พระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๐
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐
เป็นปีที่ ๓๒
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรีขึ้นในกรุงเทพมหานคร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๐
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้ง
(๑)
ศาลแพ่งขึ้นในกรุงเทพมหานครเรียกว่า ศาลแพ่งธนบุรี
(๒)
ศาลอาญาขึ้นในกรุงเทพมหานครเรียกว่า ศาลอาญาธนบุรี
ศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรีจะจัดตั้งในเขตใดของกรุงเทพมหานครและจะเปิดทำการเมื่อใด
ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๔
ศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรีมีเขตตลอดท้องที่การปกครองของเขตคลองสาน
เขตตลิ่งชัน เขตธนบุรี เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตบางขุนเทียน เขตภาษีเจริญ
เขตราษฎร์บูรณะ และเขตหนองแขม
มาตรา ๕
บรรดาคดีของเขตท้องที่การปกครองของเขตคลองสาน เขตตลิ่งชัน เขตธนบุรี
เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตบางขุนเทียน เขตภาษีเจริญ เขตราษฎร์บูรณะ
และเขตหนองแขม ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแพ่งหรือศาลอาญาในวันเปิดทำการศาลแพ่งธนบุรีหรือศาลอาญาธนบุรีตามมาตรา
๓ ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลแพ่งหรือศาลอาญา แล้วแต่กรณี
มาตรา ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ธานินทร์
กรัยวิเชียร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประชาชนในกรุงเทพมหานครมีจำนวนมากขึ้น
และมีคดีความมาสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลแพ่งและศาลอาญาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
แต่ห้องพิจารณาของศาลแพ่งและศาลอาญามีอยู่จำกัด ไม่เพียงพอกับจำนวนคดีที่มาสู่ศาล
ประกอบกับการคมนาคมในกรุงเทพมหานครไม่สู้จะคล่องตัว ทำให้ประชาชนผู้มีอรรถคดีและผู้เกี่ยวข้องไม่ได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางไปติดต่อกับศาล
สมควรจัดตั้งศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรีเพิ่มขึ้น
เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดธนบุรีเดิม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
วศิน/แก้ไข
๒๒ เมษายน ๒๕๕๒
วิภา/ปรับปรุง
๑๒ กุมภาพันธ์
๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๔/ตอนที่ ๑๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๙ มีนาคม ๒๕๒๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).