我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติคืนยศ บรรดาศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์และสิทธิในการรับเบี้ยหวัด บำเหน็จและบำนาญ พุทธศักราช 2489

法律・公布 1946-05-09・全 6 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ คืนยศ บรรดาศักดิ์ เครื่องราชอิสสริยาภรณ์ และสิทธิในการรับเบี้ยหวัดบำเหน็จและบำนาญ พุทธศักราช ๒๔๘๙ อานันทมหิดล ตราไว้ ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙ เป็นปีที่ ๑๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรคืนยศ บรรดาศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และสิทธิในการรับเบี้ยหวัด บำเหน็จและบำนาญ แก่บุคคลบางจำพวกที่ต้องโทษทางการเมืองหรือเสียสิทธิเพราะการกระทำทางการเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคืนยศ บรรดาศักดิ์เครื่องราชอิสสริยาภรณ์ และสิทธิในการรับเบี้ยหวัด บำเหน็จและบำนาญ พุทธศักราช ๒๔๘๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ บุคคลผู้ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติล้างมลทินผู้กระทำผิดทางการเมือง ร.ศ. ๑๓๐ พุทธศักราช ๒๔๗๕ หรือบุคคลผู้ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชกำหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำผิดฐานกบฏ และจลาจล พุทธศักราช ๒๔๘๘ หรือบุคคลผู้ต้องออกจากราชการเนื่องจากเหตุเกี่ยวข้องกับความผิดทางการเมืองหรือความผิดฐานกบฏและจลาจลอันเป็นกรณีเดียวกันกับที่ได้ระบุไว้ในกฎหมายดังกล่าวมาแล้ว ถ้ามีความประสงค์จะได้รับพระราชทาน ยศ บรรดาศักดิ์หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์กลับคืน ให้ทำคำร้องขอยื่นต่อรัฐบาล เมื่อรัฐบาลได้รับคำร้องขอดังกล่าวในวรรคก่อนและรัฐบาลได้พิจารณาเห็นว่าผู้ร้องขอนั้นได้กลับประพฤติตนเป็นคนดี และได้แสดงให้เห็นประจักษ์ถึงความตั้งใจที่จะสมัครสมานความกลมเกลียวระหว่างคนไทยด้วยกันแล้ว ก็ให้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทาน ยศ บรรดาศักดิ์ หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์คืนให้แก่ผู้นั้น

มาตรา ๔

มาตรา ๔ บุคคลที่ได้ระบุไว้ในมาตรา ๓ วรรค ๑ เว้นแต่ผู้ที่มิได้รับคืนยศ บรรดาศักดิ์ หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถ้าเป็นบุคคลที่เคยได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญมาแล้ว ก็ให้มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญตามเดิม เริ่มตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ถ้าบุคคลดังกล่าวเคยเป็นข้าราชการประจำมาก่อนและยังไม่ได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จหรือบำนาญ ก็ให้ได้รับบำเหน็จหรือบำนาญ เพราะเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญในปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ ในการพิจารณาจ่ายเบี้ยหวัด บำเหน็จหรือบำนาญตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าคำวินิจฉัยของกระทรวงการคลังเป็นเด็ดขาด

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรี วิภา/แก้ไข วศิน/ตรวจ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๓/ตอนที่ ๒๙/หน้า ๒๘๘ /๙ พฤษภาคม ๒๔๘๙

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查