กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๗
(พ.ศ. ๒๕๖๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
พ.ศ. ๒๕๑๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙
แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ และมาตรา ๒๖ (๙/๒) และมาตรา ๖๕
เอกวีสติ (๗/๒) แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ข้อ ๒ รายจ่ายของสำนักงานใหญ่เท่าที่จัดสรรได้โดยสมควรว่าเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมของบริษัท
ให้หักเป็นรายจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของสาขาในประเทศไทย
(๒) เป็นรายจ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือหรือให้บริการของสำนักงานใหญ่ที่เกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมของสาขาในประเทศไทย
(๓)
เป็นรายจ่ายที่มีหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณตามมาตรฐานการบัญชีซึ่งเป็นที่รับรองทั่วไปและถือปฏิบัติเช่นเดียวกับสาขาในประเทศอื่น
และเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ
(๔)
ไม่เป็นรายจ่ายที่สำนักงานใหญ่ได้นำไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของสำนักงานใหญ่แล้ว
และ
(๕) ไม่เป็นรายจ่ายประเภทค่าเช่าที่ทำการ ค่าสาธารณูปโภค
ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของเครื่องมือเครื่องใช้
หรือรายจ่ายทำนองเดียวกันอย่างอื่นของสำนักงานใหญ่โดยเฉพาะ
ในกรณีที่เป็นรายจ่ายเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนา การหักรายจ่ายนอกจากจะต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งแล้ว
สาขาในประเทศไทยต้องได้รับบริการหรือได้นำผลการวิจัยและพัฒนามาใช้ประโยชน์ในกิจการของสาขาในประเทศไทยตามความเป็นจริง
การหักรายจ่ายตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง
สาขาในประเทศไทยต้องมีเอกสารหลักฐาน ซึ่งมีรายละเอียดเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่าเป็นรายจ่ายตามปกติและจำเป็นในจำนวนไม่เกินสมควรแก่การดำเนินการธุรกิจของสาขาในประเทศไทยตามความเป็นจริง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๓ การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียมตามข้อ
๒
ไม่กระทบถึงวิธีการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียมตามสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนที่รัฐบาลไทยทำกับรัฐบาลต่างประเทศ
ข้อ ๔ รายจ่ายเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมที่เรียกเก็บโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน
ให้หักเป็นรายจ่ายได้
หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นรายจ่ายตามปกติและจำเป็นในจำนวนไม่เกินสมควรซึ่งเป็นไปตามราคาตลาดและได้มีการจ่ายทั้งจำนวนเฉพาะในกิจการปิโตรเลียมไม่ว่าจะจ่ายในหรือนอกราชอาณาจักร
ข้อ ๕
การหักรายจ่ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ให้ใช้บังคับแก่รายจ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๐ เป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่มาตรา ๒๖ (๙/๒) และมาตรา ๖๕ เอกวีสติ (๗/๒) แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ๗)
พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให้การหักรายจ่ายของสำนักงานใหญ่เท่าที่จัดสรรได้โดยสมควรว่าเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมของบริษัท
และรายจ่ายเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมที่เรียกเก็บโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน
เพื่อการคำนวณรายได้ รายจ่าย และกำไรสุทธิของบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม
และของบริษัทซึ่งได้ทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับองค์กรร่วมไทย -
มาเลเซียตามพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. ๒๕๓๓
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
อรญา/จัดทำ
๑๘ มิถุนายน
๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๗๐ ก/หน้า ๑/๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).