ข้อ ๑๖ ให้มีคณะกรรมการบริหารกิจการและบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน โดยเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำของระบบประปาหมู่บ้านแห่งนั้น ๆ โดยมีจำนวนกรรมการตามที่สมาชิกผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่กำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่า ๗ คน
องค์การบริหารส่วนตำบลยะรังเป็นผู้ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งภายใน ๓๐ วัน และให้กรรมการคัดเลือกประธานกรรมการ ๑ คน รองประธานกรรมการ ๑ คน เหรัญญิก ๑ คน และเลขานุการ ๑ คน โดยให้ประธานกรรมการเป็นผู้แทนของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๗ ให้คณะกรรมการตามข้อ ๑๖ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการกิจการประปาดังนี้
(๑) วางระเบียบข้อบังคับในการบริหารกิจการประปา โดยระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนตำบลยะรัง
(๒) บริหารกิจการประปาให้เป็นไปตามข้อบังคับ ให้เกิดความก้าวหน้าและบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ
(๓) พิจารณาอนุญาตหรืองดจ่ายน้ำให้แก่สมาชิกผู้ใช้น้ำโดยคำนึงถึงประโยชน์ของกิจการประปาเป็นหลักแต่การงดจ่ายน้ำให้แก่สมาชิกผู้ใช้น้ำต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนตำบลยะรังเว้นแต่กรณีการเอาน้ำประปาหมู่บ้านไปใช้โดยทุจริต
(๔) จัดทำรายงานผลการดำเนินงานให้องค์การบริหารส่วนตำบลยะรัง และผู้ใช้น้ำทราบทุก ๆ ๓ เดือน
(๕) ควบคุม ดูแล การทำงานของเจ้าหน้าที่ของกิจการประปา
(๖) จัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบล ในกรณีที่รายได้ของกิจการประปาไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน คณะกรรมการอาจแต่งตั้งที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาในการบริหารจัดการระบบประปาก็ได้
ข้อ ๑๘ บุคคลที่จะได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำให้เป็นกรรมการ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์
(๒) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น ๆ ติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน และเป็นสมาชิกผู้ใช้น้ำของกิจการประปาหมู่บ้านที่ตนจะดำรงตำแหน่งกรรมการ
(๓) เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพสุจริตไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม
ข้อ ๑๙ บุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้มีสิทธิได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำให้เป็นกรรมการ คือ
(๑) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
(๒) หูหนวกและเป็นใบ้ซึ่งไม่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้
(๓) ติดยาเสพติดให้โทษ
(๔) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
ข้อ ๒๐ คณะกรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๒ ปีนับแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน ๒ วาระไม่ได้
ข้อ ๒๑ กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ครบวาระการดำรงตำแหน่ง
(๒) ตาย
(๓) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ กรณีที่ยังไม่มีประธานกรรมการให้ยื่นหนังสือลาออกต่อผู้บริหารท้องถิ่น
(๔) ไปเสียจากหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น
(๕) ปรากฏภายหลังว่าขาดคุณสมบัติตามข้อ ๘ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๙
(๖) ต้องโทษจำคุกฐานกระทำความผิดในคดีอาญา ยกเว้นการกระทำความผิดลหุโทษหรือกระทำความผิดโดยประมาท
(๗) กรณีที่กรรมการว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งให้กรรมการที่เหลือพ้นจากตำแหน่ง
ข้อ ๒๒ กรณีกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากครบวาระน้อยกว่าหรือเท่ากับกึ่งหนึ่งให้มีการเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลงและให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน กรณีตำแหน่งที่ว่างลงมีวาระที่เหลือไม่ถึง ๑๘๐ วันจะไม่จัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งกรรมการที่วางก็ได้
ข้อ ๒๓ ในการประชุมคณะกรรมการต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๒๔ มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาดและให้ถือว่าเป็นที่สุด
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการให้ที่ปรึกษามีสิทธิเข้าร่วมประชุม และมีสิทธิแสดงความคิดเห็นใด ๆ ก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ
ข้อ ๒๖ ให้ประธานกรรมการส่งรายงานการประชุมให้ผู้บริหารท้องถิ่นทราบภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันประชุม
การบริหารกิจการประปาหมู่บ้าน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).