ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง
เรื่อง การขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๕๒
โดยที่เป็นการสมควรออกข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่งว่าด้วยการขุดดินและถมดิน
ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
และแก้ไขเพิ่มเติมจนถึง (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ และมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๑๗
และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่งโดยได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่งและนายอำเภอเวียงป่าเป้าจึงออกข้อบัญญัติไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง
เรื่อง การขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๕๒
ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่งและให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติ ประกาศ ระเบียบ
หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน
ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้
ดิน หมายความรวมถึง หิน กรวด หรือทราย และอินทรีย์วัตถุต่าง
ๆ ที่เจือปนกับดิน
พื้นดิน หมายความว่า
พื้นผิวของที่ดินที่เป็นอยู่ตามสภาพธรรมชาติ
ขุดดิน หมายความว่า
กระทำแก่พื้นดินเพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดิน หรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อดิน
บ่อดิน หมายความว่า แอ่ง บ่อ สระ
หรือช่องว่างใต้พื้นดิน ที่เกิดจากการขุดดิน
ถมดิน หมายความว่า การกระทำใด ๆ
ต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม
เนินดิน หมายความว่า
ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดินโดยการถมดิน
แผนผังบริเวณ หมายความว่า แผนที่แสดงสภาพของที่ดิน
ที่ตั้ง และขอบเขตของที่ดินที่จะขุดดิน หรือถมดิน รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง
รายการ หมายความว่า
ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของดิน ความลึกของบ่อดินที่จะขุด
หรือความสูงของเนินดินที่จะถมดิน ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดิน
ระยะห่างจากขอบบ่อดินหรือเนินดินถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น
วิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง
และวิธีการในการขุดดินหรือการถมดิน
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้
ราชการส่วนท้องถิ่น หมายความว่า
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง
ข้อ ๕ ข้อบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่การขุดดินและถมดิน
ซึ่งกระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอื่นที่ได้กำหนดมาตรการในการป้องกันอันตรายได้ตามกฎหมายนั้นแล้ว
ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างตลอดจนการอื่นที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้
ให้เป็นไปตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
การขุดดิน
ข้อ ๗ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดิน
โดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกินสามเมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตร
ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูล ดังต่อไปนี้
(๑)
แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะทำการขุดดิน
(๒)
แผนผังแสดงเขตพื้นที่และที่ดินบริเวณข้างเคียง
(๓)
รายการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓
(๔)
วิธีการขุดดินและขนดิน
(๕)
ระยะเวลาทำการขุดดิน
(๖)
ชื่อผู้ควบคุมงาน ซึ่งจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๗)
ที่ตั้งสำนักงานของผู้แจ้ง
(๘)
ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่จะทำการขุดดิน
(๙)
เอกสารรายละเอียดอื่น ๆ ที่คณะกรรมการกำหนด
ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งโดยถูกต้องแล้ว
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
และให้ผู้แจ้งเริ่มทำการขุดดินตามที่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้ง
ถ้าการแจ้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีการแจ้งตามวรรคหนึ่ง
ถ้าผู้แจ้งไม่มาแก้ไขให้ถูกต้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้แจ้งให้แก้ไขจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งตามวรรคหนึ่งเป็นอันสิ้นผล
ถ้าผู้แจ้งได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดในวรรคสาม
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งที่ถูกต้อง
ผู้ได้รับแจ้งต้องชำระธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
กำหนดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการขุดดินถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อ ๘ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เก็บได้ตามข้อ
๗ วรรคห้า ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง
ข้อ ๙ ในระหว่างที่มีการขุดดิน ผู้ขุดดินตามข้อ ๗
จะต้องเก็บใบรับแจ้ง แผนผังบริเวณ และรายการไว้ที่สถานที่ขุดดินหนึ่งชุด
และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจดูได้
ถ้าใบรับแจ้งชำรุด
สูญหาย หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๗
ขอรับใบแทนใบรับแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุดสูญหายหรือถูกทำลายดังกล่าว
ข้อ ๑๐ ผู้ขุดดินตามข้อ ๗
ต้องทำการขุดดินให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ แห่ง
พระราชบัญญัติขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๑๑ ผู้ขุดดินตามข้อ ๗
ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๐
และต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งได้กระทำในทางการที่จ้างหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ ๑๒ การได้รับใบรับแจ้งจากพนักงานท้องถิ่นตามข้อ
๗
ไม่เป็นเหตุคุ้มครองการขุดดินที่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลหรือต่อสภาพแวดล้อม
ผู้ขุดดินไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดิน ลูกจ้างหรือตัวแทน
ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น เว้นแต่จะมีเหตุที่ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย
ข้อ ๑๓ การขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นที่ปากบ่อไม่เกินสี่ตารางเมตร
ผู้ขุดดินไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๑๔ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกินสามเมตร
เมื่อจะขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่นในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุด
ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรกระทำ
ข้อ ๑๕ ในการขุดดิน ถ้าพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
ซากดึกดำบรรพ์ หรือแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ หรือทางการศึกษาในด้านธรณีวิทยา
ให้ผู้ขุดดินตามข้อ ๗ ข้อ ๑๓ และข้อ ๑๔ หยุดการขุดดินในบริเวณนั้นไว้ก่อนแล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พบและให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปากร
หรือกรมทรัพยากรธรณี แล้วแต่กรณี ทราบโดยด่วนในกรณีเช่นนี้ให้ผู้ขุดดินปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
การถมดิน
ข้อ ๑๖ ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดิน
โดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง
และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร
หรือมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น
พื้นที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง
ต้องไม่เกินสองพันตารางเมตร
การถมดินที่มีพื้นที่เกินสองพันตารางเมตร
หรือมีพื้นที่เกินกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง
นอกจากจะต้องจัดให้มีการระบายน้ำตามวรรคหนึ่ง
ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ถ้าผู้แจ้งได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในวรรคสามโดยถูกต้องแล้ว
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับแจ้งตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
เพื่อเป็นหลักฐานการแจ้งให้แก่ผู้นั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
และให้ผู้แจ้งเริ่มต้นการถมดินตามที่ได้แจ้งไว้ได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบแจ้งให้นำข้อบัญญัติในข้อ
๗ วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า ข้อ ๙ และข้อ ๑๒ มาบังคับใช้โดยอนุโลม
ข้อ ๑๗ ผู้ถมดินตามข้อ ๑๖
ต้องทำการถมดินให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๑๘ ผู้ถมดินตามข้อ ๑๖
ต้องควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๗
และต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนซึ่งกระทำในทางการที่จ้างหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
พนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ ๑๙ ผู้ใดได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินหรือถมดินอันไม่ปฏิบัติตามข้อ
๑๐ ข้อ ๑๔ หรือข้อ ๑๗
มีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดินนั้นได้
เมื่อได้รับคำร้องขอตามวรรคหนึ่ง
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสถานที่ขุดดินหรือถมดิน
และรายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นว่าความเสียหายได้เกิดขึ้น
หรืออาจเกิดขึ้นจากการขุดดินหรือถมดินนั้น
ให้มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือสั่งให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน
หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดิน
หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินได้ตามที่เห็นสมควร
เจ้าพนักงานท้องถิ่น
ตามข้อบัญญัตินี้ ให้หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมายด้วย
ข้อ ๒๐ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ที่มีการขุดดินตามข้อ
๗ หรือการถมดินตามข้อ ๑๖
ว่าได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือประกาศที่ออกตามข้อบัญญัตินี้หรือไม่
ทั้งนี้
ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือระหว่างเวลาทำการ และให้ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดิน หรือตัวแทน หรือเจ้าของที่ดินอำนวยความสะดวกตามสมควร
ข้อ ๒๑ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการขุดดินหรือถมดินได้ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้มีคำสั่งให้ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดิน
หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หรือ จัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้น
แล้วแต่กรณี
และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้
ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดินหรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นตามที่เห็นว่าจำเป็นได้
แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบทันที ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นชอบด้วยกับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พนักงาน
เจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
และให้ถือว่าคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมาตั้งแต่ต้น
ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีหนังสือสั่งภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง
ให้คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นอันสิ้นผล
ข้อ ๒๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบัญญัตินี้
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อ ๒๓ ในการปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นและพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
การอุทธรณ์
ข้อ ๒๔ ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน
หรือเจ้าของที่ดินผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๑๙ วรรคสอง
หรือข้อ ๒๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
การอุทธรณ์ตามข้อนี้
ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นถ้าผู้อุทธรณ์ประสงค์จะขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ให้ยื่นคำขอทุเลาพร้อมอุทธรณ์ในกรณีเช่นนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะอนุญาตให้ทุเลาโดยมีเงื่อนไขหรือไม่ก็ได้
หรือจะสั่งให้วางเงินหรือหลักทรัพย์ประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก็ได้
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
คำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นที่สุด
บทกำหนดโทษ
ข้อ ๒๕ ผู้ใดทำการขุดดินตามข้อ ๗
หรือทำการถมดินตามข้อ ๑๖ วรรคสามโดยไม่ได้รับใบแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อ ๗
วรรคสอง หรือข้อ ๑๖ วรรคสี่ แล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากการกระทำตามวรรคหนึ่ง
เกิดขึ้นในบริเวณห้ามขุดดินหรือถมดินตามข้อ ๖
ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ ๒๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๐ หรือข้อ ๑๗
ต้องระวางโทษมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๒๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๔ และข้อ ๑๖
วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๒๘ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามข้อ
๒๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
ข้อ ๒๙ ผู้ขุดดินผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๕
ต้องระวางโทษปรับจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนและหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ ๓๐ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หยุดการขุดดินหรือการถมดิน
ตามข้อ ๑๙ วรรคสอง หรือข้อ ๒๑ วรรคหนึ่งหรือวรรคสองไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ ๓๑ ผู้ใดได้รับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้จัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดิน
หรือถมดิน ตามข้อ ๑๙ วรรคสอง หรือข้อ ๒๑ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ต้องระวางโทษไม่เกินสามหมื่นบาท
และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกินห้าร้อยบาท ตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตาม
ข้อ ๓๒ บรรดาความผิดตามข้อบัญญัตินี้นอกจากข้อ ๒๕
วรรคสองให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมอบหมาย
มีอำนาจเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาได้
เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในสามสิบวันแล้วให้ถือว่าคดีเลิกกัน
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ข้อ ๓๓ ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วน บริษัท
หรือนิติบุคคลอื่นกระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้กรรมการ ผู้จัดการ
หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการกระทำอันเป็นความผิดนั้นต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิด
นั้น ๆ ด้วย
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย
ข้อ ๓๔ ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้
ให้ถือว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ใกล้ชิดหรือติดต่อกับที่ดินที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและได้รับความเสียหาย
เนื่องจากการกระทำความผิดนั้น เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา
ข้อ ๓๕ ผู้ใดขุดดินหรือถมดินอันมีลักษณะที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้อยู่ก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับให้ปฏิบัติตามข้อ
๗ ข้อ ๑๖ แล้วแต่กรณี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
และเมื่อได้ดำเนินการแล้วให้ถือว่าผู้นั้นได้รับใบแจ้งตามข้อบัญญัตินี้
ข้อ ๓๖ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง
มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ
ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒
กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒
รัฐกรณ์ ทะนุก้ำ
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง
ปริยานุช/จัดทำ
๒๙ มกราคม ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๒๙ มกราคม ๒๕๕๓
รชณัฐ/ปรับปรุง
๑๗ มิถุนายน
๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๒ ง/หน้า ๗๒/๒๒ มกราคม ๒๕๕๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).