ข้อ ๑๓ เมื่อ ก.ร.
ได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์และมีมติตามข้อ ๑๒ เป็นประการใดแล้ว ให้เลขานุการ ก.ร.
แจ้งให้ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ แล้วแต่กรณี ทราบหรือดำเนินการให้เป็นไปตามมติ ก.ร. โดยเร็ว
พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบเป็นหนังสือโดยเร็วด้วย
มติของ ก.ร. ให้เป็นที่สุด
ในกรณีที่สั่งให้ผู้อุทธรณ์กลับเข้ารับราชการให้นำมาตรา
๕๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘
มารุต บุนนาค
ประธานรัฐสภา
ประธาน ก.ร.
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ร. ฉบับนี้ คือ
โดยเห็นเป็นการสมควรปรับปรุงกฎก.ร. ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๑๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภาพ.ศ. ๒๕๑๘
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอุทธรณ์การถูกลงโทษ เพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา (ฉบับที่
๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ว่าด้วยการร้องทุกข์
ประภาศรี/ผู้จัดทำ
๓
พฤศจิกายน ๒๕๕๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนที่
๕ ก/หน้า ๓๙/๓๐ มกราคม ๒๕๓๘