พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
คุ้มครองสิ่งที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ในภาวะคับขัน
พุทธศักราช ๒๔๘๖
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐
และวันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔)
อาทิตย์ทิพอาภา
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ ๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๖
เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรคุ้มครองสิ่งที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์บางอย่างในภาวะคับขัน
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งที่ใช้เพื่อ
สาธารณประโยชน์ในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๖
มาตรา ๒[๑] ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ผู้ใดกระทำความผิดอาญาต่อสิ่งที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ดังต่อไปนี้
๑. สิ่งที่ใช้ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าหรือน้ำประปา
๒. เครื่อง เสาหรือสายโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือเครื่องวิทยุโทรเลข หรือวิทยุโทรศัพท์ หรือเครื่องประกอบของสิ่งที่กล่าวแล้ว
๓. รางรถไฟ รางรถราง หรือเครื่องประกอบของสิ่งที่กล่าวแล้ว
๔. สะพานหรือประตูน้ำ หรือเครื่องประกอบของสิ่งที่กล่าวแล้ว
ถ้าความผิดนั้นเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ลักทรัพย์ วิ่งราวหรือรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
ถ้าความผิดนั้นเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
ถ้าความผิดนั้นเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี
ถ้าการกระทำนั้นอาจเป็นเหตุให้การจราจร การสื่อสาร การจ่ายกระแสไฟฟ้า หรือการจ่ายน้ำประปาเกิดขัดข้อง แม้แต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง ผู้กระทำต้องระวางโทษทวีคูณ
มาตรา ๔ ความในมาตราก่อนมิให้ใช้บังคับในกรณีที่การกระทำความผิดนั้น ต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายลักษณะอาญาซึ่งกำหนดโทษไว้สูงกว่า
มาตรา ๕ การกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ที่ต้องระวางโทษตามมาตรา ๓ นั้น ไม่ให้ถือว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัว
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
พรพิมล/แก้ไข
๑๙ ก.พ ๒๕๔๔
A+B (C)
อรรถชัย/สุมลรัตน์/มณฑาทิพย์/แก้ไข
๒๒/๐๕/๔๖
[๑]รก. ๒๔๘๖/๕๔/๑๕๐๗/๒๘ ตุลาคม ๒๔๘๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).