我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521 (Update ณ วันที่ 07/11/2531) หมวด 1

มาตรา 15–มาตรา 26共 12 條

มาตรา 15附則

มาตรา 15 ข้าราชการตุลาการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ ได้รับแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้ (1) ประธานศาลฎีกาให้ได้รับเงินเดือนชั้น 9 (2) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และรองประธานศาลฎีกาให้ได้รับ เงินเดือนชั้น 8 (3) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ให้ได้รับ เงินเดือนชั้น 7 (4) ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษา ศาลชั้นต้น รองอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ในศาลอุทธรณ์ ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 6 *[3] `(5) รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค และผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ได้รับ เงินเดือนชั้น 5-6' (6) ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา และผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 3-4 (7) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดและผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 2-3 (8) ผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น1 สำหรับข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อ เทียบกับตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในชั้นสูงขึ้น ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับ เงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นของ ชั้นที่เลื่อนขึ้น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่

มาตรา 16附則

มาตรา 16 ให้ประธานศาลฎีกาได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง เดือนละสองหมื่นบาท และอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้รับเงินเพิ่มสำหรับ ตำแหน่งเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท

มาตรา 17附則

มาตรา 17 การบรรจุข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยวิธีการ สอบคัดเลือกตามความในหมวด 2 แห่งลักษณะนี้ แต่ถ้าผู้ใด (1) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (2) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปีหรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนัก อบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ ในมาตรา 27 (1) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (3) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต และสอบไล่ได้ชั้น เกียรตินิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา 27 (1) (ค) เป็นเวลา ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ (4) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทย และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา 27 (1) (ค) เป็นเวลา ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี เมื่อ ก.ต. พิจารณาเห็นว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 27 (2) ถึง (12) และได้ทำการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมาย แล้วเห็นสมควรที่จะให้ เข้ารับราชการ ก็ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และอัตราส่วน ของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ตามที่ ก.ต. กำหนด

มาตรา 18附則

มาตรา 18 ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา จะต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยพิพากษาและได้รับการอบรมจากกระทรวง ยุติธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ผลของการอบรมเป็นที่พอใจของกระทรวง ยุติธรรมว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และความประพฤติเหมาะสมที่จะ เป็นผู้พิพากษา ผู้ช่วยผู้พิพากษาผู้ใดเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้วเป็นเวลาสองปี และผลของการอบรมยังไม่เป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าวใน วรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ ในปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไป ให้รัฐมนตรีด้วย ความเห็นชอบของ ก.ต. มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ

มาตรา 19附則

มาตรา 19 การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการ นอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.ต. โดยคำนึงถึง ความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติ การปฏิบัติราชการของ บุคคลนั้น เทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่จะได้รับแต่งตั้งนั้น ๆ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงนำความกราบ บังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง ก่อนเข้ารับหน้าที่ผู้พิพากษาครั้งแรก ผู้พิพากษาต้องถวายสัตย์ ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำที่ ก.ต. กำหนด

มาตรา 20附則

มาตรา 20 การเลื่อนชั้นและขั้นเงินเดือนข้าราชการตุลาการ ในชั้นหนึ่ง ๆ ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน ก.ต. เห็นชอบ สำหรับการ เลื่อนขั้นเงินเดือนโดยปกติให้เลื่อนปีละหนึ่งขั้นโดยคำนึงถึงความอุตสาหะ และความสามารถในการปฏิบัติงาน การปฏิบัติตามระเบียบวินัย ตลอดจน คุณภาพและปริมาณของผลงานที่ได้ปฏิบัติมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็น ชอบของ ก.ต. ก่อน

มาตรา 21附則

มาตรา 21 การสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราว มีกำหนดไม่เกินหกเดือนในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่ง ที่ผู้นั้นดำรงอยู่ ให้รัฐมนตรีสั่งได้และแจ้งให้ ก.ต. ทราบ แต่ถ้าเกิน หกเดือนต้องได้รับอนุมัติของ ก.ต. ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงอำนาจ สั่งให้ช่วยราชการตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

มาตรา 22附則

มาตรา 22 เพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม ให้ข้าราชการ ตุลาการที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่คงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม ต่อไปจนกว่าจะเข้ารับหน้าที่ในตำแหน่งใหม่

มาตรา 23附則

มาตรา 23 การโอนข้าราชการตุลาการไปเป็นข้าราชการธุรการ ข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายอื่น ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อข้าราชการ ตุลาการผู้นั้นยินยอม และ ก.ต. เห็นชอบ การให้ข้าราชการตุลาการไปทำงานในตำแหน่งข้าราชการธุรการ หรือตำแหน่งการเมืองในกระทรวงยุติธรรม ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ ในระหว่างปฏิบัติงานเช่นว่านี้ข้าราชการตุลาการผู้นั้นจะทำการ พิจารณาพิพากษาคดีมิได้

มาตรา 24附則

มาตรา 24 การโอนข้าราชการธุรการมาเป็นข้าราชการตุลาการ โดยได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอนมาอาจทำได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ แต่ข้าราชการธุรการนั้นต้องเคยดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการนอกจาก ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้ว

มาตรา 25附則

มาตรา 25 ข้าราชการตุลาการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการ ตุลาการไปโดยมิได้มีความผิดหรือมีมลทินหรือมัวหมองในราชการ หรือไป รับราชการในกระทรวงทบวงกรมอื่น เมื่อจะกลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการ ตุลาการ ถ้าผู้นั้นมีคุณสมบัติตามความในมาตรา 27 (2) ถึง (12) ให้ รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ

มาตรา 26附則

มาตรา 26 ข้าราชการตุลาการผู้ใดไปรับราชการทหารตาม กฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหารโดย ไม่มีความเสียหายและประสงค์จะกลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการโดย ได้รับเงินเดือนเท่าที่ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการทหารนั้น ให้ยื่นคำขอ ภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร ในกรณี เช่นว่านี้ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ การสอบคัดเลือก

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).