法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลสำราญ ตำบลน้ำคำใหญ่ ตำบลในเมือง ตำบลตาดทอง และตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 3)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลสำราญ ตำบลน้ำคำใหญ่

ตำบลในเมือง

ตำบลตาดทอง และตำบลเขื่องคำ

อำเภอเมืองยโสธร

จังหวัดยโสธร

พ.ศ.

๒๕๔๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในกฎกระทรวงนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีกหรือขายส่ง

หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง

ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันแต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล

หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ เริ่มจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๒๓ (ถนนแจ้งสนิท) บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง)

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

ทางไปอำเภอเสลภูมิ เป็นระยะ

๑,๔๐๐ เมตร เป็นเส้นตั้งฉากไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนถึงห้วยตับเต่า ฝั่งเหนือ

เลียบห้วยตับเต่า ห้วยน้ำคำ ฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

จดเส้นขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง) เป็นระยะ ๔๐๐

เมตร จดหนองห่อ ฝั่งเหนือ เลียบหนองห่อ ฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

และเป็นเส้นตรงไปถึงศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒

ตรงจุดที่ศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒ (ถนนอรุณประเสริฐ) บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒

(ถนนอรุณประเสริฐ) ทางไปอำเภอป่าติ้ว เป็นระยะ ๑,๒๕๐ เมตร

ทิศตะวันออก

เป็นเส้นตั้งฉากไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นระยะ ๒๐๐ เมตร

เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ถึงเส้นตั้งฉาก เป็นระยะ ๒๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

ตรงจุดที่ศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง)

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

ทางไปอำเภอคำเขื่อนแก้ว เป็นระยะ ๑,๖๐๐ เมตร

ทิศใต้ เป็นเส้นตั้งฉากไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

ถึงจุดที่อยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓

(ถนนแจ้งสนิท) เป็นระยะ ๕๕๐ เมตร เป็นเส้นขนานระยะ ๕๕๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือผ่านหลักเขตเทศบาลที่ ๔

เลียบตามแนวเขตเทศบาลจนบรรจบหลักเขตเทศบาลที่ ๕

ทิศตะวันตก จากหลักเขตเทศบาลที่ ๕ เลียบแม่น้ำชี

ฝั่งตะวันออก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒

(ถนนอรุณประเสริฐ) จนบรรจบเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓

(ถนนแจ้งสนิท) ตรงจุดที่ศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓

บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง)

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

ทางไปอำเภอเสลภูมิ เป็นระยะ ๑,๔๐๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

จนบรรจบจุดเริ่มต้น

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ เริ่มต้นที่ริมห้วยตับเต่า ฝั่งใต้

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓

(ถนนแจ้งสนิท) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓

(ตอนเลี่ยงเมือง) ตัดกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท) เป็นระยะ ๑,๔๐๐ เมตร

เลียบห้วยตับเต่า ฝั่งใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บรรจบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

ฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก เลียบถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

ฟากตะวันตก ไปทางทิศใต้ จนถึงจุดที่อยู่ห่างตามแนวขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง)

ทิศใต้ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๒๓ ไปทางทิศตะวันตก บรรจบแนวเขตวิทยาลัยเทคนิคยโสธร ฟากตะวันออก

ทิศตะวันตก

เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกบรรจบแนวเขตวิทยาลัยเทคนิคยโสธร ฟากเหนือ

ตรงจุดที่อยู่ห่างตามแนวเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๒๓ (ถนนแจ้งสนิท) เป็นเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓

(ถนนแจ้งสนิท) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

บรรจบจุดที่อยู่ห่างตามแนวเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓

(ถนนแจ้งสนิท) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง)

ตัดกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท) เป็นระยะ ๑,๔๐๐ เมตร

เป็นเส้นตรงไปทางทิศเหนือบรรจบกับจุดเริ่มต้น

๒.๒ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง)

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับลำทวน

ฝั่งตะวันตก ไปทางทิศใต้ บรรจบเส้นตรงที่ต่อจากถนนสหพัฒนา ฟากตะวันตก

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้บรรจบกับเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับลำทวน ฝั่งตะวันตก

และจดถนนสหพัฒนา ฟากเหนือ

ทิศใต้ จดถนนเทศบาล ๘ ฟากเหนือ

วัดทุ่งสว่างชัยภูมิ ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ฟากเหนือ ถนนรัตนเขต ฟากตะวันออก

ทิศตะวันตก จดศูนย์ราชการจังหวัดยโสธร

โรงเรียนโสธรพิทยาคม จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

๒.๓ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓

(ถนนแจ้งสนิท) ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขยโสธร

และวัดอัมพวัน

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับบุ่งใหญ่

ฝั่งเหนือและเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับแม่น้ำชี ฝั่งเหนือ

๒.๔ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับลำทวน

ฝั่งใต้

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง)

และเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ตอนเลี่ยงเมือง) ไปทางทิศตะวันตก

ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท) เป็นระยะ ๑๐๐ เมตร

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๕๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท)

ทิศตะวันตก จดลำกว้าง ฝั่งตะวันออก

จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (ถนนแจ้งสนิท) ฟากใต้ โรงเรียนอนุบาลยโสธร

โรงพยาบาลยโสธร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒ (ถนนอรุณประเสริฐ) ฟากตะวันออก

และจดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับลำทวน ฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา

และศาสนสถาน

ทั้งนี้

ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลสำราญ ตำบลน้ำคำใหญ่ ตำบลในเมือง

ตำบลตาดทอง และตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร

ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท

ดังต่อไปนี้

(๑) ภายในบริเวณที่ ๑

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๒) ภายในบริเวณที่ ๒

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้

(ก)

อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน

๑,๐๐๐ ตารางเมตร

(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า

๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

๒.

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

๓. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๗๐ ใน ๑๐๐

ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๔.

มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕ ต่อ ๑

๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๘. อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษาไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๙. มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๑๐. ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒

ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้

แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่

แล้วเสร็จ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้

แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

โภคิน

พลกุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง

ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลสำราญ

ตำบลน้ำคำใหญ่ ตำบลในเมือง ตำบลตาดทอง และตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร

จังหวัดยโสธร พ.ศ. ๒๕๔๗

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลสำราญ

ตำบลน้ำคำใหญ่ ตำบลในเมือง ตำบลตาดทอง และตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร

จังหวัดยโสธร ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน

๒๕๔๖ เป็นต้นมา แต่มาตรา ๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

บัญญัติว่า

ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ

ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก และโดยที่สมควรห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในบริเวณดังกล่าวต่อไป

เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้ม การผังเมือง

และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ศิริยา/พิมพ์

๒๒

พฤษภาคม ๒๕๔๙

ปาจรีย์/เชิงชาย/ผู้จัดทำ

มิถุนายน ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๕๑ ก (เล่มที่ ๓)/หน้า ๑๑๒/๓ กันยายน ๒๕๔๗

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลสำราญ ตำบลน้ำคำใหญ่ ตำบลในเมือง ตำบลตาดทอง และตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 3) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8ef9248a7ce90dbe

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com