กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับ
กระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นมาตรฐานบังคับ
พ.ศ. ๒๕๕๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๕ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้มาตรฐานสินค้าเกษตร เลขที่ มกษ. ๑๐๐๔ -
๒๕๕๗ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : หลักปฏิบัติสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗
เป็นมาตรฐานบังคับ
ให้ไว้
ณ วันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
พลเอก
ฉัตรชัย สาริกัลยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากในปัจจุบันมีการใช้กระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์อย่างแพร่หลายเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้ให้คงความสด
แต่กระบวนการดังกล่าวทำให้มีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในผลไม้สดอันมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค
จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไม่ให้มีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในผลไม้สดเกินกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย
เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยในผลไม้ของประเทศไทย
อีกทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลก
โดยกำหนดมาตรการในการควบคุมกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ในการนี้
ได้มีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร :
หลักปฏิบัติสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗
และได้มีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องครบถ้วนตามความในมาตรา
๑๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้ว สมควรกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นมาตรฐานบังคับ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/กัญฑรัตน์/จัดทำ
๑๑ พฤศจิกายน
๒๕๕๘
/ตรวจ
๑๑ พฤศจิกายน
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๑๐๕ ก/หน้า ๑/๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).