กฎ ก
กฎ
ก.ค.ศ.
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
และกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน
ก.ค.ศ.
พ.ศ.
๒๕๕๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคสอง และมาตรา ๑๙
(๔) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.ค.ศ.
โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีออกกฎ ก.ค.ศ. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ยกเลิกกฎ ก.ค.ศ.
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน
ก.ค.ศ. พ.ศ. ๒๕๔๘
ข้อ ๒
ในกฎ ก.ค.ศ. นี้
ส่วนราชการ หมายความว่า
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันการพลศึกษา และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ แต่ไม่หมายความรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หมวด
๑
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ข้อ ๓
ให้กรรมการ ก.ค.ศ. ตามมาตรา ๗ (๒)
และ (๓) ทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ
และประสบการณ์สูงทางด้านการศึกษา ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านกฎหมาย
ด้านการบริหารการจัดการภาครัฐ ด้านการบริหารองค์กร ด้านการศึกษาพิเศษ
ด้านการบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการผลิตและพัฒนาครู
และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือด้านการบริหารจัดการความรู้หรือด้านการวิจัยและประเมินผล
ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ ด้านละสองคน
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
ข้อ ๔
เมื่อได้รายชื่อบุคคลตามข้อ ๓ แล้ว
ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอรัฐมนตรีเลือกให้เหลือจำนวนด้านละหนึ่งคน
เพื่อนำรายชื่อนั้นเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๗ (๔)
หมวด
๒
กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข้อ ๕
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้งเป็นกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา
๗ (๕)
ต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยให้ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในแต่ละกลุ่ม
ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
หรือเจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น
ต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
(๒)
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษาตามที่
ก.ค.ศ. กำหนด ต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
หรือผู้บริหารสถานศึกษาหรือรองผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษาตามที่
ก.ค.ศ. กำหนด
(๓) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นผู้แทนข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
สถาบันการพลศึกษาในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม
ต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งครูหรือครูผู้ช่วยในสังกัดดังกล่าว
(๔)
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา
๓๘ ค.
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับเลือกตั้งตาม
(๑) (๒) (๓) และ (๔) ให้เป็นไปตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒
แล้วแต่กรณี
ข้อ ๖
ให้สำนักงาน ก.ค.ศ.
กำหนดวันและเวลารับสมัครเข้ารับเลือกตั้ง
และวันเลือกตั้งกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา ๗ (๕)
ข้อ ๗
การเลือกตั้งให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
การลงคะแนนเลือกตั้งเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
จะมอบหมายให้ผู้อื่นลงคะแนนแทนไม่ได้
ข้อ ๘
ให้ผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งตามลำดับจนครบจำนวน
ถ้ามีผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้งได้คะแนนเท่ากันในลำดับนั้นหลายคนให้ใช้วิธีการจับสลาก
ข้อ ๙
ในกรณีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้งในแต่ละสังกัดมีจำนวนไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด
ให้ผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้งผู้นั้นเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดนั้นโดยไม่ต้องมีการเลือกตั้ง
ในกรณีที่ไม่มีผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้ง
ให้ส่วนราชการดำเนินการสรรหาผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดของตน
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการ ก.ค.ศ. กำหนด
ข้อ ๑๐
การเลือกตั้งกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามข้อ
๕ ให้ส่วนราชการแต่ละสังกัดกำหนดเขตเลือกตั้ง
สำหรับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตเป็นเขตเลือกตั้ง
เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนตามกลุ่มของตน
และรายงานให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ทราบ
ในกรณีที่มีความจำเป็นและมีเหตุอันสมควรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
ส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอาจกำหนดให้มีหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งหน่วยเลือกตั้งก็ได้
ข้อ ๑๑
ให้ส่วนราชการแต่ละสังกัดและสำ
นักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละเขตตั้งคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง
ให้คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดสถานที่เลือกตั้ง
(๒) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้ง
(๓) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(๔) ดำเนินการเลือกตั้ง
(๕)
กำกับดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
(๖)
พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทอันเกิดจากการดำเนินการเลือกตั้ง
และเมื่อคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งวินิจฉัยชี้ขาดเป็นประการใดแล้ว ให้เป็นที่สุด
(๗)
รวมผลการนับคะแนนภายในเขตเลือกตั้งและประกาศผลการนับคะแนน
(๘)
ปฏิบัติการอื่นใดอันเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามความจำเป็นและเหมาะสมโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎ
ก.ค.ศ. นี้
การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งตาม
(๓) ให้รวมถึงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งไปช่วยราชการอยู่ในเขตเลือกตั้งนั้นด้วย
ข้อ ๑๒
ในกรณีที่เขตเลือกตั้งใดมีหน่วยเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งหน่วยเลือกตั้ง
ให้ส่วนราชการแต่ละสังกัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
และให้คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการอำนวยการโดยมีอำนาจหน้าที่ตามข้อ
๑๑ (๑) (๒) (๓) และ (๘)
ข้อ ๑๓
ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตามข้อ ๑๒
มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการเลือกตั้ง
(๒)
กำกับดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
(๓) พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทอันเกิดจากการดำเนินการเลือกตั้ง
และเมื่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งวินิจฉัยชี้ขาดเป็นประการใดแล้ว
ให้เป็นที่สุด
(๔)
รวมผลการนับคะแนนภายในหน่วยเลือกตั้งและประกาศผลการนับคะแนน
(๕)
ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งมอบหมาย
ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วยรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งไปยังคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งเพื่อรวมเป็นคะแนนเลือกตั้งภายในเขตเลือกตั้งและประกาศผลการรวมคะแนน
และให้ประธานกรรมการประจำเขตเลือกตั้งรายงานผลการนับคะแนนหรือผลรวมคะแนนในเขตเลือกตั้งไปยังสำนักงาน
ก.ค.ศ. ภายในสามวันนับแต่วันเลือกตั้ง
ข้อ ๑๔
เมื่อสำนักงาน ก.ค.ศ.
ได้รับรายงานผลการนับคะแนนหรือผลรวมคะแนนเลือกตั้งตามข้อ ๑๓ วรรคสองแล้ว
ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการรวมคะแนน
เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจำนวนหนึ่งคน
ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษาตามที่
ก.ค.ศ.
กำหนดจำนวนหนึ่งคนผู้แทนข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวนสี่คน
ผู้แทนข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจำนวนหนึ่งคน
และผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นจำนวนหนึ่งคน
โดยให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดตามลำดับเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
กรณีผู้แทนข้าราชการครูในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
สถาบันการพลศึกษาในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ให้สำนักงาน ก.ค.ศ.
จัดประชุมเพื่อให้ผู้มีสิทธิเข้ารับเลือกตั้งซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดจากส่วนราชการดังกล่าวเลือกกันเอง
เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนข้าราชการครูจำนวนหนึ่งคน
ให้สำนักงาน ก.ค.ศ.
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน
ก.ค.ศ. ในแต่ละกลุ่มและสังกัด
ข้อ ๑๕
ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามข้อ
๑๔ ที่ได้คะแนนสูงตามลำดับเป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนกรรมการผู้แทนกลุ่มนั้น ๆ
เป็นเวลาสองปี
ในกรณีที่กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งได้รับเลือกตั้งตามข้อ
๑๔ ผู้ใดพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้สำนักงาน ก.ค.ศ.
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับคะแนนสูงตามลำดับแทนตำแหน่งที่ว่าง
โดยกรรมการผู้ได้รับแต่งตั้งแทนนั้นให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่ไม่มีรายชื่อกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งได้รับเลือกตั้งเหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวแล้ว
หรือบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาครบกำหนดสองปีตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ค.ศ. นี้
ข้อ ๑๖
ให้สำนักงาน ก.ค.ศ.
กำหนดรายละเอียดและวิธีการในการดำเนินการเลือกตั้งบัตรเลือกตั้ง
วิธีการลงคะแนนเลือกตั้ง วิธีการนับคะแนน อุปกรณ์สำหรับใช้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งการคัดค้านการเลือกตั้ง
ตลอดจนในกรณีเรื่องอื่นที่มีความจำเป็นในการดำเนินการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎ ก.ค.ศ. นี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒
จุรินทร์
ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประธาน
ก.ค.ศ.
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ค.ศ. ฉบับนี้ คือ
โดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติที่เกี่ยวกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.) ตามมาตรา ๗ (๔) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และโดยที่มาตรา ๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันบัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นไปตามที่กำหนดในกฎ
ก.ค.ศ.
สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาของกรรมการดังกล่าวให้สอดคล้องกับบทบัญญัติที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม
จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ค.ศ. นี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๕
ตุลาคม ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๒๘/๒๘ กันยายน ๒๕๕๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).