法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

โทรเลขและโทรศัพท์

พุทธศักราช ๒๔๗๗

นริศรานุวัดติวงศ์

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามพระราชกฤษฎีกาลงวันที่

๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๖)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรม

ราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่า เนื่องจากพาณิชยกรรมของประเทศได้เจริญขึ้น

สมควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวด้วยการโทรเลขและโทรศัพท์ซึ่งยังคงใช้อยู่ในเวลานี้

เพื่อให้ความสะดวกแก่ประชาชนและเหมาะสมควรแก่กาลสมัยยิ่งขึ้น

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร

ดังต่อไปนี้

ความเบื้องต้น

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช ๒๔๗๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.๒๔๗๗/-/๗๖๘/๒๘ ตุลาคม ๒๔๗๗]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกกฎหมายโทรเลข

จุลศักราช ๑๒๔๖ และบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ

ที่ขัดหรือแย้งกับบทบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้

บทวิเคราะห์ศัพท์

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

ถ้าข้อความใดมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(๑) “เครื่องโทรเลขหรือเครื่องโทรศัพท์” หมายความว่า เครื่องโทรเลขหรือเครื่อง

โทรศัพท์ชนิดใช้กำลังไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องใช้และเครื่องสำหรับส่ง

หรือทำการโทรเลขโทรศัพท์ หรือ

การคมนาคมอย่างอื่นโดยใช้กำลังไฟฟ้า

(๒) “พนักงานโทรเลข” หมายความว่า บุคคลผู้รับทำประจำหรือชั่วคราวซึ่งงาน

อันเกี่ยวกับโทรเลขซึ่งรัฐบาลได้ตั้งขึ้น บำรุงหรือทำอยู่

(๓) “พนักงานโทรศัพท์” หมายความว่า บุคคลผู้รับทำประจำหรือชั่วคราวซึ่งงานอันเกี่ยวกับโทรศัพท์ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งขึ้น

บำรุงหรือทำอยู่

(๔) “ข่าวสาร” หมายความว่า ข่าวอย่างใด ๆ ซึ่งส่งถึงกันทางโทรเลขหรือโทรศัพท์

หรือที่ยื่นต่อพนักงานโทรเลขหรือโทรศัพท์เพื่อให้ส่งทางโทรเลขหรือโทรศัพท์

หรือเพื่อให้ส่งมอบ

(๕) “คำโทรเลข” หมายความว่า ข่าวสารใด ๆ ที่ส่งหรือจำนงจะส่งทางโทรเลข

(๖) “สายโทรเลข” หรือ “สายโทรศัพท์” หมายความว่า สายลวดที่ใช้สำหรับการ

โทรเลขหรือโทรศัพท์ และหมายความรวมทั้งของห่อ ของหุ้ม

หลอดหรือท่อที่สวมสายนั้น ตลอดจน

เครื่องใช้และเครื่องแห่งสิ่งเหล่านั้นที่ใช้ประกอบกับสายลวด

(๗) “เสา” หมายความตลอดถึงหลัก เสาป้าย สายโยง

สลัก หรือเครื่องประกอบ

อย่างอื่นที่ทำขึ้นสำหรับรับแขวน ดึง

หรือค้ำสายโทรเลขหรือโทรศัพท์

(๘) “เจ้าหน้าที่โทรเลข” หมายความว่า เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ควบคุมโทรเลขใน

ขณะนั้น และรวมทั้งเจ้าพนักงานใด ๆ

ซึ่งได้รับอำนาจจากผู้นั้นให้ทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โทรเลขทั้ง

หมดหรือแต่บางส่วน ตามความในพระราชบัญญัตินี้

(๙) “เจ้าหน้าที่โทรศัพท์” หมายความว่า เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ควบคุมโทรศัพท์

ในขณะนั้น และรวมทั้งเจ้าพนักงานใด ๆ

ซึ่งได้รับอำนาจจากผู้นั้นให้ทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

โทรศัพท์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ตามความในพระราชบัญญัตินี้

(๑๐) “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้บังคับบัญชาราชการกรมไปรษณีย์

โทรเลข

(๑๑) “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข

ผู้แทนหรือเจ้าหน้าที่

อื่น ซึ่งทำการในตำแหน่งอธิบดี

(๑๒) “กรม” หมายความว่า กรมไปรษณีย์โทรเลข

(๑๓) “ที่ทำการโทรเลข” หรือ “ที่ทำการโทรศัพท์” หมายความตลอดถึงโรงเรือน

สิ่งปลูกสร้าง ห้อง รถ หรือ

สถานที่ทุกแห่งที่ใช้เป็นที่ทำการโทรเลขหรือโทรศัพท์

(๑๔) “โทรเลขนิทเทส” หมายความว่า สมุดกฎข้อบังคับ คำสั่งหรือประกาศว่า

ด้วยการโทรเลขทั่วไป

อันพึงต้องปฏิบัติตามความในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามสัญญาสากล

โทรเลข

อำนาจสิทธิขาด

มาตรา ๕

มาตรา ๕

รัฐบาลทรงไว้ซึ่งอำนาจสิทธิขาดที่จะตั้ง บำรุงและทำการโทรเลขและโทรศัพท์ภายในราชอาณาจักรสยาม

อำนาจนี้ท่านมอบหมายให้ไว้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลข

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ภายในราชอาณาจักรสยาม

ให้กรมไปรษณีย์โทรเลขมีสิทธิและหน้าที่แต่ผู้เดียวในอันที่จะ

(๑) ตั้งทำและบำรุงที่ทำการโทรเลขและโทรศัพท์ในตำบลใด ๆ ซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควร

(๒) ตั้งเสาและขึงสายลวด หรือวางสายลวด หรือสายลวดใหญ่ใต้ดินหรือใต้น้ำ หรือทำกิจการอย่างอื่นเพื่อการคมนาคมทางโทรเลขหรือโทรศัพท์

(๓) รับ เก็บ ส่ง และส่งมอบข่าวสารและกระทำการงานอย่างอื่นทุกอย่างอันเกี่ยวแก่การโทรเลขหรือโทรศัพท์ตามระเบียบข้อบังคับ

คำสั่ง และกฎที่รัฐมนตรีได้ตั้งขึ้น

มาตรา ๗

มาตรา ๗

อธิบดีอาจออกใบอนุญาตเฉพาะให้แก่บุคคลใดให้ตั้ง ทำหรือบำรุงการโทรเลขหรือโทรศัพท์ที่ใดที่หนึ่งภายในราชอาณาจักร

เพื่อใช้เองโดยกำหนดเงื่อนไขและให้เสียเงินค่าธรรมเนียมตามที่อธิบดีจะเห็นสมควร

มาตรา ๘

มาตรา ๘

อธิบดีจะถอนใบอนุญาตที่ได้ออกให้ตามความในมาตรา ๗ ในเวลาใด ๆ

ก็ได้เมื่อมีการกระทำผิดต่อเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง

หรือเมื่อขาดส่งค่าธรรมเนียมอย่างใด ๆ ที่จะต้องเสียตามความในใบอนุญาตนั้น

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ในเวลาประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือในเวลาสงครามท่านว่ารัฐมนตรี หรือ เจ้าพนักงานคนใดที่ได้รับอนุญาตพิเศษจากรัฐมนตรีให้เป็นผู้แทน

(ก) อาจเข้าครอบครองชั่วคราว ซึ่งเครื่องโทรเลขหรือโทรศัพท์ใด ๆ ที่ผู้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ได้ตั้ง

ทำ หรือบำรุงอยู่และ

(ข) อาจมีคำสั่งว่า ข่าวสารใด ๆ

หรือข่าวสารประเภทใดที่มีถึงหรือส่งจากบุคคลใด ๆ หรือบุคคลจำพวกใด

หรือเกี่ยวแก่เรื่องราวโดยเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดที่นำมายื่นไว้เพื่อให้ส่งหรือที่ส่งไป

หรือที่รับไว้โดยเครื่องโทรเลขใด ๆ เป็นอันห้ามไม่ให้ส่ง หรือเป็นอันงด

หรือให้กักไว้ หรือให้เปิดเผยแก่รัฐบาล หรือแก่เจ้าพนักงานที่ระบุไว้ในคำสั่งนั้น

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ในเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ข่าวสารใดเกี่ยวด้วยอุบายใด ๆ ที่จะชักจูงให้กระทำ

หรือเกี่ยวด้วยการกระทำอย่างใด ๆ อันเป็นความผิดอาชญา เจ้าหน้าที่โทรเลขอาจ

(ก) งดการส่งข่าวสารนั้นไว้ แล้วรีบรายงานไปยังรัฐมนตรีเพื่อจะได้ออกคำสั่งเป็นเด็ดขาด

หรือ

(ข) ส่งข่าวสารไป แต่ให้ส่งสำเนาข่าวสารนั้นแก่เจ้าพนักงานปกครองท้องที่

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ให้อธิบดีจัดทำโทรเลขนิทเทสขึ้น เพื่อใช้ประกอบกับพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไข

ตัดทอนเพิ่มเติมหรือยกเลิกเสียได้เป็นคราว ๆ โทรเลขนิทเทสนั้นเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีและพิมพ์ออกโฆษณาแล้วให้ใช้บังคับได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

รัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบในการสูญหายหรือเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใด

ซึ่งหากเกิดขึ้นเพราะเหตุที่เครื่องโทรเลขใช้การไม่สะดวกหรือพนักงานโทรเลขคนใดบกพร่องต่อหน้าที่อันเกี่ยวแก่การรับการส่ง

หรือการส่งมอบข่าวสารใด ๆ และพนักงานนั้น ๆ ก็ไม่ต้องรับผิดชอบในการสูญหายหรือเสียหายนั้น

ๆ เว้นแต่ตนจะก่อให้เกิดขึ้นโดยเจตนา หรือโดยกลฉ้อฉลหรือโดยความประมาทเลินเล่อ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ รัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบในการสูญหายหรือเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใด

ซึ่งหากเกิดขึ้นเพราะเหตุที่เครื่องโทรศัพท์ใช้การไม่สะดวกหรือพนักงานโทรศัพท์คนใดบกพร่องต่อหน้าที่อันเกี่ยวแก่การขาน

การเรียก ฯลฯ และพนักงานนั้น ๆ ก็ไม่ต้องรับผิดชอบในการสูญหายหรือเสียหายนั้น ๆ

เว้นแต่ตนจะก่อให้เกิดขึ้นโดยเจตนาหรือโดยกลฉ้อฉลหรือโดยความประมาทเลินเล่อ

อำนาจตั้งเสาและขึงสายโทรเลขหรือโทรศัพท์

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

กรมมีอำนาจที่จะขึงและบำรุงสายโทรเลขหรือโทรศัพท์ไปใต้เหนือ ตาม

หรือข้ามอสังหาริมทรัพย์ใด ๆ และตั้งเสาลงใน หรือบนอสังหาริมทรัพย์ใด ๆ ได้ตามยุคตามคราว

แต่

(ก) กรมต้องไม่ใช้อำนาจที่ได้รับมอบหมายไว้โดยบทมาตรานี้ นอกจากที่เกี่ยวแก่การโทรเลขหรือโทรศัพท์ที่กรมได้ตั้งขึ้น

หรือบำรุงอยู่เอง

(ข) ในการใช้อำนาจที่ให้ไว้ตามมาตรานี้ กรมต้องพยายามให้มีความเสียหายน้อยที่สุดที่จะเป็นได้

และเมื่อได้ใช้อำนาจนี้แก่ทรัพย์สินใด ๆ กรมต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนให้แก่บุคคล

ผู้ได้รับความเสียหายใด ๆ เพราะเหตุที่กรมได้ใช้อำนาจนั้น

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

พนักงานเจ้าหน้าที่อาจเข้าไปในที่ที่มีสายหรือเสาโทรเลขหรือโทรศัพท์อยู่ใต้

เหนือ ตาม ข้าม ในหรือบน ในเวลาหนึ่งเวลาใดโดยบอกให้เจ้าของหรือผู้ครองทรัพย์สินทราบเพื่อตรวจตรา

ซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงหรือย้าย ถอนสาย หรือเสาโทรเลขหรือโทรศัพท์

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

(๑) ถ้ามีผู้ต่อสู้หรือขัดขวางต่อการใช้อำนาจเกี่ยวแก่ทรัพย์สินดังกล่าวไว้ในมาตรา

๑๔ ไซร้ ท่านว่ากรมการอำเภอจะสั่งให้ยอมให้กรมใช้อำนาจนั้นก็ได้แล้วแต่จะเห็นควร

(๒)

ถ้าเกิดมีข้อโต้เถียงขึ้นด้วยเรื่องจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนที่จะต้องใช้ตามความในมาตรา

๑๔ ให้คู่พิพาทเลือกตั้งคนกลางฝ่ายละคน แต่ถ้าภายในกำหนด สามเดือนนับแต่วันที่ฝ่ายหนึ่งได้แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบถึงการตั้งคนกลางฝ่ายตนแล้ว

อีกฝ่ายหนึ่งยังหาตั้งคนกลางขึ้นไม่

ฝ่ายที่ได้ส่งคำแจ้งไปนั้นอาจร้องขอต่อศาลให้ตั้งคนกลางแทนฝ่ายที่ละเลยนั้นได้

ให้คนกลางกำหนดจำนวนค่าสินไหมทดแทนอันสมควรที่จะต้องใช้ในเรื่องนั้น ถ้าและความเห็นของคนกลางก้ำกึ่งกัน

คนกลางอาจเลือกตั้งผู้ชี้ขาดขึ้นคนหนึ่ง เพื่อวินิจฉัยข้อพิพาทโดยถือตามความเห็นฝ่ายข้างมาก

และให้ถือเอาความเห็นฝ่ายข้างมากเป็นคำชี้ขาด ถ้าคนกลางไม่ตกลงกันในการเลือกตั้งผู้ชี้ขาด

ก็ให้ร้องขอต่อศาลให้เลือกตั้งผู้ชี้ขาด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ข้อโต้เถียงใด ๆ

ซึ่งหากเกิดขึ้นเกี่ยวด้วยสิทธิของกรมและของเจ้าของที่ดินตามวรรค ๓-๔ ในมาตรา ๑๓๕๒ แห่งประมวลแพ่งและพาณิชย์

ท่านให้ตกลงกันโดยวิธีตั้งคนกลางชำระตามทำนองที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ถ้ามีต้นไม้อยู่ใกล้สายโทรเลขหรือโทรศัพท์เป็นการขัดข้องหรือน่าจะขัดข้องต่อการคมนาคมทางโทรเลขหรือโทรศัพท์ไซร้

กรมจะจัดการให้ย้ายถอนต้นไม้นั้นเสียหรือจัดการอย่างอื่นตามแต่จะเห็นสมควรก็ได้

แต่ถ้าต้นไม้นั้นมีอยู่ก่อนเวลาขึงสายโทรเลขหรือโทรศัพท์กรมต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในต้นไม้นั้นตามที่เห็นสมควร

ถ้าบุคคลผู้ชอบที่ได้รับค่าสินไหมทดแทนไม่พอใจในจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่กรมกำหนดให้

จะร้องอุทธรณ์ไปยังรัฐมนตรี คำวินิจฉัยชี้ขาดของรัฐมนตรีก็ได้ นั้นเป็นที่สุด

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

บรรดาสายหรือเสาโทรเลขหรือโทรศัพท์ที่ก่อนใช้พระราชบัญญัตินี้มีอยู่ใต้

เหนือ ตาม ข้าม ใน หรือบนทรัพย์สินใด เพื่อประโยชน์แก่การโทรเลขหรือโทรศัพท์ซึ่งกรมได้ตั้งขึ้น

หรือบำรุงอยู่นั้นให้ถือว่าได้ขึงหรือตั้งขึ้นโดยอำนาจที่ได้มอบหมายไว้ในพระราชบัญญัตินี้

และเป็นการถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ด้วยทุกประการ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ห้ามมิให้ผู้ใดขึงสายลวดเพื่อใช้กำลังไฟฟ้าผ่านสายโทรเลขหรือโทรศัพท์ที่มีอยู่ใต้

เหนือ ตาม ข้าม ในหรือบนทรัพย์สินใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากกรม

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

เมื่อได้มีคำสั่งกรมการอำเภอตามความในมาตรา ๑๖ (๑) แล้ว ผู้ใด

ขัดขวางต่อการที่เจ้าพนักงานใช้อำนาจนั้น

ท่านให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑๙ หรือ

มาตรา ๑๒๐

มาตรา ๑๒๐ แห่งกฎหมายลักษณะอาญา

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ผู้ใดตั้ง ทำหรือบำรุง

เครื่องโทรเลขหรือโทรศัพท์โดยมิได้มีใบอนุญาตตามความในมาตรา ๗

หรือขึงสายลวดเพื่อใช้กำลังไฟฟ้าโดยมิได้มีใบอนุญาตตามความในมาตรา ๒๐

หรือกระทำผิดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวไว้ในใบอนุญาต หรือหนังสืออนุญาตก็ดี

ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน

หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และให้ปรับเรียงรายสัปดาห์ไม่เกินสองร้อยห้าสิบบาททุก ๆ

สัปดาห์หรือเศษแห่งสัปดาห์ตลอดเวลาที่ยังคงบำรุง หรือใช้แนวสาย

หรือสายลวดอยู่หรือที่ยังคงทำผิดเงื่อนไขอยู่

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ผู้ใดรู้หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีผู้ตั้งทำหรือบำรุงเครื่องโทรเลขหรือ

โทรศัพท์ฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัตินี้บังอาจส่งหรือรับข่าวสารใด

ๆ โดยเครื่องโทรเลขหรือโทรศัพท์

นั้นก็ดี หรือกระทำการอย่างใด ๆ

ที่เกี่ยวเนื่องด้วยหรือส่งมอบข่าวสารใด ๆ เพื่อให้ส่งไปโดยเครื่อง

โทรเลขหรือโทรศัพท์นั้นก็ดีหรือรับมอบข่าวสารใด ๆ

ที่ส่งมาโดยเครื่องนั้นก็ได้ ท่านว่าผู้นั้นมีความ

ผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ผู้ใดใช้อุบายอย่างใด ๆ

โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อล่วงรู้หรือติดต่อถึงกันซึ่งเนื้อความในข่าวสารโทรเลขโทรศัพท์ใด

ๆ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน

หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ผู้ใดเอาความหมายของอาณัติสัญญาณหรือข่าวสารโทรเลขโทรศัพท์ทั้งหมดหรือบางส่วนไปแพร่งพรายแก่บุคคลใด

ๆ ผู้ไม่มีสิทธิจะรู้ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี

หรือปรับไม่เกินพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ผู้ใดเป็นพนักงานโทรเลขหรือโทรศัพท์บังอาจส่งไปโดยทางโทรเลข

หรือโทรศัพท์ซึ่งข่าวสารใด ๆ

ที่ยังมิได้เสียค่าธรรมเนียมตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้โดยเจตนาจะ

ฉ้อโกงรัฐบาล

ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

ผู้ใดเป็นพนักงานโทรเลขหรือโทรศัพท์หรือเป็นผู้มีหน้าที่ราชการติด

ต่อกับที่ทำการใด ๆ ที่ใช้เป็นที่ทำการโทรเลขหรือโทรศัพท์

จงใจเชือนแชหรือประวิงในการส่งหรือ

การมอบข่าวสารใด ๆ ให้ถูกต้อง

ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบห้าวัน หรือ

ปรับไม่เกินห้าสิบบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

ผู้ใดส่งหรือจัดให้ส่งโดยทางโทรเลขหรือโทรศัพท์ซึ่งข่าวสารอันตนรู้

อยู่ว่าเป็นเท็จหรือที่ตนแต่งขึ้นและน่าจะก่อให้เกิดเสียหายแก่ประชาชนหรือบุคคลใด

ๆ ท่านว่าผู้นั้น

มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี

หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ผู้ใดโดยกลฉ้อฉลหรือจงใจบังอาจยึด ซ่อนเร้น พาหนี หรือกักข่าว

สารอันควรส่งมอบให้แก่บุคคลอื่น

หรือเมื่อเจ้าหน้าที่แผนกโทรเลขหรือโทรศัพท์ได้ร้องขอให้ส่งมอบ

ข่าวสารนั้น ๆ

ตนได้รับไว้แล้วละเลยหรือปฏิเสธไม่ยอมกระทำตาม ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี

หรือปรับไม่เกินพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ผู้ใดเขียน วาด ทาสี

แกะสลัก หรือปิดกระดาษใบแจ้งความประกาศ บัญชี แผ่นป้าย หรือสิ่งอื่นใดลงในหรือบน

หรือทำการอย่างใด ๆ แก่เสา หรือสัมภาระอย่างอื่นสำหรับใช้ในการโทรเลขหรือโทรศัพท์ให้เสื่อมเสียไปโดยมิได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย

ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ผู้ใดปีนป่ายเสา

หลักอาณัติสัญญาณหรือขึ้นไปบนทุ่นใด ๆ อันเป็น

ส่วนหนึ่งของเครื่องโทรเลขหรือโทรศัพท์

หรือที่ใช้เกี่ยวแก่การโทรเลขโทรศัพท์ โดยมิได้รับอนุญาต

อันชอบด้วยกฎหมาย ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าสิบบาท

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ผู้ใดบังอาจย้ายถอนหรือลบเลือนเสียโดยมิชอบด้วยกฎหมายซึ่งประกาศหรืออาณัติสัญญาณใด

ๆ ที่มีไว้สำหรับการโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือเสา สาย หรือสัมภาระอย่างอื่นสำหรับใช้ในการโทรเลขหรือโทรศัพท์

ท่านว่า ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

ผู้ใดชักว่าวในที่ใกล้ชิดอันอาจเป็นอันตรายแก่สายโทรเลขหรือโทรศัพท์

หรือเลินเล่อทำให้หางว่าวหรือสายว่าวเกี่ยวพันสายโทรเลขหรือโทรศัพท์ หรือสัมภาระอย่างอื่นสำหรับใช้ในการโทรเลขหรือโทรศัพท์

ท่านว่า ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ผู้ใดผูกกระบือ โค ช้าง

ม้า ลา หรือสัตว์อื่น ๆ หรือผูกเรือ หรือแพ

หรือแหอวน หรือสิ่งอื่น ๆ กับเสา

หรือกับสัมภาระอย่างอื่นสำหรับใช้ในการโทรเลขหรือโทรศัพท์

ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อยบาท

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ผู้ใดบังอาจขว้างปา เสา

สายโทรเลขหรือโทรศัพท์ลูกถ้วยหลัก

อาณัติสัญญาณ ทุ่น

หรือสัมภาระอย่างอื่นสำหรับใช้ในการโทรเลขหรือโทรศัพท์ด้วยก้อนหิน หรือ

ของแข็งกระด้างอย่างใด ๆ หรือด้วยของโสโครก

หรือเครื่องขว้างปาอย่างอื่น ๆ หรือยิงด้วยอาวุธปืน

หรือด้วยเครื่องมืออย่างใด ๆ ที่สิ่งเหล่านั้น

ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินร้อย

บาท

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

ผู้ใดฝ่าฝืนไม่กระทำตามข้อความในกฎกระทรวงซึ่งรัฐมนตรีออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา

๓๙ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

และในกรณีที่ยังคงฝ่าฝืนไม่กระทำตามบทบัญญัตินั้นอยู่ต่อไป ท่านว่าต้องระวางโทษปรับเพิ่มขึ้นอีกไม่เกินวันละร้อยบาทเรียงรายวัน

นับตั้งแต่วันแรกกระทำการฝ่าฝืนตลอดเวลาที่ยังคงฝ่าฝืนอยู่นั้น

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

เมื่อผู้กระทำผิดจะต้องถูกปรับสำหรับความผิดอย่างใด ๆ ตามความในพระราชบัญญัตินี้

ถ้าโจทก์ได้ทำคำร้องขอเป็นพิเศษแล้ว ศาลอาจสั่งลงไว้ในคำพิพากษาให้แบ่งเงินพินัย ไม่เกินกึ่งหนึ่งให้แก่ผู้สืบการกระทำผิดนั้น

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘

การฟ้องร้องขอให้ลงโทษผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านให้ฟ้องได้ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่โทรเลขหรือโทรศัพท์ได้ร้องขอให้ว่ากล่าว

ในเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดพนักงานเจ้าหน้ากรมไปรษณีย์โทรเลขมีอำนาจเปรียบเทียบเพื่อเรียกร้องเงินค่าปรับหรือเพื่อริบทรัพย์อันผิดต่อพระราชบัญญัตินี้

โดยกระทำความตกลงและวางเงื่อนไขอย่างใดก็ได้สุดแล้วแต่จะเห็นสมควร

การรักษาการตามพระราชบัญญัติ

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙

ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อการนี้ให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราในการส่งข่าวสารวางข้อขีดขั้นในการส่งข่าวสาร

วางระเบียบว่าด้วยการป้องกันการงดส่งหรือเปิดเผยข่าวสาร โดยมิชอบว่าด้วยการเก็บรักษาคำโทรเลขหรือเอกสารอื่น

ๆ ที่เป็นของพนักงานโทรเลข หรืออยู่ในพิทักษ์ของพนักงานโทรเลข กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมขอดูคำโทรเลข

หรือเอกสารอื่นที่อยู่ในพิทักษ์ของพนักงานโทรเลขและกิจการอย่างอื่นเพื่อรักษาการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ประกาศมา ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา

นายกรัฐมนตรี

ภคินี/แก้ไข

๒๑/๒/๒๕๔๕

A+B (C)

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_90e3e26bb68eb967

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com