กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
การยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า
พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๐๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
สินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า หมายความว่า สินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าประเภทหรือชนิดเดิมหรืออีกประเภทหรืออีกชนิดหนึ่งซึ่งต้องเสียภาษีสรรพสามิต หรือสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกแต่มิให้หมายความรวมถึงสินค้าน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จะนำไปใช้ในการผลิตสินค้าน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยการเพิ่มสารเติมแต่ง
ข้อ ๓ สินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะได้รับยกเว้นภาษีต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) มิใช่สินค้าที่ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบหรือมีส่วนประกอบของสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงนี้ และ
(๒) เป็นสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต
ข้อ ๔ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่ผลิตหรือนำเข้าสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า ยื่นคำขอยกเว้นภาษีต่ออธิบดี ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าหรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินการพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งยกเว้นภาษี อธิบดีอาจกำหนดให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามวรรคหนึ่ง วางหลักประกันได้ตามที่เห็นสมควรก็ได้
ข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะนำสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตน แจ้งสูตรการผลิตหรือกรรมวิธีการผลิตเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอตามข้อ ๔ ต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
ข้อ ๖ ก่อนนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือก่อนขนสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามข้อ ๔ แจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำเข้าหรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินการพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
ในกรณีสินค้าที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือออกจากอารักขาของศุลกากรไม่ตรงตามจำนวนหรือปริมาณที่ได้รับอนุมัติ ให้ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะตามจำนวนหรือปริมาณของสินค้าที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรืออารักขาของศุลกากรตามที่ตรวจสอบจริง แต่ไม่เกินจำนวนหรือปริมาณที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๔
ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะสั่งให้ตรวจสอบสินค้าหรือสั่งให้ดำเนินการใด ๆ กับสินค้านั้นเพื่อพิสูจน์หรือแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีก็ได้
ข้อ ๗ ก่อนนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีเข้าไปในโรงอุตสาหกรรม ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้านั้นไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตนแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์
ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีจะสั่งให้ตรวจสอบสินค้าก่อนนำสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเข้าไปในโรงอุตสาหกรรมก็ได้
ข้อ ๘ ในการขนสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงนี้ ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดวิธีการขนสินค้าแก่ผู้ได้รับการยกเว้นภาษีหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งนำสินค้านั้นไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตนก็ได้
ข้อ ๙ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตน ต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าวตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี หรือในกรณีที่เป็นการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับการขอยกเว้นภาษีหรือคืนภาษี
ข้อ ๑๐ กรณีที่มีการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าแล้ว หากในภายหลังปรากฏกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษี
(๑) ในการขนสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี หากผู้ได้รับยกเว้นภาษีหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามข้อ ๕ ไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่อธิบดีกำหนดเกี่ยวกับการขนสินค้า ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขนไม่ถูกต้องตามวิธีการดังกล่าว ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
(๒) สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีสูญหายหรือขาดจำนวนไปจากจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้น ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นไปตามธรรมชาติหรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี
(๓) ในกรณีที่สินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ หากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละศูนย์จุดห้าของจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้านั้น ตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปตามธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี
(๔) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตน ต้องนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น เว้นแต่อธิบดีจะประกาศกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น และหากไม่ปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่มิได้ปฏิบัติตามนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัยและได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ขยายระยะเวลาการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๐๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้การยกเว้นภาษีให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปวันวิทย์/ภวรรณตรี/จัดทำ
๒๐ กันยายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า ๔๒/๑๖ กันยายน ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).