我的書籤免費註冊

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2556

公布 2015-05-28・全 34 條

อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๖[๑] โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วงว่าด้วยการขุดดินและถมดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบมาตรา ๘ (๑) มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๓ องค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วงโดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง และนายอำเภอบ้านผือ จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า “ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๖”

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วงตั้งแต่เมื่อได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วงสามสิบวัน

ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติ ข้อบังคับ กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้ “ดิน” หมายความรวมถึง หิน กรวด หรือทราย และอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน “พื้นดิน” หมายความว่า พื้นผิวของที่ดินที่อยู่ตามสภาพธรรมชาติ “ขุดดิน” หมายความว่า การกระทำแก่พื้นดินเพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดิน หรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อดิน “บ่อดิน” หมายความว่า แอ่ง บ่อ สระ หรือช่องว่างใต้พื้นดินที่เกิดจากการขุดดิน “ถมดิน” หมายความว่า การกระทำใดต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม “เนินดิน” หมายความว่า ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดินโดยการถม “แผนผังบริเวณ” หมายความว่า แผนที่แสดงภาพของที่ดิน ที่ตั้ง และขอบเขตของที่ดินหรือถมดิน รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้ ข้อบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่การขุดดินและถมดินซึ่งกระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอื่นที่ได้กำหนดมาตรการในการป้องกันอันตรายไว้ตามกฎหมายนั้นแล้ว

ข้อ ๕

ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ในการป้องกันความเสียหายแก่ทรัพย์สินและอันตรายที่อาจเกิดจากการขุดดินหรือถมดิน ถ้าการขุดดินหรือถมดินอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง จึงกำหนด ดังนี้ (๕.๑) บริเวณห้ามขุดดินหรือถมดิน แก่ เขตโบราณสถาน อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน ที่ดินสาธารณะ ลำเหมืองสาธารณะ แม่น้ำ หรือบริเวณหรือสถานที่ ที่มีระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ประกาศหรือห้ามไว้เฉพาะแล้ว (๕.๒) ความสัมพันธ์ของการลาดเอียงของบ่อดิน หรือเนินดินตามชนิดของดิน ความลึกและขนาดของบ่อดินที่จะขุด ความสูงและพื้นที่ของเนินดินที่จะถม และระยะห่างจากบ่อดินหรือเนินดินถึงเขตที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น กรณีขุดดิน ความลาดเอียงและความลึกของบ่อดิน ต้องมีความลาดเอียงและความลึกในอัตราส่วนแนวตั้งและแนวนอน ในอัตราส่วน ๑ : ๑ หรือประมาณสี่สิบห้าองศา และมีความลึกตามข้อ ๖ ระยะห่างจากขอบดินถึงเขตพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร ระยะห่างจากเนินดินถึงเขตที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่นอย่างน้อยหนึ่งเมตร (๕.๓) วิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ผู้ขุดดินหรือถมดินจะต้องทำการป้องกันการพังทลายของดิน เพื่อมิให้ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่นได้รับความเสียหาย เช่น ปลูกต้นไม้ ยึดขอบบ่อดิน หรือสร้างแนวกำแพง หรือวิธีการอื่นใดที่จะช่วยป้องกันการพังทลายของดิน (๕.๔) วิธีการให้การคุ้มครองและความปลอดภัยแก่คนงานและบุคคลภายนอก ผู้ขุดดินหรือถมดินจะต้องประกาศแจ้งเตือนให้บุคคลภายใน (คนงาน) และภายนอกได้รับทราบถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น โดยให้ถือว่าพื้นที่ขุดหรือถมดินเป็นพื้นที่อันตราย หากมีผู้ได้รับอันตรายจากการขุดดินหรือถมดินดังกล่าวผู้ทำการขุดดินหรือถมดิน จะต้องรับผิดชอบต่อเสียหายทั้งทางแพ่งหรือทางอาญา ผู้มีความประสงค์จะขุดดินหรือถมดินตามข้อ ๖ และข้อ ๑๕ จะต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ดังนี้ (๑) ผู้ประกอบการเอกชน บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่มีเอกสารจดทะเบียน ประกอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย (๒) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีสถานที่ เครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนอุปกรณ์พร้อมที่จะดำเนินการ (๓) ผู้ประกอบการจะต้องเสนอชื่อผู้ควบคุมงาน ซึ่งจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช่างโยธาหรือช่างก่อสร้าง (๔) ผู้ขอรับใบอนุญาต จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการเองทุกเรื่อง และรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด (๕) ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ข้อตกลงตามเอกสารหรือสัญญาที่ทำไว้กับองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วงทุกประการ

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดิน โดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกินสามเมตรหรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตร หรือมีความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด ให้แจ้งต่อพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่พนักงานท้องถิ่นกำหนดโดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูล ดังต่อไปนี้ (๖.๑) แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะทำการขุดดิน (๖.๒) แผนผังแสดงเขตที่ดินและที่ดินบริเวณข้างเคียง (๖.๓) รายการที่กำหนดไว้ตามข้อ ๕ ประกอบด้วย (๑) ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของดินที่จะทำการขุด (๒) ความลึกของบ่อดินที่จะขุดหรือความสูงของบ่อดินที่จะถม (๓) ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดินตามชนิดของดิน (๔) ระยะห่างของบ่อดินหรือเนินดินถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น (๕) วิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง (๖.๔) วิธีการในการขุดและการถมดิน (๖.๕) ระยะเวลาทำการขุดดิน (๖.๖) ชื่อผู้ควบคุมงานซึ่งจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติ (๖.๗) ที่ตั้งสำนักงานของผู้แจ้ง (๖.๘) ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่จะทำการขุดดิน ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งโดยถูกต้องแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งและให้ผู้แจ้งเริ่มต้นทำการขุดดิน ตามที่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง ถ้าการแจ้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้แก้ไขถูกต้องภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่มีการแจ้งตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้แจ้งแก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้แจ้งได้รับแจ้งให้แก้ไขจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นผล ถ้าผู้แจ้งได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคสาม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งที่ถูกต้อง

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในระหว่างการขุดดิน ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ต้องเก็บใบรับแจ้ง แผนผังบริเวณและรายการไว้ที่สถานที่ขุดดินหนึ่งชุด และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจดูได้

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ต้องทำการขุดดินให้ถูกต้อง ตามข้อกำหนดในข้อ ๕

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ขุดดินตามข้อ ๖ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทน ให้ปฏิบัติตามข้อ ๙ และ ต้องรับผิดชอบในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทน ซึ่งได้กระทำในทางการที่จ้าง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การได้รับใบแจ้ง จากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๖ ไม่เป็นเหตุคุ้มครองการขุดดินที่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือสภาพแวดล้อม ผู้ขุดดินไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน ลูกจ้างหรือตัวแทน ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น เว้นแต่จะมีเหตุที่ไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การขุดบ่อน้ำที่มีพื้นที่ปากบ่อไม่เกินสี่ตารางเมตร ผู้ขุดดินไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกินสามเมตร เมื่อจะขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่น ในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรกระทำ

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการขุดดิน ถ้าพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซากดึกดำบรรพ์ หรือแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือทางการศึกษาในด้านธรณีวิทยา ให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๑๕ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ หยุดการขุดดินบริเวณนี้ไว้ก่อน แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พบ และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปากรหรือทรัพยากรธรณี แล้วแต่กรณี ทราบโดยด่วน ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ขุดดินปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดิน โดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของอยู่ข้างเคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น พื้นที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่เกินสองพันตารางเมตร การถมดินที่มีพื้นที่เกินพันตารางเมตร หรือมีพื้นที่เกินกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง นอกจากต้องจัดให้มีการระบายน้ำตามวรรคหนึ่ง ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคสามโดยถูกต้องแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นทำการถมดินตามที่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง ให้นำข้อความในข้อ ๖ วรรคสาม วรรคสี่ ข้อ ๗ และข้อ ๑๐ มาบังคับใช้ตามข้อบัญญัตินี้

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ถมดินตามข้อ ๑๔ ต้องทำการถมดินให้ถูกต้องตามข้อกำหนดในข้อ ๕

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ถมดินตามข้อ ๑๔ ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทน ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๕ และต้องรับผิดชอบในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งกระทำในทางการที่จ้างหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ใดได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าได้รับความเสียหายจากการขุดดินหรือถมดินอันไม่ปฏิบัติตามข้อ ๘ ข้อ ๑๒ และข้อ ๑๕ มีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้ เมื่อได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสถานที่ขุดดินหรือถมดินและรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้น ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นหรือจะเกิดขึ้นจากการขุดดินหรือถมดินนั้น ให้มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายอาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นได้ตามที่เห็นสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๑๗ นี้ ให้หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายด้วย

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ ที่มีการขุดดินตามข้อ ๖ หรือการถมดินตามข้อ ๑๔ ว่าได้ปฏิบัติตามข้อบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามข้อบัญญัตินี้หรือไม่ ทั้งนี้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการ และให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือตัวแทน หรือเจ้าของที่ดินอำนวยความสะดวกตามสมควร

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการขุดดินหรือการถมดิน ได้ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้มีคำสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดินหรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดหรือถมดินนั้น แล้วแต่กรณี และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้ ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นตามที่เห็นว่าจำเป็นได้ แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบทันที ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นชอบด้วยกับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือสั่งหยุดการขุดดินถมดินภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้ถือว่าคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตั้งแต่ต้น ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีหนังสือสั่งภายในกำหนดตามวรรคสองให้คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นที่สิ้นผล

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ และการปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ ให้พนักงานท้องถิ่น และพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินผู้ใด ไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๑๗ วรรคสอง หรือข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อนายอำเภอภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าผู้อุทธรณ์ประสงค์จะขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ยื่นคำขอทุเลาพร้อมอุทธรณ์ ในกรณีเช่นนี้ นายอำเภอ หรือคณะกรรมการจะอนุญาตให้ทุเลาโดยมีเงื่อนไขหรือไม่ก็ได้ หรือจะสั่งให้ส่งเงินหรือหลักทรัพย์ประกันความเสียหายที่อาจะเกิดขึ้นก็ได้ ให้นายอำเภอหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี พิจารณาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้อุทธรณ์ คำวินิจฉัยของนายอำเภอหรือคณะกรรมการให้เป็นที่สิ้นสุด

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ใดทำการขุดดินตามข้อ ๖ หรือทำการถมดินตามข้อ ๑๔ วรรคสามโดยไม่ได้รับใบแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๖ วรรคสอง หรือข้อ ๑๔ วรรคสี่ แล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทและมีความผิดตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการขุดและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ หากการกระทำตามวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในบริเวณห้ามขุดดินหรือถมดินตามข้อ (๕.๑) ผู้นั้น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และมีความผิดตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๘ หรือข้อ ๑๕ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกินห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตาม และมีความผิดตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๒ และข้อ ๑๔ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาท และมีความผิดตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามข้อ ๑๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และมีความผิดตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้ขุดดินผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทและมีความผิดตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หยุดการขุดดินหรือการถมดินตามข้อ ๑๗ วรรคสอง หรือข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และมีความผิดตามมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้ใดรับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้จัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินตามข้อ ๑๗ วรรคสอง หรือข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกินห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตาม และมีความผิดตามมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือนิติบุคคลอื่นกระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้ กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการกระทำเป็นความผิดนั้น ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติสำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่กระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ใกล้ชิดหรือติดต่อกับที่ดินที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นและได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดนั้น เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้ใดขุดดินหรือถมดินอันมีลักษณะที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้อยู่ก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับในท้องที่ใด ให้ปฏิบัติตามข้อ ๖ หรือข้อ ๑๔ แล้วแต่กรณี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง และเมื่อได้ดำเนินการแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับใบแจ้งตามข้อบัญญัตินี้

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง เป็นผู้รักษาการตามข้อบัญญัตินี้ และให้มีการออกข้อบัญญัติ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ ประกาศ ณ วันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ วินัย เทพศร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำด้วง ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๕๐ ง/หน้า ๑๓๖/๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查