ข้อ ๒ ถังเก็บน้ํามันขนาดใหญ่ตามแนวตั้ง ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งดังต่อไปนี้
(1) แผ่นเหล็กผนังถังต้องมีค่าความเค้นที่เกิดขึ้น (allowable stress) เนื่องจากการรับแรงและน้ําหนักบรรทุกต่าง ๆ ไม่เกินกว่าค่าที่กําหนดไว้ตามมาตรฐาน API Standard 650 Welded Steel Tanks for Oil Storage
(2) ผนังถังต้องมีความหนาตามค่าที่ได้จากการคํานวณออกแบบ ให้รับน้ําหนักบรรทุกสูงสุดบวกด้วยค่าการกัดกร่อน และต้องไม่น้อยกว่าความหนาต่ําสุดตามที่กําหนดไว้ในตารางดังต่อไปนี้
| | |
| --- | --- |
| ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของถัง (เมตร) | ความหนาต่ําสุด (มิลลิเมตร) |
| น้อยกว่า 15 (น้อยกว่า 50 ฟุต)15 แต่ไม่ถึง 36 (50 แต่ไม่ถึง 120 ฟุต)36 ถึง 60 (120 แต่ไม่ถึง 200 ฟุต)มากกว่า 60 (มากกว่า 200 ฟุต) | 5 (3 ส่วน 16 นิ้ว)6 (1 ส่วน 4 นิ้ว)8 (5 ส่วน 16 นิ้ว)10 (3 ส่วน 8 นิ้ว) |
(3) การเชื่อมต่อท่อต่าง ๆ เข้ากับผนังถัง หากเป็นท่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน 2 นิ้ว ผนังของถังจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงที่หน้าตัดของเหล็กเสริมแรงนั้น ซึ่งจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาของผนังถัง และต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของพื้นที่ช่องท่อ
(4) แผ่นเหล็กพื้นถังจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 6 มิลลิเมตร ถังที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 12.50 เมตรขึ้นไปจะต้องมีแผ่นเหล็กวงแหวนรองใต้แผ่นเหล็กผนังถัง โดยแผ่นเหล็กวงแหวนนี้จะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าค่าที่ระบุไว้ในตารางดังต่อไปนี้
| | |
| --- | --- |
| ความหนาของแผ่นเหล็ก ผนังถัง ชั้นแรก (มิลลิเมตร)(Nominal Plate Thickness of First Shell Course) | ความหนาของแผ่นเหล็กวงแหวนรองใต้แผ่นเหล็กผนังถัง (มิลลิเมตร) |
| ค่าความเค้นที่เกิดจากการทดสอบแรงดันน้ําที่ผนังถังชั้นแรก (MPa)(Hydrostatic Test Stress in First Shell Course) |
| ไม่เกิน 190 | ไม่เกิน 210 | ไม่เกิน 230 | ไม่เกิน 250 |
| ไม่เกิน 19(ไม่เกิน 0.75 นิ้ว)มากกว่า 19 ถึง 25(มากกว่า 0.75 แต่ไม่เกิน 1 นิ้ว)มากกว่า 25 ถึง 32(มากกว่า 1 แต่ไม่เกิน 1.25 นิ้ว)มากกว่า 32 ถึง 38(มากกว่า 1.25 แต่ไม่เกิน 1.5 นิ้ว)มากกว่า 38 ถึง 45(มากกว่า 1.5 แต่ไม่เกิน 1.75 นิ้ว) | 6(1 ส่วน 4 นิ้ว)6(1 ส่วน 4 นิ้ว)6(1 ส่วน 4 นิ้ว)8(5 ส่วน 16 นิ้ว)9(11 ส่วน 32 นิ้ว) | 6(1 ส่วน 4 นิ้ว)7(9 ส่วน 32 นิ้ว)9(11 ส่วน 32 นิ้ว)11(7 ส่วน 16 นิ้ว)13(1 ส่วน 2 นิ้ว) | 7(9 ส่วน 32 นิ้ว)10(3 ส่วน 8 นิ้ว)12(15 ส่วน 32 นิ้ว)14 (9 ส่วน 16 นิ้ว) 16 (5 ส่วน 8 นิ้ว) | 9(11 ส่วน 32 นิ้ว)11(7 ส่วน 16 นิ้ว)14(9 ส่วน 16 นิ้ว)17(11 ส่วน 16 นิ้ว)19(3 ส่วน 4 นิ้ว) |
หมายเหตุ : การคํานวณค่าความเค้นที่เกิดจากการทดสอบแรงดันน้ําที่ผนังถังชั้นแรก (Hydrostatic Test Stress in First Shell Course) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน API Standard 650
(5) ต้องมีช่องทางเข้าออก (manhole) ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 0.5 เมตร (20 นิ้ว) อย่างน้อยจํานวนสามช่อง โดยอยู่ในตําแหน่งบริเวณหลังคาถังจํานวนหนึ่งช่องและบริเวณผนังถังจํานวนสองช่องและต้องวางอยู่ในตําแหน่งตรงกันข้าม
(6) การประกอบและการติดตั้งถังต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(ก) การเชื่อมแผ่นเหล็กพื้นถัง
1) การเชื่อมผนังถังชั้นล่างที่ติดกับแผ่นวงแหวนรองและแผ่นเหล็กพื้นถัง จะต้องเชื่อมเต็มแบบต่อเนื่องทั้งในและนอกของผนังถัง
2) การเชื่อมแผ่นเหล็กพื้นถังต้องเกยกันอย่างน้อย 5 เท่าของความหนาของแผ่นเหล็กพื้นถัง โดยการเกยกันของแผ่นเหล็กพื้นถังกับแผ่นวงแหวนรองต้องเกยกันอย่างน้อย 65 มิลลิเมตร
(ข) แนวเชื่อมในแนวตั้งของแผ่นเหล็กผนังถัง จะต้องห่างกันอย่างน้อย 0.30 เมตร หรือ 1 ใน 3 ของความยาวแผ่นเหล็ก และแนวเชื่อมจะต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกันภายในสามแผ่นที่ตั้งซ้อนกัน
(ค) การเชื่อมแผ่นเหล็กหลังคาของถังชนิดหลังคาติดตาย หรือชนิดหลังคาลอยภายในให้มีการเชื่อมต่อกันแบบเกยทับ และมีรอยเชื่อมด้านบนเพียงด้านเดียว แผ่นหลังคาส่วนที่เชื่อมต่อกับผนังถังให้มีรอยเชื่อมด้านบนเพียงด้านเดียวและการต่อแผ่นเหล็กหลังคาให้วางแผ่นเหล็กที่ตําแหน่งสูงกว่าอยู่บนแผ่นเหล็กที่ตําแหน่งต่ํากว่า
(ง) ผิวภายนอกของถังต้องทารองพื้นกันสนิมแล้วทาทับด้วยสีทาภายนอก
(จ) ถังเก็บน้ํามันขนาดใหญ่ชนิดหลังคาลอย ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งดังต่อไปนี้
1) มีการระบายน้ําฝนจากแผ่นหลังคาลอยให้เพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลังคาถัง
2) วัสดุกันรั่วที่ขอบถังจะต้องไม่ทําปฏิกิริยากับน้ํามัน
3) มีอุปกรณ์ระบายไอน้ํามัน เพื่อป้องกันมิให้มีความดันและสุญญากาศเกินความสามารถของการระบายไอน้ํามันขณะสูบน้ํามันเข้าออก
4) ระบบการต่อไฟฟ้าลงดิน (earthing) ต้องมีการเชื่อมต่อสายดินระหว่างหลังคาลอยกับตัวถังเพื่อถ่ายเทประจุไฟฟ้าลงดิน
5) ต้องเสริมความมั่นคงแข็งแรงโดยรอบของผนังถังระดับไม่เกิน 1 เมตรจากส่วนสูงสุดของผนังถัง
6) ขาหยั่งของหลังคาลอยต้องสามารถปรับขึ้นลงได้ในตําแหน่งต่ําสุดขณะสูบน้ํามันเข้าออกและในตําแหน่งสูงสุดระหว่างการซ่อมบํารุง
7) แผ่นเหล็กหลังคา จะต้องวางซ้อนกันโดยแผ่นล่างจะอยู่ใต้แผ่นบนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความชื้นสะสมอยู่ในแนวที่ซ้อนกันใต้หลังคา
8) ช่องทางเข้าออก (manhole) ที่บริเวณผนังถังและหลังคาถัง ขนาดของช่องทางเข้าออกต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 0.5 เมตร (20นิ้ว)
ข้อ ๓ ถังเก็บน้ํามันขนาดใหญ่ตามแนวนอน ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งดังต่อไปนี้
(1) ผนังถังต้องมีความหนาตามค่าที่ได้จากการคํานวณออกแบบให้รับน้ําหนักบรรทุกสูงสุดบวกด้วยค่าการสึกกร่อน
(2) แผ่นเหล็กผนังถัง ต้องมีวิธีการเชื่อมให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยการเชื่อมต่อท่อต่าง ๆ เข้ากับผนังถัง หากเป็นท่อที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกิน 2 นิ้วผนังของถังจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงที่หน้าตัดของเหล็กเสริมแรงนั้น ซึ่งจะต้องมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาของผนังถังและต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของพื้นที่ช่องท่อ
(3) สําหรับถังที่มีปริมาณความจุเกิน 19,000 ลิตร ต้องมีช่องทางเข้าออกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 0.60 เมตรอย่างน้อยหนึ่งช่อง
ข้อ ๔ ถังเก็บน้ํามันใต้พื้นดิน ต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้งดังต่อไปนี้
(1) ตัวถังต้องติดตั้งและยึดแน่นกับฐานรากในลักษณะที่ไม่อาจเคลื่อนที่หรือลอยตัวเนื่องจากแรงดันของน้ําใต้ดินและห้ามมีสิ่งก่อสร้างใด ๆ อยู่เหนือบริเวณดังกล่าว
(2) ส่วนบนของผนังถังต้องอยู่ต่ํากว่าระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า 0.50 เมตร
(3) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ํามันไว้ทุกถัง สําหรับถังที่แบ่งเป็นห้อง (compartments) ต้องติดตั้งท่อระบายไอน้ํามันไว้ทุกห้องแยกจากกัน โดยท่อระบายไอน้ํามันต้องมีลักษณะและวิธีการติดตั้ง ดังต่อไปนี้
(ก) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 40 มิลลิเมตร
(ข) ปลายท่อระบายไอน้ํามันต้องอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า 4 เมตรและอยู่ห่างจากเขตคลังน้ํามันไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร
(4) ปลายท่อรับน้ํามันต้องอยู่ห่างจากเขตคลังน้ํามันไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร
ข้อ ๕ การติดตั้งกลอุปกรณ์นิรภัยของถังเก็บน้ํามัน ต้องออกแบบโดยคํานึงถึงการระบายความดันของถังในกรณีดังต่อไปนี้
(1) การรับและจ่ายน้ํามัน
(2) การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
ส่วน ๒ การทดสอบ และตรวจสอบถังเก็บน้ํามันก่อนการใช้งาน
ข้อ ๖ ในการก่อสร้างถังเก็บน้ํามันขนาดใหญ่ตามแนวตั้ง ต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
(1) แนวเชื่อมของพื้นถังต้องได้รับการตรวจสอบว่าไม่มีการรั่วซึมโดยใช้กล่องสุญญากาศ (vacuum box) ที่มีแรงดูดไม่น้อยกว่า 17.23 กิโลปาสกาล (2.50 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หรือวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(2) แนวเชื่อมของผนังถังต้องได้รับการตรวจสอบด้วยการฉายรังสีหรือวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(3) การตรวจสอบด้วยการฉายรังสีให้ดําเนินการ ดังต่อไปนี้
(ก) แนวเชื่อมตั้ง
1) แผ่นเหล็กที่มีความหนาไม่เกิน 10 มิลลิเมตร ให้ตรวจสอบด้วยการฉายรังสีหนึ่งจุดต่อระยะความยาวไม่เกิน 3 เมตรของแนวเชื่อมแรก หลังจากนั้นให้ตรวจสอบอีกหนึ่งจุดต่อทุกระยะความยาวไม่เกิน 30 เมตร
2) แผ่นเหล็กที่มีความหนาเกิน 10 มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน 25 มิลลิเมตรให้ตรวจสอบด้วยการฉายรังสีตาม (1) โดยให้เพิ่มการตรวจสอบที่แนวเชื่อมตามแนวนอนติดกับแนวตั้งด้วย สําหรับแนวเชื่อมตามแนวตั้งของเหล็กชั้นล่างสุดแต่ละแนวเชื่อม ต้องมีการตรวจสอบอย่างน้อยสองจุดและต้องเป็นจุดที่อยู่ใกล้พื้นถังมากที่สุดเท่าที่จะกระทําได้อย่างน้อยหนึ่งจุด
3) แผ่นเหล็กที่มีความหนาเกิน 25 มิลลิเมตร ให้ตรวจสอบแนวเชื่อมตลอดทั้งแนวด้วยการฉายรังสี
(ข) แนวเชื่อมนอนทุกระยะความยาว 3 เมตรของแนวแรก ต้องได้รับการตรวจสอบหนึ่งจุดหลังจากนั้นให้ตรวจสอบเพิ่มอีกหนึ่งจุดทุกระยะความยาว 60 เมตร
(ค) การฉายรังสีแต่ละจุด จะต้องครอบคลุมความยาวของแนวเชื่อมอย่างน้อย 150 มิลลิเมตรและมีขนาดความกว้างของฟิล์มที่ใช้ไม่น้อยกว่า 45 มิลลิเมตร
(ง) แนวเชื่อมแบบ fillet weld ระหว่างพื้นถังกับผนังถังต้องได้รับการตรวจสอบด้วยวิธีการ liquid dye penetrant test หรือ magnetic particle test
(4) พิกัดขนาดของถังต้องอยู่ในค่ามาตรฐาน ดังต่อไปนี้
(ก) ค่าความดิ่ง (plumbness) ต้องไม่เกิน 1 ใน 200 ของความสูงของถังโดยวัดที่ขอบบนสุดของถังเทียบกับขอบล่างสุด
(ข) ค่าความกลม (roundness) รัศมีของถังเมื่อวัดที่ระดับ 30 เซนติเมตรเหนือแนวเชื่อมพื้นถังต้องมีความคลาดเคลื่อนไม่เกินค่าตามที่กําหนดไว้ในตารางดังต่อไปนี้
| | |
| --- | --- |
| เส้นผ่าศูนย์กลางถัง (เมตร) | ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (มิลลิเมตร) |
| น้อยกว่า 12 (น้อยกว่า 40 ฟุต)12 แต่ไม่ถึง 45 (40 แต่ไม่ถึง 150 ฟุต)45 แต่ไม่ถึง 75 (150 แต่ไม่ถึง 250 ฟุต)มากกว่า 75 (มากกว่า 250 ฟุต) | 13 (1 ส่วน 2 นิ้ว)19 (3 ส่วน 4 นิ้ว)25 (1 นิ้ว)32 (1 กับเศษ 1 ส่วน 4 นิ้ว) |
(ค) ค่าโก่งตัวหรือยุบตัวของผนังถังตามแนวเชื่อมตั้ง (peaking) ต้องไม่เกิน 13 มิลลิเมตรเมื่อวัดเทียบกับแบบความโค้งของผนังถังที่ยาว 900 มิลลิเมตร
(ง) ค่าโก่งตัวหรือยุบตัวของผนังถังตามแนวเชื่อมนอน (banding) ต้องไม่เกิน 13 มิลลิเมตรเมื่อวัดเทียบกับแบบความตรงของผนังถังที่ยาว 900 มิลลิเมตร
ข้อ ๗ ถังเก็บน้ํามันขนาดใหญ่ตามแนวตั้ง เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วต้องทําการทดสอบ ดังต่อไปนี้
(1) ถังจะต้องได้รับการทดสอบแรงดันด้วยน้ําที่ระดับความสูง ดังต่อไปนี้
(ก) ที่ระดับสูงสุดของถัง
(ข) สําหรับถังที่มีหลังคาติดตาย ให้บรรจุน้ําที่ระดับความสูง 50 มิลลิเมตรเหนือรอยเชื่อมต่อระหว่างผนังถังกับหลังคาถัง
(ค) กรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตาม (ก) และ (ข) ได้ เนื่องจากถังมีการติดตั้งช่องระบายน้ํามันล้นถัง (overflow) หรือมีข้อจํากัดจากการทํางานของหลังคาลอยภายในให้ทดสอบที่ระดับสูงสุดเท่าที่จะสามารถทดสอบได้
(2) ระหว่างที่กําลังทดสอบแรงดันด้วยน้ําตาม (1) ต้องทําการตรวจวัดการทรุดตัวของถังเมื่อบรรจุน้ําได้ร้อยละห้าสิบ ร้อยละเจ็ดสิบห้า และร้อยละร้อยของระดับที่จะทดสอบตาม (1) โดยต้องรักษาระดับน้ําให้คงที่ไว้อย่างน้อยยี่สิบสี่ชั่วโมง การวัดการทรุดตัวของถังต้องวัดก่อนและหลังที่มีการบรรจุน้ําในแต่ละช่วงการวัดต้องทําการวัดโดยรอบถัง โดยจุดที่วัดแต่ละจุดต้องห่างเท่ากันและให้มีระยะไม่เกิน 10 เมตร
(3) ตรวจสอบรอยรั่วของแนวเชื่อมระหว่างแผ่นเหล็กเสริมความแข็งแรงกับผนังถัง โดยใช้แรงดันอากาศอัดด้วยแรงดันไม่น้อยกว่า 68.9 กิโลปาสกาล (10 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) แต่ไม่เกิน 103.4 กิโลปาสกาล (15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
(4) กรณีถังเก็บน้ํามันชนิดหลังคาลอยหรือหลังคาลอยภายใน ให้มีการทดสอบหารอยรั่วที่ทุ่นลอย
ข้อ ๘ การทดสอบและตรวจสอบตามข้อ 6 และข้อ 7 ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนการดําเนินการอย่างน้อย 7 วันทําการและผลการทดสอบและตรวจสอบ ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงาน
ข้อ ๙ ถังเก็บน้ํามันใต้พื้นดินและถังเก็บน้ํามันขนาดใหญ่ตามแนวนอน เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วต้องทําการทดสอบ ดังต่อไปนี้
(1) ให้ทําการทดสอบถังและข้อต่อต่าง ๆ โดยใช้แรงดันน้ําหรือแรงดันอากาศอัดด้วยแรงดันไม่น้อยกว่า 20.6 กิโลปาสกาล (3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) แต่ไม่เกิน 34.5 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) ในกรณีใช้แรงดันน้ํา ให้ใช้เวลาในการทดสอบไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง ในกรณีใช้แรงดันอากาศหรือก๊าซเฉื่อยให้ใช้เวลาในการทดสอบตามที่กําหนดไว้ในตารางดังต่อไปนี้
| | |
| --- | --- |
| ความจุของถัง (ลิตร) | เวลาที่ใช้ในการทดสอบ (ชั่วโมง) |
| ไม่เกิน 15,000ไม่เกิน 30,000ไม่เกิน 45,000ไม่เกิน 60,000 | ไม่น้อยกว่า 24ไม่น้อยกว่า 48ไม่น้อยกว่า 72ไม่น้อยกว่า 96 |
(2) ในกรณีที่พบการรั่วซึม ให้ตรวจสอบหารอยรั่วซึมแล้วทําการแก้ไขและทําการทดสอบตาม (1) ซ้ํา จนกระทั่งไม่ปรากฏการรั่วซึม
(3) สําหรับถังเก็บน้ํามันที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ห้ามทําการทดสอบด้วยแรงดันอากาศ
(4) ทําการทดสอบโดยวิธีการอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(5) ในกรณีที่ถังเก็บน้ํามันใต้พื้นดินเป็นผนังสองชั้นที่มีการทดสอบจากโรงงานผลิตและอัดแรงดัน หรือแรงดันสุญญากาศระหว่างผนังถังชั้นนอกและชั้นใน ให้ตรวจสอบมาตรวัดแรงดันหรือแรงดันสุญญากาศ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงแรงดันเกินกว่าแรงดันที่ผู้ผลิตกําหนด ให้ถือว่าถังปราศจากการรั่วซึม โดยไม่ต้องทําการทดสอบตาม (1)
ข้อ ๑๐ สําหรับถังเก็บผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่น้ํามัน หากจะนํามาใช้เป็นถังเก็บน้ํามันขนาดใหญ่ต้องดําเนินการทดสอบและตรวจสอบให้เป็นไปตามประกาศนี้ ในกรณีที่ถังดังกล่าวได้มีการทดสอบและตรวจสอบตามประกาศนี้แล้ว ให้นําผลการทดสอบและตรวจสอบยื่นต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วให้ถือว่าถังดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบและตรวจสอบ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).