พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดจำนวน
ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการ
ของศาลอุทธรณ์ภาค
(ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตศาลอุทธรณ์ภาค ๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค
(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่
๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความใน
(๔) ของมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้งเขตศาล
และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล
และวันเปิดทำการของศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๔) ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ มีเขตศาลในจังหวัดกาฬสินธุ์
จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร
จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู
และจังหวัดอุดรธานี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน
ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล
และวันเปิดทำการศาลอุทธรณ์ภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ กำหนดให้จังหวัดหนองคายอยู่ในเขตศาลอุทธรณ์ภาค
๔ แต่ในปัจจุบันพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้กำหนดให้แยกอำเภอเซกา
อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงกาฬ อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ
และอำเภอศรีวิไล ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ
สมควรกำหนดให้จังหวัดบึงกาฬอยู่ในเขตศาลอุทธรณ์ภาค ๔ และโดยที่มาตรา ๓
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาค พ.ศ. ๒๕๓๒ บัญญัติให้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ภาคขึ้น
ส่วนจำนวนและที่ตั้งจะอยู่ ณ ที่ใด มีเขตศาลเพียงไร
และจะเปิดทำการเมื่อใดให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๖ พฤษภาคม
๒๕๕๔
ณัฐวดี/ตรวจ
๒๖ พฤษภาคม
๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๔๐ ก/หน้า ๑/๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).