พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่
ของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้กรรมการได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน
เงินประจำตำแหน่งหรือเงินค่าตอบแทนรายเดือนตามอัตราในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
มาตรา ๔
ให้กรรมการได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการจ่ายให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ให้กรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มเวลาซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร
จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร
มีสิทธิได้รับค่าพาหนะและค่าเช่าที่พักในการเดินทางมาปฏิบัติงาน ณ สำนักงาน
ตามระเบียบตามวรรคหนึ่งได้ด้วย[๒]
มาตรา ๕
ให้กรรมการมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพตามที่จ่ายจริง
ในอัตราเบี้ยประกันคนละไม่เกินสามหมื่นบาทต่อปี
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกานี้ คำว่า การประกันสุขภาพ
ให้หมายถึงการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองทางด้านการเงินเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายต่าง
ๆ สำหรับการรักษาตัวในสถานพยาบาลหรือคลินิก
หรือเข้ารับการผ่าตัดโดยแพทย์ในกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ
ในกรณีที่กรรมการมีสิทธิหรือได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพจากหน่วยงานอื่นแล้ว
กรรมการนั้นไม่มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพตามพระราชกฤษฎีกานี้
เว้นแต่ค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพที่ได้รับนั้นต่ำกว่าค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพที่มีสิทธิได้รับตามพระราชกฤษฎีกานี้
ให้มีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาล หรือการประกันสุขภาพเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่
มาตรา ๖
กรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่าหนึ่งปีบริบูรณ์มีสิทธิได้รับบำเหน็จตอบแทนเป็นเงินซึ่งจ่ายครั้งเดียวเมื่อพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังต่อไปนี้
(๑) ออกตามวาระ
(๒) ลาออก
ในการคำนวณบำเหน็จตอบแทนนั้น
ให้นำอัตราเงินเดือนท้ายพระราชกฤษฎีกาคูณด้วยระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง
การนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งเพื่อคำนวณบำเหน็จตอบแทนตามวรรคหนึ่งนั้น
ให้นับตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งจนถึงวันที่สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่โดยให้นับจำนวนปีรวมทั้งเศษของปีด้วย
การคำนวณเศษของปีที่เป็นเดือนหรือเป็นวันให้เป็นปีนั้น
ให้นำเศษที่เป็นเดือนหารด้วยสิบสองและเศษที่เป็นวันหารด้วยสามสิบได้ผลลัพธ์เท่าใดจึงหารด้วยสิบสอง
ในการคำนวณให้ใช้ทศนิยมสองตำแหน่ง
และให้นำจำนวนที่คำนวณได้มารวมกันเป็นระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งซึ่งเป็นจำนวนปี
สิทธิในบำเหน็จตอบแทนนั้น เป็นสิทธิเฉพาะตัว จะโอนไม่ได้
มาตรา ๗
ในกรณีที่กรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุถึงแก่ความตาย
ไม่ว่าผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปีบริบูรณ์หรือไม่ก็ตาม
ให้จ่ายบำเหน็จตอบแทนเป็นเงินซึ่งจ่ายครั้งเดียวตามระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง
โดยใช้เกณฑ์คำนวณตามมาตรา ๖ วรรคสองและวรรคสาม โดยอนุโลม ให้แก่ทายาทโดยธรรมซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๘
ให้กรรมการซึ่งได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอยู่แล้วในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้นับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
มาตรา ๙
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
บัญชีค่าตอบแทน
ของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
ตำแหน่ง
เงินเดือน
(บาท/เดือน)
เงินประจำตำแหน่ง
(บาท/เดือน)
เงินค่าตอบแทนรายเดือน
(บาท/เดือน)
ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
๖๔,๐๐๐
๔๕,๕๐๐
รองประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
๖๒,๐๐๐
๔๕,๕๐๐
กรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา
๖๒,๐๐๐
๔๒,๕๐๐
กรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มเวลา
๔๒,๕๐๐
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓
บัญญัติให้กรรมการปฏิรูปกฎหมายได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว
สมควรกำหนดค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖[๓]
附則
มาตรา ๔ ให้กรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มเวลาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มีสิทธิได้รับค่าพาหนะและค่าเช่าที่พักตามมาตรา ๔ วรรคสอง
แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้
โดยให้ได้รับตั้งแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่พระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
พ.ศ. ๒๕๕๔ มิได้บัญญัติให้กรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มเวลามีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาปฏิบัติงาน
ณ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ทำให้กรรมการซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ห่างไกลจากที่ตั้งสำนักงาน
มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาปฏิบัติงานมากกว่าปกติที่พึงมี
เป็นการสมควรให้กรรมการดังกล่าวมีสิทธิได้รับค่าพาหนะและค่าเช่าที่พักในการเดินทางมาปฏิบัติงานได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปณตภร/ผู้จัดทำ
๑๘ เมษายน ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๗๕ ก/หน้า ๑/๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๔
[๒] มาตรา ๔ วรรคสอง
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖
[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม
๑๓๐/ตอนที่ ๓๒ ก/หน้า ๑/๕ เมษายน ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).