法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงการอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

การอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๖๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในราชอาณาจักรต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีนำเข้าใบยาหรือยาอัด

(ก) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ ต้องเป็นโรงอุตสาหกรรมของรัฐ

(ข) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องเป็นโรงอุตสาหกรรมของรัฐ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(๒) กรณีนำเข้ายาสูบ

(ก) เพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากร ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ ๑

(ข) เพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขายยาสูบประเภทที่ ๒ และเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

(ค) เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าโดยนำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

(ง) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในราชอาณาจักรให้ยื่นคำขอใบอนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีนำเข้าใบยาหรือยาอัด

(ก) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่หรือที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

(ข) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

(๒) กรณีนำเข้ายาสูบ

(ก) เพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานของผู้นำเข้า หรือที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

(ข) เพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำ นักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

(ค) เพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าโดยนำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

(ง) เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ก่อนยื่นขอใบอนุญาตตามข้อ ๓ ให้ดำเนินการยื่นคำขอเพื่อใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยตัวอย่างฉลาก หลักฐานการเป็นตัวแทนขายยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวซึ่งออกให้โดยผู้ผลิตยาสูบในต่างประเทศหรือผู้มีสิทธิในตราสินค้าและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบ ให้มีข้อความและลักษณะตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

(๒) หลักฐานการเป็นตัวแทนขายยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวสำหรับกรณีที่ไม่ใช่ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ให้ยื่นพร้อมคำขอเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

(๓) ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเคยแจ้งหรือได้รับอนุมัติให้ใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบหรือกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตให้ใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบดังกล่าวต่อไปได้ โดยไม่ต้องยื่นคำขอเพื่อใช้ฉลากปิดภาชนะบรรจุยาสูบอีก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตเพื่อส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรในคราวเดียวกันด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบ ออกไปนอกราชอาณาจักรต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีส่งออกใบยาหรือยาอัด

(ก) ที่ผลิตในประเทศ ต้องเป็นโรงอุตสาหกรรมของรัฐ หรือผู้รับซื้อใบยาแห้ง

(ข) ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนำใบยาหรือยาอัดเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกตามข้อ ๒ (๑) (ข)

(๒) กรณีส่งออกยาสูบ ต้องเป็นรัฐวิสาหกิจไทย นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ใดประสงค์จะขอใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบ ออกไปนอกราชอาณาจักรให้ยื่นคำขอใบอนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีส่งออกใบยาหรือยาอัด

(ก) ที่ผลิตในประเทศ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการค้าของผู้รับซื้อใบยาแห้งตั้งอยู่

(ข) ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่นำใบยาหรือยาอัดเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งอยู่

(๒) กรณีส่งออกยาสูบ

(ก) สำหรับผู้ได้รับอนุญาตผลิตยาสูบ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

(ข) สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิตยาสูบ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่จะส่งยาสูบออกนอกราชอาณาจักรตั้งอยู่

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้รับคำขอใบอนุญาตแล้ว ให้ตรวจสอบรายละเอียดในคำขอ เอกสารและหลักฐานว่ามีความถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่

ในกรณีที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบแล้วเห็นว่า รายละเอียดในคำขอ เอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตกำหนด

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอละทิ้งคำขอ และให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

ในกรณีที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบแล้วเห็นว่า รายละเอียดในคำขอ เอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน ให้เสนอต่ออธิบดีพิจารณาเพื่อออกใบอนุญาตนำใบยา ยาอัดหรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรต่อไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งออกใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้แจ้งคำสั่งดังกล่าวแก่ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตตามวิธีการที่อธิบดีกำหนดและให้มารับใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต

ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้แจ้งคำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือแก่ผู้ยื่นคำขอใบอนุญาตทราบ ทั้งนี้ ให้ระบุเหตุผลของการไม่อนุญาต รวมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์ การยื่นคำอุทธรณ์ และระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์ให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย

ใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ได้รับใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบ เข้ามาในราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาทางด่านศุลกากรตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

(๒) ต้องนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต และให้ใช้สำหรับการนำเข้าได้เพียงครั้งเดียว หากมิได้นำเข้ามาภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าการอนุญาตสิ้นสุดลง

(๓) ต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบจำนวน ชนิด และน้ำหนักของใบยา ยาอัด หรือยาสูบ โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างเพื่อทำการวิเคราะห์เมื่อสินค้ามาถึงท่าหรือสถานที่ที่นำเข้า

(๔) ต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเก็บตัวอย่างยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร และยินยอมให้นำไปเก็บรักษาที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่หน่วยปฏิบัติพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต

(๕) ต้องปิดแสตมป์ยาสูบบนซองยาสูบหรือใช้เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีก่อนที่จะรับมอบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร

(๖) ต้องนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรให้ตรงตามตราหรือยี่ห้อ จำนวนและภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

(๗) ต้องมีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตเพื่อทำการตรวจสอบยาสูบ สำหรับกรณีการนำยาสูบที่ชำระค่าแสตมป์ยาสูบไว้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร และเมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตทำการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว จึงรับมอบยาสูบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากรได้

(๘) ต้องแจ้งวันและเวลาที่จะส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักร สำหรับกรณีการนำยาสูบเข้ามาเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่น เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตทำการตรวจสอบก่อนที่จะส่งยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักร

(๙) ต้องจัดทำบัญชีรับจ่ายยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด

(๑๐) ต้องจัดทำบัญชีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ได้รับใบอนุญาตส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

(๒) ส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรภายในสองเดือนนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต

(๓) ต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบจำนวน ชนิด และน้ำหนักของใบยา ยาอัด หรือยาสูบ ที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างเพื่อทำการวิเคราะห์

(๔) ต้องส่งใบยา ยาอัด หรือยาสูบออกไปนอกราชอาณาจักรให้ตรงตามตราหรือยี่ห้อ จำนวน และภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

(๕) ต้องจัดทำหนังสือแจ้งรายละเอียดใบอนุญาต จำนวนและชนิดใบยา ยาอัด หรือยาสูบ และวัน เดือน ปีที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร รวมทั้งสำเนาใบขนสินค้าขาออกของกรมศุลกากรหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่งให้แก่เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่ยื่นคำขอใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรจะประกาศกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรต้องแสดงหรือติดเครื่องหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวสินค้า ซองบรรจุยาสูบ หรือภาชนะบรรจุยาสูบให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าเป็นยาสูบที่ขายในร้านค้าปลอดอากรก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ได้รับใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรต้องควบคุมดูแลให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการใด ๆ ตามใบอนุญาตปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตเกี่ยวกับยาสูบ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตรวมทั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับการศุลกากรที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คำขอใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรที่ได้ยื่นไว้ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ และให้นำกฎกระทรวงนี้มาใช้บังคับกับการอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรตามคำขอนั้น

ในกรณีที่คำขอที่ยื่นตามวรรคหนึ่ง หรือเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอแตกต่างไปจากที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ ให้อธิบดีสั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๖๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปวันวิทย์/ภวรรณตรี/จัดทำ

๒๐ กันยายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า ๘๐/๑๖ กันยายน ๒๕๖๐

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงการอนุญาตนำใบยา ยาอัด หรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8fa651a860478d4e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com