พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
บำรุงพันธุ์สัตว์
พ.ศ. ๒๕๐๙
ในพระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
สังวาลย์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๕๐๙
เป็นปีที่ ๒๑
ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการบำรุงและรักษาพันธุ์ปศุสัตว์และสัตว์พาหนะ
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติบำรุงพันธุ์สัตว์ พ.ศ. ๒๕๐๙
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติบำรุงและรักษาพันธุ์ปศุสัตว์และสัตว์พาหนะ
พุทธศักราช ๒๔๗๙
บรรดาบทกฎหมาย
กฎและข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา ๔
ในพระราชบัญญัตินี้
สัตว์
หมายความว่า โค กระบือ และปศุสัตว์ หรือสัตว์พาหนะชนิดอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
สัตว์สงวนพันธุ์
หมายความว่า สัตว์ที่ได้คัดเลือกไว้เพื่อใช้ทำพันธุ์
เขตบำรุงพันธุ์สัตว์
หมายความว่า เขตท้องที่บำรุงพันธุ์สัตว์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ตอนสัตว์
หมายความว่า กระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อมิให้สัตว์สืบพันธุ์
เจ้าของสัตว์
หมายความรวมถึงผู้มีสัตว์ไว้ในครอบครองหรือผู้ควบคุมดูแลสัตว์
พนักงานเจ้าหน้าที่
หมายความว่า ข้าราชการตำแหน่งสัตวแพทย์หรือสัตวบาลสังกัดกรมปศุสัตว์
หรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
นายทะเบียน
หมายความว่า สัตวแพทย์อำเภอในเขตบำรุงพันธุ์สัตว์
หรือผู้ซึ่งอธิบดีแต่งตั้งโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
อธิบดี
หมายความว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์
รัฐมนตรี
หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕
เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรดำเนินการบำรุงพันธุ์สัตว์ในท้องที่ใด
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวง
(๑)
กำหนดเขตบำรุงพันธุ์สัตว์
(๒)
กำหนดชนิดของสัตว์ที่จะบำรุงพันธุ์
(๓) กำหนดเพศ อายุ ขนาด ลักษณะ หรือนิสัยของสัตว์ในเขตบำรุงพันธุ์สัตว์
เพื่อคัดเลือกให้เป็นสัตว์สงวนพันธุ์
หรือเป็นสัตว์ที่ไม่เหมาะจะใช้ทำพันธุ์
(๔)
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกสัตว์สงวนพันธุ์
และการเพิกถอนจากการเป็นสัตว์สงวนพันธุ์
มาตรา ๖
ในเขตบำรุงพันธุ์สัตว์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ
(๑)
ประกาศหรือมีคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของสัตว์แจ้งจำนวน ชนิด เพศ และอายุของสัตว์
ในประกาศหรือคำสั่งนั้นจะกำหนดให้เจ้าของสัตว์นำสัตว์มาให้สำรวจ วัดขนาด และคัดเลือก
ณ สถานที่ภายในเขตบำรุงพันธุ์สัตว์นั้นและภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ก็ได้
ประกาศตามวรรคก่อนให้ปิดไว้
ณ ที่ว่าการอำเภอและที่ทำการกำนันในเขตบำรุงพันธุ์สัตว์นั้น
(๒)
คัดเลือกสัตว์ให้เป็นสัตว์สงวนพันธุ์
(๓)
เพิกถอนจากการเป็นสัตว์สงวนพันธุ์
(๔)
คัดเลือกและตอนสัตว์ที่ไม่เหมาะจะใช้ทำพันธุ์หรือสั่งให้เจ้าของสัตว์ตอนสัตว์ดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ก็ได้
ในกรณีเจ้าของสัตว์ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตอนสัตว์นั้นได้
มาตรา ๗
สัตว์ที่ได้คัดเลือกให้เป็นสัตว์สงวนพันธุ์แล้วนั้น
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตราอักษร ส ไว้ที่ตัวสัตว์
เมื่อมีการเพิกถอนจากการเป็นสัตว์สงวนพันธุ์ ให้ประทับตราอักษร ถ
เพิ่มที่ตัวสัตว์ ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด
มาตรา ๘
ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์โอนกรรมสิทธิ์สัตว์สงวนพันธุ์ หรือทำด้วยประการใด ๆ ให้สัตว์สงวนพันธุ์พ้นไปจากการครอบครองของตนเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสามสิบวัน
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน
มาตรา ๙
ห้ามมิให้ผู้ใดตอนสัตว์สงวนพันธุ์ ฆ่าสัตว์สงวนพันธุ์
หรือส่งสัตว์สงวนพันธุ์ออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน
มาตรา ๑๐
ห้ามมิให้ผู้ใดนำสัตว์สงวนพันธุ์ออกนอกเขตบำรุงพันธุ์สัตว์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน
มาตรา ๑๑
ห้ามมิให้ผู้ใดนำสัตว์ที่อยู่นอกเขตบำรุงพันธุ์สัตว์เข้าไปในเขตบำรุงพันธุ์สัตว์
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน
ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่กรณีนำสัตว์ผ่านเขตบำรุงพันธุ์สัตว์
โดยมีการควบคุมมิให้ปะปนกับสัตว์ในเขตบำรุงพันธุ์สัตว์
มาตรา ๑๒
การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๓
เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่หรือที่ดินของบุคคลใดในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเพื่อสำรวจ
วัดขนาด
คัดเลือก ตอนสัตว์ หรือประทับตราที่ตัวสัตว์
แต่ต้องแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือที่ดินและเจ้าของสัตว์ทราบก่อน ในการนี้ ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือที่ดินและเจ้าของสัตว์อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามควรแก่กรณี
มาตรา ๑๔
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องมีบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
และในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องร้องขอ
มาตรา ๑๕
ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่
ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามมาตรา ๖ มาตรา ๗
หรือมาตรา ๑๓ หรือฝ่าฝืนมาตรา ๘ หรือมาตรา ๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๐
หรือมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
มาตรา ๑๗
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้
และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
อัตราค่าธรรมเนียม
(๑) คำขออนุญาต ฉบับละ ๒ บาท
(๒) ใบอนุญาต ฉบับละ ๑๐ บาท
(๓) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๕ บาท
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากพระราชบัญญัติบำรุงและรักษาพันธุ์ปศุสัตว์และสัตว์พาหนะ พุทธศักราช ๒๔๗๙
ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ มีบทบัญญัติไม่รัดกุมและเหมาะสมกับภาวะการณ์ในปัจจุบัน
ผู้เลี้ยงสัตว์ยังนิยมตอนสัตว์ที่มีขนาดโตและลักษณะดี เพื่อใช้งานและขายได้ราคา
เป็นการตรงข้ามกับความประสงค์ของทางราชการที่จะให้สงวนสัตว์ที่มีขนาดโตและลักษณะดีไว้ใช้สืบพันธุ์
และตอนสัตว์ตัวที่มีขนาดเล็กและลักษณะเลวให้สูญพันธุ์ มิฉะนั้นสัตว์ในรุ่นต่อ ๆ ไปก็จะยังมีขนาดเล็กลงตามลำดับ
จึงสมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติบำรุงและรักษาพันธุ์ปศุสัตว์และสัตว์พาหนะ
พุทธศักราช ๒๔๗๙ เสียใหม่ ให้รัดกุมและเหมาะสมยิ่งขึ้น
ภีรภัทร/ตรวจ
สิงหาคม ๒๕๕๔
อุดมการณ์/ผู้ปรับปรุง
๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๕
ภคมน/ผู้ตรวจ
๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๘๓/ตอนที่ ๖๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ สิงหาคม ๒๕๐๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).