我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488

法律・公布 1945-01-16・全 43 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ ครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗) ปรีดี พนมยงค์ ตราไว้ ณ วันที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๘ เป็นปีที่ ๑๒ ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายว่าด้วยครู จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ คุรุสภา

หมวด ๑

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า “คุรุสภา” และให้สภานี้เป็นนิติบุคคล

มาตรา ๕

มาตรา ๕ คุรุสภาอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้ (๑) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน (๒) เงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ (๓) เงินผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนและการจัดตั้งองค์การจัดหาผลประโยชน์ของคุรุสภา (๔) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่น ๆ ซึ่งบุคคลอุทิศให้คุรุสภาและภายใต้บังคับแห่งเงื่อนไข ข้อบังคับหรือวัตถุประสงค์ซึ่งผู้อุทิศกำหนดไว้ ให้คุรุสภารักษาและจัดการตามที่เห็นสมควรแก่ประโยชน์แห่งคุรุสภา

มาตรา ๖

มาตรา ๖[๒] คุรุสภามีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการจัดการศึกษาโดยทั่วไปหลักสูตร แบบเรียน อุปกรณ์ประกอบการเรียน การสอน การฝึกอบรม การวัดผลและประเมินผลการศึกษา การนิเทศการศึกษาและเรื่องอื่นที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการจัดการศึกษา (๒) ควบคุมและสอดส่องจรรยา มรรยาท และวินัยของครู พิจารณาโทษครูผู้ประพฤติผิด และพิจารณาคำร้องทุกข์ของครู (๓) พิทักษ์สิทธิของครูภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด (๔) ส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามสมควร (๕) พัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณภาพและประสิทธิภาพของครู (๖)[๓] (๗)[๔]

มาตรา ๗

มาตรา ๗[๕] ให้มีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน อธิบดีทุกกรมและหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และครูตามมาตรา ๒๔ ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกคุรุสภาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คุรุสภาประกาศกำหนดจำนวนสิบคน เป็นกรรมการ และให้เลขาธิการคุรุสภาเป็นกรรมการและเลขานุการ ครูซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องประกอบด้วยครูตามมาตรา ๒๔ (๑) เฉพาะครูซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการ จำนวนหกคน ครูตามมาตรา ๒๔ (๓) จำนวนหนึ่งคน ครูตามมาตรา ๒๔ (๔) จำนวนหนึ่งคน และครูตามมาตรา ๒๔ (๕) จำนวนสองคน[๖] กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับเลือกตั้งใหม่อีกได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ ลาออก พ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภาหรือพ้นจากการเป็นครูซึ่งตนเป็นผู้แทนตามมาตรา ๒๔ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระให้ผู้ที่ได้คะแนนในลำดับถัดไปในการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งเข้าดำรงตำแหน่งแทน แต่กรรมการซึ่งเข้ามาแทนนั้นให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ทวิ[๗] ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งสมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสองหนึ่งคน และสมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่งศึกษาธิการเขตได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสอง เขตละหนึ่งคน เป็นกรรมการที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ให้กรุงเทพมหานครคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตกรุงเทพมหานครจำนวนสามคน และศึกษาธิการเขตคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตการศึกษาของตนเขตละสามคน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด และเสนอรายชื่อไปยังคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา และให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาดังกล่าว เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่ง กรรมการที่ปรึกษามีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระได้เมื่อลาออกหรือพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภาหรือย้ายไปอยู่นอกเขตที่ตนได้รับคัดเลือก ในกรณีที่กรรมการที่ปรึกษาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครหรือศึกษาธิการเขตคัดเลือกไว้ตามวรรคสองเป็นกรรมการที่ปรึกษาแทน กรรมการที่ปรึกษาซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๘

มาตรา ๘[๘] ให้คณะกรรมการอำนวยการแต่งตั้งเลขาธิการและรองเลขาธิการและเจ้าหน้าที่อื่นตามสมควร

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ทวิ[๙] ให้มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยมีเลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และบริหารกิจการของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาขึ้นตรงต่อประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑)[๑๐] เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของคุรุสภา (๒) ประสานงานและดำเนินการในเรื่องของครูกับหน่วยราชการหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับครู (๓) ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คุรุสภามอบหมาย (๔) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับครูเสนอต่อคุรุสภา

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และให้เลขาธิการเป็นผู้ดำเนินกิจการตามมติของคณะกรรมการอำนวยการในความควบคุมของประธานหรือผู้ที่ประธานมอบหมาย

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ทวิ[๑๑] ให้คณะกรรมการอำนวยการมีการประชุมเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และในกรณีที่ประธานเห็นว่าเรื่องที่จะประชุมพิจารณานั้นเกี่ยวกับส่วนได้เสียของสมาชิกคุรุสภา หรือเป็นการสมควรที่จะรับฟังความคิดเห็นของกรรมการที่ปรึกษา ให้ประธานมีอำนาจเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการได้ แต่ประธานจะต้องเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ในการร่วมประชุมกับคณะกรรมการอำนวยการตามวรรคหนึ่ง กรรมการที่ปรึกษามีสิทธิเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้ใช้อำนาจ และปฏิบัติหน้าที่ของคุรุสภาตามมาตรา ๖ และจะแต่งตั้งอนุกรรมการ หรือมอบหมายให้กรรมการอำนวยการคนหนึ่งคนใดไปทำการใด ๆ แทนก็ได้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การประชุมของคณะกรรมการอำนวยการ หรืออนุกรรมการต้องมีกรรมการอำนวยการหรืออนุกรรมการแล้วแต่กรณี มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงเป็นองค์ประชุมได้ ในกรณีที่ประธานไม่มาประชุม ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุม ให้ผู้ที่มาประชุมเลือกกรรมการอำนวยการคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมนั่งเป็นประธาน การลงมติให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นประมาณ กรรมการคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากันให้ผู้ที่นั่งเป็นประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ สมาชิกของคุรุสภา มีสามประเภท คือ (๑) สมาชิกสามัญ (๒) สมาชิกวิสามัญ (๓) สมาชิกสมทบ คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งผู้หนึ่งผู้ใดให้เป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ของคุรุสภาก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ สมาชิกของคุรุสภาต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาโทษให้จำคุก เว้นแต่ความผิดในลักษณะฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยความประมาท (๒) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๓) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี (๔) ไม่เป็นผู้เคยถูกปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ (๕) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว (๖) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ สมาชิกสามัญต้องมีพื้นความรู้และอยู่ในเงื่อนไขดังนี้ (๑) ได้ประกาศนียบัตรวิชาครูหรือสำเร็จวิชาชั้นอุดมศึกษา และ (๒) มีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ หรือได้เคยมีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาดังกล่าวแล้วเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่ายี่สิบปี และออกจากตำแหน่งโดยไม่มีความผิด เงื่อนไขในการมีอาชีพเป็นครูตาม (๒) จะต้องได้รับเงินเดือน การเป็นครูสอนโดยได้รับค่าสอนคิดเป็นรายชั่วโมง หรือรายสัปดาห์หรือได้รับเป็นรายเดือน แต่ได้รับเฉพาะเดือนที่มีการสอน ไม่ตลอดปี ไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ สมาชิกวิสามัญ ต้องมีพื้นความรู้ในการเป็นครูตามกฎหมายว่าด้วยประถมศึกษา หรือกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์ และจะต้องอยู่ในเงื่อนไขตามมาตรา ๑๔ (๒) เมื่อสมาชิกวิสามัญผู้ใดมีพื้นความรู้ตามมาตรา ๑๔ (๑) ให้สมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกสามัญ และต้องแจ้งให้คุรุสภาทราบ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖[๑๒] ผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกสมทบต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓ และมีพื้นความรู้ตามมาตรา ๑๔ (๑) หรือมาตรา ๑๕ แต่มิได้มีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒) เมื่อสมาชิกสมทบผู้ใดมีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒) ให้สมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ แล้วแต่กรณี และต้องแจ้งให้คุรุสภาทราบ

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้กรรมการอำนวยการเป็นสมาชิกสามัญ แม้ว่าจะได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ สมาชิกคุรุสภาต้องเสียค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมตามอัตรา และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดไว้

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ สมาชิกคุรุสภาพ้นจากสมาชิกภาพเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓ (๔) มิได้มีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒) สำหรับกรณีสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ หรือ (๕) ประพฤติผิดวินัยและคณะกรรมการอำนวยการวินิจฉัยให้ออกโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่ของคุรุสภา โดยประกาศให้สมาชิกทราบโดยเปิดเผย ครู

หมวด ๒

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔[๑๖] ครูได้แก่ (๑) ข้าราชการครู (๒)[๑๗] (๓)[๑๘] พนักงานครูเทศบาล (๔) ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของกรุงเทพมหานคร (๕) ผู้ทำการสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ และได้รับเงินเดือนเป็นประจำ

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ครูต้องเป็นสมาชิกของคุรุสภา

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗[๒๐] ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีสิทธิเป็นสมาชิกสามัญของคุรุสภา (๑) เป็นครูที่ได้ทำการสอนติดต่อกันเป็นเวลาตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไปแม้จะดำรงตำแหน่งอื่นในกระทรวงศึกษาธิการ หรือตำแหน่งอันเกี่ยวกับการให้การศึกษาในราชการบริหารส่วนท้องถิ่น (๒)[๒๑] (๓) เป็นพนักงานเทศบาล ซึ่งดำรงตำแหน่งอื่นในเทศบาลอันเกี่ยวกับการให้การศึกษาตามที่กำหนดโดยระเบียบของคุรุสภา จรรยา มรรยาท และวินัย

หมวด ๓

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ครูต้องมีจรรยาและมรรยาทอันดีงาม และอยู่ในวินัยตามระเบียบประเพณีของครูตามที่คุรุสภาจะได้วางไว้ และตามระเบียบของสถานศึกษาที่ตนมีหน้าที่ทำการสอน

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นเพื่อสอดส่องจรรยามรรยาทและวินัยของครู เพื่อการนี้ให้อนุกรรมการมีอำนาจแนะนำตักเตือนครูผู้ประพฤติผิดจรรยามรรยาทหรือวินัยของครู หรือทำการพิจารณาสอบสวนแล้วรายงานต่อคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพิจารณาลงโทษต่อไป

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจออกคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษร หรือให้ออกจากสมาชิกภาพของคุรุสภาแล้วแต่จะเห็นสมควรแก่ความผิด คำสั่งของคณะกรรมการอำนวยการให้เป็นที่สุด

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ครูซึ่งถูกลงโทษให้ออกจากสมาชิกภาพแห่งคุรุสภาเพราะเหตุประพฤติผิดจรรยา มรรยาท หรือวินัยนั้น ถ้าได้กลับประพฤติตนดี มีสมาชิกรับรองเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคน และเวลาได้ล่วงพ้นจากวันที่ถูกสั่งให้ออกจากสมาชิกภาพไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปี จะยื่นคำร้องขอให้สอบสวนความประพฤติเพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกใหม่ก็ได้ ถ้าคณะกรรมการอำนวยการสอบสวนเห็นว่าผู้นั้นมีความประพฤติดีและกลับตนเป็นคนมีจรรยา มรรยาท และวินัยดีแล้ว จะอนุญาตให้เข้าเป็นสมาชิกก็ได้ บทเฉพาะกาล

หมวด ๔

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ บรรดาผู้ที่เป็นครูอยู่แล้วในวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญแห่งคุรุสภา แล้วแต่กรณี และต้องเสียเงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๑๘

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภาประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งตามความในมาตรา ๗ และกรรมการอื่นไม่เกินเก้าคนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นครูมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรี อัมพิกา/แก้ไข ๒๘/๒/๔๕ A+B (C) พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕[๒๒] สุนันทา/แก้ไข ๑๗/๐๙/๔๔ A+B (C) พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๙[๒๓] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มีการโอนโรงเรียนประถมศึกษาบางประเภทไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดและได้โอนข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งครูหรือตำแหน่งอื่นในโรงเรียนนั้น ๆ ไปเป็นข้าราชการส่วนจังหวัด และโดยที่ได้โอนโรงเรียนประถมศึกษาในเขตเทศบาลไปเป็นโรงเรียนเทศบาลแล้ว จึงเป็นการสมควรให้คุรุสภามีอำนาจหน้าที่ควบคุมการบริหารงานบุคคลส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยครูและให้ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและพนักงานเทศบาล ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของเทศบาลมีฐานะเป็นครูตามกฎหมายว่าด้วยครู สุนันทา/แก้ไข ๑๗/๐๙/๔๔ A+B (C) พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙[๒๔]

附則

มาตรา ๙附則

มาตรา ๙ ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการที่ปรึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๐附則

มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ บางมาตรามีหลักการไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น อัมพิกา/แก้ไข ๑/๓/๔๕ A+B(C) พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๑[๒๕]

มาตรา ๗附則

มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาซึ่งอยู่ในตำแหน่งในวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษาคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๘附則

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยครูในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภา เพื่อให้ข้าราชการครูส่วนจังหวัดได้มีส่วนในการกำหนดนโยบายและบริหารกิจการของคุรุสภา และโดยที่ได้มีกฎหมายกำหนดให้มีข้าราชการครูส่วนจังหวัดและพนักงานครูเทศบาลขึ้น สมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยครูให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น สุนันทา/แก้ไข ๑๘/๐๙/๔๔ A+B (C) พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓[๒๖]

มาตรา ๑๐附則

มาตรา ๑๐ ผู้ใดเป็นกรรมการอำนวยการคุรุสภาซึ่งได้รับเลือกตั้งจากข้าราชการครูส่วนจังหวัดอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะถึงคราวออกตามวาระ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการดังกล่าวว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ ให้ผู้ที่ได้คะแนนในลำดับถัดไปในการเลือกตั้งกรรมการนั้นเข้าดำรงตำแหน่งแทน แต่กรรมการซึ่งเข้ามาแทนให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๑附則

มาตรา ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการตรากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู โดยแยกการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูออกจาก ก.พ. และคุรุสภาแล้ว ในการนี้ จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ ในส่วนที่เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าวด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น อัมพิกา/แก้ไข ๑/๓/๔๕ A+B(C) พัชรินทร์/เนติมา จัดทำ ๗ มีนาคม ๒๕๔๖ [๑]รก.๒๔๘๘/-/๖๑/๑๖ มกราคม ๒๔๘๘ [๒] มาตรา ๖ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ [๓] มาตรา ๖ (๖) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓ [๔] มาตรา ๖ (๗) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓ [๕] มาตรา ๗ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๑ [๖]มาตรา ๗ วรรคสอง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓ [๗] มาตรา ๗ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ [๘] มาตรา ๘ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๑๙ [๙] มาตรา ๘ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ [๑๐] มาตรา ๘ วรรคสอง (๑) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓ [๑๑] มาตรา ๙ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ [๑๒] มาตรา ๑๖ วรรคสาม ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๑ [๑๓] มาตรา ๒๐ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ [๑๔] มาตรา ๒๑ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ [๑๕] มาตรา ๒๒ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ [๑๖] มาตรา ๒๔ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ [๑๗] มาตรา ๒๔ (๒) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓ [๑๘] มาตรา ๒๔ (๓) แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๑ [๑๙] มาตรา ๒๕ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓ [๒๐] มาตรา ๒๗ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๙ [๒๑] มาตรา ๒๗ (๒) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๓ [๒๒] รก.๒๔๙๕/๖๓/๑๒๕๒/๑๔ ตุลาคม ๒๔๙๕ [๒๓] รก.๒๕๐๙/๗๙/๓๐พ/๑๖ กันยายน ๒๕๐๙ [๒๔] รก.๒๕๑๙/๑๕๖/๒๙พ/๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ [๒๕] รก.๒๕๒๑/๗๓/๓๗พ/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๑ [๒๖] รก.๒๕๒๓/๑๕๘/๗๗พ/๑๓ ตุลาคม ๒๕๒๓

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查