法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

พ.ศ. ๒๕๑๗

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ ตุลาคม

พ.ศ. ๒๕๑๗

เป็นปีที่ ๒๙

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

พ.ศ. ๒๕๑๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ในพระราชบัญญัตินี้

“เกษตรกรรม” หมายความว่า การทำนา ทำไร่ ทำสวน

เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงผึ้ง เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด การประมง

และเกษตรกรรมอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

“เกษตรกร” หมายความว่า ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

และให้หมายความรวมถึงกลุ่มเกษตรกรตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๔๑ ลงวันที่ ๑

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ สหกรณ์การเกษตรและชุมนุมสหกรณ์การเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์

“ผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้น” หมายความว่า ผลิตผลอันเกิดจากเกษตรกรรมโดยตรงประเภทเมล็ดพืช

เส้นใยธรรมชาติและผลิตผลเกษตรกรรมอย่างอื่นที่เกิดจากดอกผล ลำต้น ใบ ราก หัว หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพืชและให้หมายความรวมถึงสัตว์ที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์

และสัตว์น้ำที่ได้จากการประมง ตลอดจนผลิตผลพลอยได้อันเกิดจากผลิตผลเกษตรกรรมดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้

ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

“ผลิตภัณฑ์อาหาร” หมายความว่า

ผลิตผลเกษตรกรรมที่ใช้เป็นอาหารหรือส่วนประกอบของอาหารสำหรับคนหรือสัตว์ไม่ว่าจะแปรรูปแล้วหรือไม่

ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

“ค่าธรรมเนียมการส่งออก” หมายความว่า

เงินที่เรียกเก็บจากผู้ส่งออกตามพระราชบัญญัตินี้

“ผู้ส่งออก” หมายความว่า

ผู้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการค้า

และให้หมายความรวมถึงเจ้าของหรือบุคคลอื่นซึ่งครอบครองผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในขณะส่งออกไปนอกราชอาณาจักรด้วย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า “กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร” ในกระทรวงการคลังประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินตามมาตรา ๕

เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายช่วยเหลือหรือส่งเสริมเกษตรกรในการผลิต

การพยุงราคา และการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร

ให้กระทรวงการคลังเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

และดำเนินการเบิกจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรตามพระราชบัญญัตินี้

เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรที่กระทรวงการคลังเก็บรักษาไว้ตามวรรคสอง

ให้กระทรวงการคลังนำไปหาดอกผลได้ โดยการฝากออมทรัพย์หรือฝากประจำกับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

หรือการซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล

มาตรา ๕

มาตรา ๕

กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรประกอบด้วย

(๑)

เงินที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายและกฎหมายว่าด้วยการโอนเงินงบประมาณรายจ่าย

(๒)

เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกตามมาตรา ๑๑

(๓)

ดอกผลของเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

(๔)

เงินกู้ที่รัฐบาลกู้เพื่อสมทบกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี

(๕)

เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้

ให้จัดสรรกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยละห้าสิบของรายรับตาม

(๒) เป็นเงินทุนหมุนเวียน

มาตรา ๖

มาตรา ๖

การเรียกเก็บเงินอื่นใดเพื่อการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารนอกจากอากรขาออก

ค่าธรรมเนียม หรือเงินอย่างอื่นที่เรียกเก็บตามกฎหมาย

และค่าธรรมเนียมการส่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ จะกระทำมิได้

มาตรา ๗

มาตรา ๗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดชนิดหรือประเภทของผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ผู้ส่งออกต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออก

เมื่อปรากฏว่า

(๑)

การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดใดหรือประเภทใดอาจทำให้ราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนั้นหรือประเภทนั้นมีแนวโน้มสูงขึ้นจนกระทบกระเทือนต่อการบริโภคภายในประเทศหรืออาจก่อให้เกิดความขาดแคลนซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนั้นหรือประเภทนั้นภายในประเทศ

หรือ

(๒)

ราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดใดหรือประเภทใดในต่างประเทศสูงกว่าราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดนั้นหรือประเภทนั้นในประเทศมาก

ทำให้กำไรจากการส่งออกสูงเกินสมควร

การเปลี่ยนแปลง

แก้ไข หรือยกเลิกประกาศตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการส่งออกซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดหรือประเภทที่กำหนดตามมาตรา

๗ รวมทั้งระเบียบการเก็บ และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมการส่งออก

การเปลี่ยนแปลง

แก้ไข หรือยกเลิกประกาศตามวรรคหนึ่งต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ถ้าการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกเกิดขึ้นจากการซื้อขายระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจลดอัตราค่าธรรมเนียมการส่งออกสำหรับผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหารชนิดหรือประเภทดังกล่าวสำหรับปริมาณที่ซื้อขายกันแต่ละคราวได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ภายใต้บังคับมาตรา ๙ ผู้ส่งออกซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้น และผลิตภัณฑ์อาหารชนิดหรือประเภทที่กำหนดตามมาตรา

๗ ต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกตามอัตรา

ระเบียบและวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกที่เรียกเก็บได้ตามพระราชบัญญัตินี้

ให้ส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพื่อใช้ในกิจการตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘

โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

การจัดสรรเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพื่อใช้ในการส่งเสริมการผลิต

การพยุงราคา และการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นหรือผลิตภัณฑ์อาหาร

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้มีคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกรคณะหนึ่ง

ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ

ปลัดกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมบัญชีกลาง

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรและผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีจำนวนไม่เกินแปดคน

ในจำนวนนี้ให้มีผู้แทนสหกรณ์การเกษตรหนึ่งคน ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรหนึ่งคน

และเกษตรกรอื่นอีกสามคน

คณะกรรมการจะแต่งตั้งกรรมการหรือบุคคลอื่นเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี

แต่อาจได้รับแต่งตั้งอีกก็ได้

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๓

กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๔)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ในกรณีที่กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง

ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนหรือให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

ประธานกรรมการ

รองประธานกรรมการ กรรมการ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ อาจได้รับค่าพาหนะ

เบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทน หรือเบี้ยประชุม

ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด

จึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ คนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

คณะกรรมการอาจตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งแทนได้

ให้นำมาตรา

๑๕ มาใช้บังคับแก่การประชุมและวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

พิจารณาโครงการส่งเสริมการผลิต และโครงการพยุงราคาและการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารที่กระทรวง

ทบวง กรม และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เสนอ

(๒)

พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินสำหรับโครงการส่งเสริมการผลิตและโครงการพยุงราคาและการจำหน่ายซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร

(๓)

ทำความเห็นเสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพิจารณาตาม (๑) และ (๒)

(๔)

วางระเบียบการเบิกจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

(๕)

ติดตามผลการดำเนินการของกิจการตามโครงการในมาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

กิจการตามโครงการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรได้นั้นได้แก่กิจการ

ดังต่อไปนี้

(๑)

การส่งเสริมการผลิตผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารโดย

(ก)

จัดหาปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาอันสมควร

(ข)

ให้เกษตรกรกู้เพื่อการลงทุนในการผลิตและการจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร

(ค)

ดำเนินการจัดหาที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำกิน การจัดหากรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่เกษตรกร

การปฏิรูปที่ดิน และการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(ง)

ดำเนินการอื่นใดอันจะก่อประโยชน์ในการผลิตผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร

รวมทั้งการส่งเสริมการผลิตวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมเกษตร

(๒)

การพยุงราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศโดย

(ก)

ซื้อหรือรับจำนำผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารในราคาที่รัฐมนตรีกำหนด

(ข)

ขายภายในประเทศและขายโดยส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร

(ค)

ดำเนินการอื่นใดอันจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งกิจการตาม (ก) และ (ข) แห่งข้อนี้

(๓)

การดำเนินการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อขจัดภัยร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมอันจะเป็นผลเสียหายแก่เกษตรกร

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรแก่กระทรวง

ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง องค์การของรัฐบาลและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

เพื่อใช้จ่ายในกิจการตามโครงการส่งเสริมการผลิตและโครงการพยุงราคาและการจำหน่าย

ซึ่งผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ในการสงเคราะห์เกษตรกรตามโครงการช่วยเหลือในเรื่องการผลิต

ให้คำนึงถึงผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ประสบความเดือดร้อนเป็นหลักก่อน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนด

โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณทุกปี ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศรายงานการรับจ่ายเงินของกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรในราชกิจจานุเบกษา

รายงานการรับจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง

เมื่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบแล้ว

ให้ทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอรัฐสภาทราบ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ผู้ส่งออกผู้ใดไม่เสียค่าธรรมเนียมการส่งออกตามมาตรา ๑๐

หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้ตนเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกน้อยกว่าที่ต้องเสีย

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี

หรือปรับสิบเท่าของค่าธรรมเนียมการส่งออกที่ยังต้องชำระ

แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เงินค่าปรับตามมาตรานี้

ให้ถือเป็นค่าธรรมเนียมการส่งออกที่เรียกเก็บได้ตามพระราชบัญญัตินี้

และให้ส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกร

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ผู้ใดกระทำการด้วยประการใด ๆ

อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้ส่งออก

เพื่อให้ผู้ส่งออกไม่เสียค่าธรรมเนียมการส่งออกหรือให้เสียค่าธรรมเนียมการส่งออกน้อยกว่าที่ต้องเสีย

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

เงินค่าธรรมเนียมการส่งออกที่เรียกเก็บได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๘

ให้ส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์เกษตรกรร้อยละแปดสิบ ส่วนที่เหลือให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

บรรดาคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุญาตส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าใด ๆ

ที่ผู้ส่งออกต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งออกและในส่วนที่เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการส่งออก

ที่ออกไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้คงมีผลใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะได้มีการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นแล้ว

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

ประกาศตามพระราชบัญญัตินี้

เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

สัญญา ธรรมศักดิ์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ของประเทศประกอบอาชีพการเกษตร ผลิตผลเกษตรกรรม

เป็นสินค้าขาออกที่ทำรายได้มาสู่ประเทศเป็นลำดับหนึ่ง การเศรษฐกิจของประเทศ

ขึ้นอยู่กับอาชีพการเกษตรเป็นสำคัญ

แต่ปรากฏว่าเกษตรกรส่วนมากเป็นผู้ยากจนต้องกู้ยืมเงินทุนมาใช้ในการประกอบอาชีพและเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว

จึงทำให้เกษตรกรมีหนี้สินล้นพ้นตัว

และต้องสูญเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินและกลายเป็นผู้เช่าที่ดิน ต้องเสียค่าเช่าในอัตราสูง

นอกจากนั้นเกษตรกรผู้ผลิตตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นผู้กำหนดราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารโดยมุ่งเอาเปรียบกดราคาเพื่อให้ตนได้รับผลกำไรจากการซื้อผลิตผลและผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากเกษตรกรให้มากที่สุด

รัฐบาลจึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรให้หลุดพ้นจากหนี้สิน

มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และให้สามารถเพิ่มผลผลิตและมีรายได้สูงขึ้น

และเพื่อช่วยพยุงราคาขายผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเป็นผลดีแก่ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคภายในประเทศ

เห็นสมควรมีกฎหมายจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรขึ้นโดยเฉพาะ

เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการส่งเสริมการเพิ่มผลผลิต

และเพื่อพยุงราคาผลิตผลเกษตรกรรมขั้นต้นและผลิตภัณฑ์อาหาร จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

สัญชัย ศิริเดช/ผู้จัดทำ

๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๑/ตอนที่ ๑๗๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๗

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2517 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8afddef8ecb7aa32

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com