ข้อ ๓ ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีดังต่อไปนี้เป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง
ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะสั่งลงโทษโดยไม่สอบสวนก็ได้ คือ
(๑)
กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้ลงโทษที่หนักกว่าจำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๒)
ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวัน และผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้ว
เห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ
การละทิ้งหน้าที่ราชการตามวรรคหนึ่ง
ถ้าเกิดขึ้นภายหลังจากที่ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการต่อผู้บังคับบัญชาไว้ก่อนแล้วไม่ถือว่าเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๐
วันมูหะมัดนอร์ มะทา
ประธานรัฐสภา
ประธาน ก.ร.
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ร. ฉบับนี้ คือ
โดยเห็นเป็นการสมควรปรับปรุงกฎ ก.ร. ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘
ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฎชัดแจ้ง ซึ่งได้กำหนดกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ป.
มีมติเรื่องที่สอบสวนมีมูลว่าได้กระทำความผิด และกรณีละทิ้งหน้าที่ราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
เป็นกรณีความผิดที่ปรากฎชัดแจ้ง แต่เนื่องจากกรณีดังกล่าวยังไม่อาจถือเป็นยุติได้ว่ามีการกระทำการอันเป็นความผิดวินัยเกิดขึ้น
หรือมิฉะนั้นเป็นเรื่องที่ยากแก่การวินิจฉัยว่าเกิดผลเสียหายแก่ทางราชการหรือไม่
จึงสมควรปรับปรุงกฎ ก.ร. ดังกล่าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ประภาศรี/ผู้จัดทำ
๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม
๑๑๔/ตอนที่ ๑๕ ก/หน้า ๑๐/๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๐