ข้อ ๑๐ กรณีที่มีการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าแล้ว หากในภายหลังปรากฏกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษี
(๑) ในการขนสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี หากผู้ได้รับยกเว้นภาษีหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามข้อ ๕ ไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่อธิบดีกำหนดเกี่ยวกับการขนสินค้า ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขนไม่ถูกต้องตามวิธีการดังกล่าว ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
(๒) สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีสูญหายหรือขาดจำนวนไปจากจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปนั้น ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นไปตามธรรมชาติหรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี
(๓) ในกรณีที่สินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหรือสุรากลั่นชนิดสุราสามทับ หากสูญหายหรือขาดจำนวนไปเกินกว่าร้อยละศูนย์จุดห้าของจำนวนที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้านั้น ตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดจำนวนไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นไปตามธรรมชาติ หรือขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี
(๔) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าของตน ต้องนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น เว้นแต่อธิบดีจะประกาศกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น และหากไม่ปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด ให้ผู้ได้รับยกเว้นภาษีมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่มิได้ปฏิบัติตามนั้นในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัยและได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้ขยายระยะเวลาการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๐๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้การยกเว้นภาษีให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปวันวิทย์/ภวรรณตรี/จัดทำ
๒๐ กันยายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า ๔๒/๑๖ กันยายน ๒๕๖๐