๑) ถึง (๗) ด้วย

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องมีสำนักงานจัดหางานตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตจัดหางาน

ใบอนุญาตจัดหางานฉบับหนึ่งให้ใช้ได้เฉพาะสำนักงานจัดหางานแห่งหนึ่ง

การย้ายสำนักงานจัดหางานจะกระทำมิได้

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

สำนักงานจัดหางานจะตั้งอยู่ ณ โรงแรม หอพัก สถานบริการหรือสถานที่อื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงมิได้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดจำนวนสำนักงานจัดหางานในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดได้

ตามที่เห็นสมควรโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหางานของผู้รับอนุญาตจัดหางาน

ต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้ขออนุญาตจัดหางานตามมาตรา ๘

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องจดทะเบียนลูกจ้างหรือตัวแทน ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหางานของตน

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ใบอนุญาตจัดหางานที่ออกให้แก่ผู้ใด ให้คุ้มถึงลูกจ้างหรือตัวแทนที่ผู้นั้นได้จดทะเบียนไว้ด้วย

ให้ถือว่าการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานได้จดทะเบียนไว้เป็นการกระทำของผู้รับอนุญาตจัดหางานด้วย

เว้นแต่ผู้รับอนุญาตจัดหางานจะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุมได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานเรียกหรือรับค่าบริการอย่างอื่น

นอกจากเงินซึ่งต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานรับค่าบริการก่อนที่คนหางานได้งาน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ในกรณีที่มีการรับเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดไว้เป็นประกันค่าบริการ

ให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานลงบัญชีและออกใบรับตามแบบที่อธิบดีกำหนด

ในกรณีที่คนหางานไม่ได้งาน

ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องคืนเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่เป็นประกันค่าบริการ

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ผู้รับอนุญาตจัดหางานต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาต และต้องทำบัญชีการจัดหางานและส่งรายงานประจำเดือนต่อนายทะเบียนภายในวันที่

๑๐ ของเดือนถัดไป

บัญชีการจัดหางานและรายงานประจำเดือนให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ใบอนุญาตจัดหางานให้ใช้ได้จนถึงวันสิ้นปีปฏิทินแห่งปีที่ออกใบอนุญาต

การขอต่ออายุใบอนุญาตจะต้องยื่นคำขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว

ให้ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่านายทะเบียนจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต

การขอต่ออายุใบอนุญาตและการต่ออายุใบอนุญาต

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ผู้รับอนุญาตจัดหางาน ต้องแสดงใบอนุญาตจัดหางานไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย

ณ สำนักงานจัดหางาน

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

เมื่อออกปฏิบัติงานนอกสำนักงานจัดหางาน ผู้รับอนุญาตจัดหางาน ลูกจ้างหรือตัวแทน

ต้องมีใบคู่มือที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเป็นผู้ขอและนายทะเบียนออกให้ตามแบบที่อธิบดีกำหนดไปด้วย

และต้องแสดงใบคู่มือนั้นเมื่อนายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้อื่นซึ่งเกี่ยวข้องร้องขอ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้นำมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่ใบคู่มือตามมาตรา ๒๑

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

เมื่อลูกจ้างหรือตัวแทนพ้นจากความเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับอนุญาตจัดหางานแล้ว

ย่อมหมดสิทธิที่จะใช้ใบคู่มือนั้น และต้องส่งใบคู่มือคืนแก่นายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันพ้นจากความเป็นลูกจ้างหรือตัวแทน

หรือจะ ส่งใบแก่ผู้รับอนุญาตจัดหางานภายในกำหนดเวลาดังกล่าวเพื่อส่งคืนนายทะเบียนก็ได้

ให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานที่ได้รับใบคู่มือไว้ตามวรรคหนึ่งส่งคู่มือนั้นแก่นายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับจากลูกจ้างหรือตัวแทน

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ถ้าใบอนุญาตจัดหางานหรือใบคู่มือสูญหายหรือถูกทำลายในสารสำคัญ

ให้ผู้รับอนุญาตยื่นคำขอใบแทนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย

การขอและการออกใบแทน

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตจัดหางาน ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๘ หรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกินหกสิบวัน

หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้

ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง

มีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของนายทะเบียน

เว้นแต่รัฐมนตรีจะสั่งให้ทุเลาได้

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการจัดหางานของผู้ขออนุญาตจัดหางาน

ตลอดจนบัญชีและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องในสำนักงานจัดหางานหรือสถานที่อื่นที่เกี่ยวกับการดำเนินงานดังกล่าวระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก

และให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

ในการปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง

ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าผู้ฝ่าฝืนเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน

หรือฝ่าฝืนระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน

หรือปรับไม่เกินสามพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗ มาตรา ๙ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน

หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๓ หรือมาตรา

๒๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๖

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ใบอนุญาตที่ออกตามกฎหมายกฎหมายว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน

และยังใช้ได้อยู่จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือเสมือนเป็นใบอนุญาตจัดหางานที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

และให้ผู้ถือใบอนุญาตนั้นปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้

และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ถนอม กิตติขจร

นายกรัฐมนตรี

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ค่าธรรมเนียม

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

ในปัจจุบันนี้ ประชากรมีจำนวนเพิ่มขึ้น

และมีผู้อยู่ในวัยทำงานที่กำลังหางานทำมากขึ้นด้วย ราษฎรต่างก็ไปทำงานนอกจังหวัดที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่

การประกอบอาชีพเกี่ยวกับการจัดหางานก็เพิ่มขึ้นด้วย จึงเป็นการสมควรมีกฎหมายเพื่อให้การคุ้มครองบุคคลดังกล่าว

พรพิมล/แก้ไข

๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๕/ตอนที่ ๓๘/หน้า ๒๑๓/๓๐ เมษายน ๒๕๑๑

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_879de03025eeedd2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com