法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ครู

พุทธศักราช ๒๔๘๘

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗)

ปรีดี พนมยงค์

ตราไว้ ณ วันที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๘

เป็นปีที่ ๑๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายว่าด้วยครู

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

คุรุสภา

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า “คุรุสภา” และให้สภานี้เป็นนิติบุคคล

มาตรา ๕

มาตรา ๕ คุรุสภาอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้

(๑) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน

(๒) เงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

(๓) เงินผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนและการจัดตั้งองค์การจัดหาผลประโยชน์ของคุรุสภา

(๔) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่น ๆ ซึ่งบุคคลอุทิศให้คุรุสภาและภายใต้บังคับแห่งเงื่อนไข ข้อบังคับหรือวัตถุประสงค์ซึ่งผู้อุทิศกำหนดไว้ ให้คุรุสภารักษาและจัดการตามที่เห็นสมควรแก่ประโยชน์แห่งคุรุสภา

มาตรา ๖

มาตรา ๖[๒] คุรุสภามีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการจัดการศึกษาโดยทั่วไปหลักสูตร แบบเรียน อุปกรณ์ประกอบการเรียน การสอน การฝึกอบรม

การวัดผลและประเมินผลการศึกษา การนิเทศการศึกษาและเรื่องอื่นที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการจัดการศึกษา

(๒) ควบคุมและสอดส่องจรรยา มรรยาท และวินัยของครู พิจารณาโทษครูผู้ประพฤติผิด และพิจารณาคำร้องทุกข์ของครู

(๓) พิทักษ์สิทธิของครูภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

(๔) ส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามสมควร

(๕) พัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณภาพและประสิทธิภาพของครู

(๖)[๓]

(๗)[๔]

มาตรา ๗

มาตรา ๗[๕] ให้มีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน อธิบดีทุกกรมและหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และครูตามมาตรา ๒๔ ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกคุรุสภาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คุรุสภาประกาศกำหนดจำนวนสิบคน เป็นกรรมการ และให้เลขาธิการคุรุสภาเป็นกรรมการและเลขานุการ

ครูซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องประกอบด้วยครูตามมาตรา ๒๔ (๑) เฉพาะครูซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการ จำนวนหกคน ครูตามมาตรา ๒๔ (๓) จำนวนหนึ่งคน ครูตามมาตรา ๒๔ (๔) จำนวนหนึ่งคน และครูตามมาตรา ๒๔ (๕) จำนวนสองคน[๖]

กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ ลาออก พ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภาหรือพ้นจากการเป็นครูซึ่งตนเป็นผู้แทนตามมาตรา ๒๔

ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระให้ผู้ที่ได้คะแนนในลำดับถัดไปในการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งเข้าดำรงตำแหน่งแทน แต่กรรมการซึ่งเข้ามาแทนนั้นให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ทวิ[๗] ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งสมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสองหนึ่งคน และสมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่งศึกษาธิการเขตได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสอง

เขตละหนึ่งคน เป็นกรรมการที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา

ให้กรุงเทพมหานครคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตกรุงเทพมหานครจำนวนสามคน และศึกษาธิการเขตคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตการศึกษาของตนเขตละสามคน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด และเสนอรายชื่อไปยังคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา

และให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาดังกล่าว เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่ง

กรรมการที่ปรึกษามีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระได้เมื่อลาออกหรือพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภาหรือย้ายไปอยู่นอกเขตที่ตนได้รับคัดเลือก

ในกรณีที่กรรมการที่ปรึกษาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครหรือศึกษาธิการเขตคัดเลือกไว้ตามวรรคสองเป็นกรรมการที่ปรึกษาแทน กรรมการที่ปรึกษาซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๘

มาตรา ๘[๘] ให้คณะกรรมการอำนวยการแต่งตั้งเลขาธิการและรองเลขาธิการและเจ้าหน้าที่อื่นตามสมควร

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ทวิ[๙] ให้มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยมีเลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และบริหารกิจการของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาขึ้นตรงต่อประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)[๑๐] เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของคุรุสภา

(๒) ประสานงานและดำเนินการในเรื่องของครูกับหน่วยราชการหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับครู

(๓) ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คุรุสภามอบหมาย

(๔) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับครูเสนอต่อคุรุสภา

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และให้เลขาธิการเป็นผู้ดำเนินกิจการตามมติของคณะกรรมการอำนวยการในความควบคุมของประธานหรือผู้ที่ประธานมอบหมาย

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ทวิ[๑๑] ให้คณะกรรมการอำนวยการมีการประชุมเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และในกรณีที่ประธานเห็นว่าเรื่องที่จะประชุมพิจารณานั้นเกี่ยวกับส่วนได้เสียของสมาชิกคุรุสภา หรือเป็นการสมควรที่จะรับฟังความคิดเห็นของกรรมการที่ปรึกษา ให้ประธานมีอำนาจเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการได้ แต่ประธานจะต้องเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ในการร่วมประชุมกับคณะกรรมการอำนวยการตามวรรคหนึ่ง กรรมการที่ปรึกษามีสิทธิเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้ใช้อำนาจ และปฏิบัติหน้าที่ของคุรุสภาตามมาตรา ๖ และจะแต่งตั้งอนุกรรมการ หรือมอบหมายให้กรรมการอำนวยการคนหนึ่งคนใดไปทำการใด ๆ แทนก็ได้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การประชุมของคณะกรรมการอำนวยการ หรืออนุกรรมการต้องมีกรรมการอำนวยการหรืออนุกรรมการแล้วแต่กรณี มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงเป็นองค์ประชุมได้

ในกรณีที่ประธานไม่มาประชุม ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุม ให้ผู้ที่มาประชุมเลือกกรรมการอำนวยการคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมนั่งเป็นประธาน

การลงมติให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นประมาณ กรรมการคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากันให้ผู้ที่นั่งเป็นประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ สมาชิกของคุรุสภา มีสามประเภท คือ

(๑) สมาชิกสามัญ

(๒) สมาชิกวิสามัญ

(๓) สมาชิกสมทบ

คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งผู้หนึ่งผู้ใดให้เป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ของคุรุสภาก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ สมาชิกของคุรุสภาต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(๑) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาโทษให้จำคุก เว้นแต่ความผิดในลักษณะฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยความประมาท

(๒) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๓) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๔) ไม่เป็นผู้เคยถูกปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ

(๕) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(๖) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ สมาชิกสามัญต้องมีพื้นความรู้และอยู่ในเงื่อนไขดังนี้

(๑) ได้ประกาศนียบัตรวิชาครูหรือสำเร็จวิชาชั้นอุดมศึกษา และ

(๒) มีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ หรือได้เคยมีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาดังกล่าวแล้วเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่ายี่สิบปี และออกจากตำแหน่งโดยไม่มีความผิด

เงื่อนไขในการมีอาชีพเป็นครูตาม (๒) จะต้องได้รับเงินเดือน การเป็นครูสอนโดยได้รับค่าสอนคิดเป็นรายชั่วโมง หรือรายสัปดาห์หรือได้รับเป็นรายเดือน แต่ได้รับเฉพาะเดือนที่มีการสอน ไม่ตลอดปี ไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ สมาชิกวิสามัญ ต้องมีพื้นความรู้ในการเป็นครูตามกฎหมายว่าด้วยประถมศึกษา หรือกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์ และจะต้องอยู่ในเงื่อนไขตามมาตรา ๑๔ (๒)

เมื่อสมาชิกวิสามัญผู้ใดมีพื้นความรู้ตามมาตรา ๑๔ (๑) ให้สมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกสามัญ และต้องแจ้งให้คุรุสภาทราบ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖[๑๒] ผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกสมทบต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓ และมีพื้นความรู้ตามมาตรา ๑๔ (๑) หรือมาตรา ๑๕ แต่มิได้มีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒)

เมื่อสมาชิกสมทบผู้ใดมีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒) ให้สมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ แล้วแต่กรณี และต้องแจ้งให้คุรุสภาทราบ

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้กรรมการอำนวยการเป็นสมาชิกสามัญ แม้ว่าจะได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ สมาชิกคุรุสภาต้องเสียค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมตามอัตรา

และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดไว้

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ สมาชิกคุรุสภาพ้นจากสมาชิกภาพเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓

(๔) มิได้มีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒) สำหรับกรณีสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ หรือ

(๕) ประพฤติผิดวินัยและคณะกรรมการอำนวยการวินิจฉัยให้ออกโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐[๑๓]

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑[๑๔]

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒[๑๕]

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่ของคุรุสภา โดยประกาศให้สมาชิกทราบโดยเปิดเผย

ครู

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔[๑๖] ครูได้แก่

(๑) ข้าราชการครู

(๒)[๑๗]

(๓)[๑๘] พนักงานครูเทศบาล

(๔) ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของกรุงเทพมหานคร

(๕) ผู้ทำการสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ และได้รับเงินเดือนเป็นประจำ

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕[๑๙]

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ครูต้องเป็นสมาชิกของคุรุสภา

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗[๒๐] ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีสิทธิเป็นสมาชิกสามัญของคุรุสภา

(๑) เป็นครูที่ได้ทำการสอนติดต่อกันเป็นเวลาตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไปแม้จะดำรงตำแหน่งอื่นในกระทรวงศึกษาธิการ หรือตำแหน่งอันเกี่ยวกับการให้การศึกษาในราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

(๒)[๒๑]

(๓) เป็นพนักงานเทศบาล ซึ่งดำรงตำแหน่งอื่นในเทศบาลอันเกี่ยวกับการให้การศึกษาตามที่กำหนดโดยระเบียบของคุรุสภา

จรรยา มรรยาท และวินัย

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ครูต้องมีจรรยาและมรรยาทอันดีงาม และอยู่ในวินัยตามระเบียบประเพณีของครูตามที่คุรุสภาจะได้วางไว้ และตามระเบียบของสถานศึกษาที่ตนมีหน้าที่ทำการสอน

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นเพื่อสอดส่องจรรยามรรยาทและวินัยของครู เพื่อการนี้ให้อนุกรรมการมีอำนาจแนะนำตักเตือนครูผู้ประพฤติผิดจรรยามรรยาทหรือวินัยของครู หรือทำการพิจารณาสอบสวนแล้วรายงานต่อคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพิจารณาลงโทษต่อไป

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจออกคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์

ตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษร หรือให้ออกจากสมาชิกภาพของคุรุสภาแล้วแต่จะเห็นสมควรแก่ความผิด

คำสั่งของคณะกรรมการอำนวยการให้เป็นที่สุด

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ครูซึ่งถูกลงโทษให้ออกจากสมาชิกภาพแห่งคุรุสภาเพราะเหตุประพฤติผิดจรรยา มรรยาท หรือวินัยนั้น ถ้าได้กลับประพฤติตนดี มีสมาชิกรับรองเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคน และเวลาได้ล่วงพ้นจากวันที่ถูกสั่งให้ออกจากสมาชิกภาพไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปี จะยื่นคำร้องขอให้สอบสวนความประพฤติเพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกใหม่ก็ได้ ถ้าคณะกรรมการอำนวยการสอบสวนเห็นว่าผู้นั้นมีความประพฤติดีและกลับตนเป็นคนมีจรรยา มรรยาท และวินัยดีแล้ว จะอนุญาตให้เข้าเป็นสมาชิกก็ได้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ บรรดาผู้ที่เป็นครูอยู่แล้วในวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้

ให้ถือว่าเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญแห่งคุรุสภา แล้วแต่กรณี และต้องเสียเงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๑๘

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภาประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งตามความในมาตรา ๗ และกรรมการอื่นไม่เกินเก้าคนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นครูมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ควง อภัยวงศ์

นายกรัฐมนตรี

อัมพิกา/แก้ไข

๒๘/๒/๔๕

A+B (C)

พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕[๒๒]

สุนันทา/แก้ไข

๑๗/๐๙/๔๔

A+B (C)

พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๙[๒๓]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มีการโอนโรงเรียนประถมศึกษาบางประเภทไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดและได้โอนข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งครูหรือตำแหน่งอื่นในโรงเรียนนั้น ๆ ไปเป็นข้าราชการส่วนจังหวัด และโดยที่ได้โอนโรงเรียนประถมศึกษาในเขตเทศบาลไปเป็นโรงเรียนเทศบาลแล้ว จึงเป็นการสมควรให้คุรุสภามีอำนาจหน้าที่ควบคุมการบริหารงานบุคคลส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยครูและให้ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและพนักงานเทศบาล ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของเทศบาลมีฐานะเป็นครูตามกฎหมายว่าด้วยครู

สุนันทา/แก้ไข

๑๗/๐๙/๔๔

A+B (C)

พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙[๒๔]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการที่ปรึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช

๒๔๘๘ บางมาตรามีหลักการไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

อัมพิกา/แก้ไข

๑/๓/๔๕

A+B(C)

พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๑[๒๕]

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาซึ่งอยู่ในตำแหน่งในวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษาคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยครูในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภา เพื่อให้ข้าราชการครูส่วนจังหวัดได้มีส่วนในการกำหนดนโยบายและบริหารกิจการของคุรุสภา และโดยที่ได้มีกฎหมายกำหนดให้มีข้าราชการครูส่วนจังหวัดและพนักงานครูเทศบาลขึ้น

สมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยครูให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

สุนันทา/แก้ไข

๑๘/๐๙/๔๔

A+B (C)

พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓[๒๖]

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ผู้ใดเป็นกรรมการอำนวยการคุรุสภาซึ่งได้รับเลือกตั้งจากข้าราชการครูส่วนจังหวัดอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะถึงคราวออกตามวาระ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการดังกล่าวว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ ให้ผู้ที่ได้คะแนนในลำดับถัดไปในการเลือกตั้งกรรมการนั้นเข้าดำรงตำแหน่งแทน แต่กรรมการซึ่งเข้ามาแทนให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการตรากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู โดยแยกการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูออกจาก ก.พ. และคุรุสภาแล้ว ในการนี้ จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ ในส่วนที่เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าวด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

อัมพิกา/แก้ไข

๑/๓/๔๕

A+B(C)

พัชรินทร์/เนติมา จัดทำ

๗ มีนาคม ๒๕๔๖

[๑]รก.๒๔๘๘/-/๖๑/๑๖ มกราคม ๒๔๘๘

[๒] มาตรา ๖

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙

[๓] มาตรา ๖ (๖) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓

[๔] มาตรา ๖ (๗) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓

[๕] มาตรา ๗

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๑

[๖]มาตรา ๗

วรรคสอง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓

[๗] มาตรา ๗ ทวิ

เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙

[๘] มาตรา ๘

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๑๙

[๙] มาตรา ๘ ทวิ

เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙

[๑๐] มาตรา ๘

วรรคสอง (๑) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓

[๑๑] มาตรา ๙ ทวิ

เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙

[๑๒] มาตรา ๑๖

วรรคสาม ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๑

[๑๓] มาตรา ๒๐

ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙

[๑๔] มาตรา ๒๑

ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙

[๑๕] มาตรา ๒๒

ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙

[๑๖] มาตรา ๒๔

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙

[๑๗] มาตรา

๒๔ (๒) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓

[๑๘] มาตรา ๒๔ (๓) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่

๕) พ.ศ. ๒๕๒๑

[๑๙] มาตรา ๒๕

ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓

[๒๐] มาตรา ๒๗

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๙

[๒๑] มาตรา ๒๗ (๒) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓

[๒๒] รก.๒๔๙๕/๖๓/๑๒๕๒/๑๔ ตุลาคม ๒๔๙๕

[๒๓] รก.๒๕๐๙/๗๙/๓๐พ/๑๖ กันยายน ๒๕๐๙

[๒๔] รก.๒๕๑๙/๑๕๖/๒๙พ/๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙

[๒๕] รก.๒๕๒๑/๗๓/๓๗พ/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๑

[๒๖] รก.๒๕๒๓/๑๕๘/๗๗พ/๑๓ ตุลาคม ๒๕๒๓

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8aa243d4d133c3d7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com