我的書籤免費註冊

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา เรื่อง การบริหารกิจการประปาชุมชน พ.ศ. 2552

公布 2010-07-15・全 37 條

อารัมภบท

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา เทศบัญญัติเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา เรื่อง การบริหารกิจการประปาชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๒[๑] โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา เรื่อง การบริหารกิจการประปาชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๒ ขึ้นใช้บังคับ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑ (๑) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๑ และมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐ เทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา โดยความเห็นชอบจากสภาเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนาและผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ จึงตราเทศบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติตำบลยายแย้มวัฒนา เรื่อง การบริหารกิจการประปาชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๒”

ข้อ ๒

ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา นับแต่วันถัดจากวันที่ได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา แล้ว ๗ วัน

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในเทศบัญญัตินี้ เทศบาล หมายความว่า “เทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา” คณะกรรมการ หมายความว่า “คณะกรรมการประปาชุมชน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรีตำบลยายแย้มวัฒนา” สมาชิก หมายความว่า “สมาชิกผู้ใช้น้ำของประปาชุมชน” เจ้าหน้าที่ หมายความว่า “เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบกิจการประปา โดยได้รับการแต่งตั้งจากประธานกรรมการ” ประธานคณะกรรมการ หมายความว่า “นายกเทศมนตรีตำบลยายแย้มวัฒนา” กิจการประปา หมายความว่า “การประปาชุมชนในเขตเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา” หมวด ๑ การบริหารกิจการประปา

ข้อ ๔

ข้อ ๔ กิจการประปาเป็นทรัพย์สินของเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา โดยมอบให้คณะกรรมการบริหารกิจการประปา ดำเนินการบริหารจัดการ ตามที่กำหนดไว้ในเทศบัญญัตินี้

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีประปาชุมชนใดมีความประสงค์ที่จะโอนกิจการประปามาเป็นกิจการของเทศบาล คณะกรรมการประปาชุมชนทุกคนต้องยินยอมโอนกิจการด้วย โดยทำบันทึกข้อตกลงที่เทศบาล พร้อมยื่นเอกสารต่าง ๆ ดังนี้ (๑) เอกสารบันทึกความยินยอมโอนกิจการประปาของผู้ใช้น้ำ ต้องยินยอม ๓ ใน ๔ ส่วนของจำนวนผู้ใช้น้ำทั้งหมด (๒) บัญชีรายชื่อผู้ใช้น้ำทุกคน หรือรายงานตามมาตรวัดน้ำ (๓) รายงานการบันทึกมาตรวัดน้ำ (๔) บัญชีรายรับรายจ่ายประจำปี (๕) รายงานการรับ-จ่ายเงินประจำปี

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เทศบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการบริหารจัดการ ให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

ข้อ ๗

ข้อ ๗ การประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง ต้องมีคณะกรรมการเข้าประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด จึงถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อ ๘

ข้อ ๘ มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากเป็นเอกฉันท์ หากคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด

ข้อ ๙

ข้อ ๙ รายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากกิจการประปาชุมชน ให้ตกเป็นรายได้ของเทศบาล

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สมาชิกผู้ใช้น้ำทุกคน ต้องรับผิดชอบและพึงรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวม หมวด ๒ อำนาจ สิทธิ และหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารกิจการประปาชุมชน

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) วางระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารกิจการประปา โดยผ่านความเห็นชอบจากมติคณะกรรมการ และจากมติสมาชิกผู้ใช้น้ำ (๒) บริหารกิจการประปา ให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ ให้เกิดความก้าวหน้าในการดำเนินการและบริการประชาชนอย่างทั่วถึง และสม่ำเสมอ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (๓) พิจารณาอนุญาต หรืองดจ่ายน้ำให้แก่สมาชิก หากเห็นว่าจะเป็นผลเสียต่อกิจการประปา ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงประโยชน์และความอยู่รอดของกิจการประปาเป็นหลัก (๔) ควบคุม ดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบกิจการประปา หมวด ๓ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกผู้ใช้น้ำ

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สมาชิกผู้ใช้น้ำ ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับของกิจการประปา มีสิทธิและหน้าที่ ดังนี้ (๑) แสดงความคิดเห็น และให้ความร่วมมือในการบริหารงานของคณะกรรมการ (๒) มีสิทธิได้รับผลประโยชน์จากการบริหารประปาโดยเท่าเทียมกัน หมวด ๔ สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบกิจการประปา

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบกิจการประปา ได้แก่ บุคคลที่เทศบาลแต่งตั้งให้รับผิดชอบดูแลระบบประปา และหรือการจัดเก็บค่าน้ำ และหรือการจัดทำบัญชี และหรือเป็นช่างประจำกิจการประปา โดยได้รับค่าจ้างจากเทศบาล ตามที่ประธานคณะกรรมการกำหนดมีหน้าที่ ดังนี้ (๑) ดำเนินการผลิตน้ำประปา ตามหลักวิชาการ (๒) ดำเนินการดูแล และบำรุง รักษาระบบการจ่ายน้ำให้ระบบประปาบริการน้ำได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (๓) ดำเนินการซ่อมแซมและแก้ไขปัญหาที่เกิดในระบบน้ำประปา (๔) ดำเนินการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (๕) รายงานปัญหาที่เกิดขึ้นให้คณะกรรมการทราบ หมวด ๕ การใช้น้ำประปา

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สมาชิกผู้ใช้น้ำ ได้แก่ บุคคลที่คณะกรรมการอนุญาตให้ใช้น้ำจากกิจการประปา

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อมีผู้ประสงค์จะใช้น้ำประปา จะต้องแจ้งความประสงค์ขอใช้น้ำเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและจะต้องได้รับความยินยอมก่อน จึงจะต่อน้ำประปาใช้ได้

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การจ่ายค่าธรรมเนียม กรณีที่เป็นผู้ใช้น้ำรายใหม่ ต้องชำระเงินเป็นค่าธรรมเนียมผู้ใช้น้ำ ในอัตราร้อยละ ๒๐๐ บาท

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การติดตั้งมาตรวัดน้ำจะต้องติดตั้งไว้ในที่เปิดเผย สามารถตรวจสอบได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง หรือห่างจากท่อเมนไม่เกิน ๑ เมตร

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การต่อท่อแยกจากท่อเมนจนถึงมาตรวัดน้ำไม่เกิน ๑ เมตร เทศบาลจะเป็นผู้ดำเนินการติดตั้งให้ หลังมาตรวัดน้ำเข้าไปภายในบ้านเจ้าบ้านเป็นผู้ดำเนินการเอง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในระบบประปานั้น ผู้ใช้น้ำสามารถจัดหาด้วยตัวเอง แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการติดตั้งมาตรวัดน้ำจะต้องติดตั้งเช็ควาล์ว และให้น้ำไหลผ่านก่อนเข้ามาตรวัดน้ำเพื่อเป็นการป้องกันมาตรวัดน้ำหมุนกลับ

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อติดตั้งมาตรวัดน้ำเรียบร้อยแล้ว เทศบาลจะตีตราผนึกมาตรวัดน้ำไว้เพื่อป้องกันการขโมยน้ำ

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่พบว่าลวดตีตรามาตรวัดน้ำขาด ผู้ใช้น้ำ (เจ้าของบ้าน) จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบทันที หากปล่อยทิ้งไว้และคณะกรรมการจับได้หรือตรวจพบ ถือว่าผู้ใช้น้ำมีเจตนาขโมยน้ำ เทศบาลจะงดจ่ายน้ำชั่วคราว จนกว่าจะมีการหาข้อเท็จจริงเรียบร้อย

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การกระทำใด ๆ ก็ตามที่ทำให้ทรัพย์สินของเทศบาลเสียหาย จะโดยเจตนาหรือไม่ผู้กระทำการนั้น จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับเทศบาลตามจำนวนเงินทั้งหมด

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ หากผู้ใดมีเจตนาขโมยใช้น้ำโดยไม่ผ่านมาตรวัดน้ำ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเลขในมาตรวัดน้ำ หรือกระทำการใด ๆ ที่มีเจตนาขโมยน้ำของกิจการประปา กิจการประปาจะงดจ่ายน้ำทันที และจะต้องเสียค่าปรับให้แก่เทศบาล ตามที่กำหนดในเทศบัญญัตินี้

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีนํ้ารั่วในส่วนที่เป็นท่อเมน หรือท่อแยกเทศบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบในการซ่อมแซมทั้งหมด แต่เจ้าของที่ดินบริเวณที่น้ำรั่ว จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบ หากนิ่งเฉยเทศบาลจะถือเสมือนว่าส่อเจตนาที่จะไม่ร่วมรักษาบำรุงระบบกิจการประปาชุมชน

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ หากผู้ใช้น้ำจะขอยกเลิกการใช้น้ำ หรือโอนให้ผู้อื่น จะต้องแจ้งต่อคณะกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษร และคณะกรรมการอนุญาตก่อนจึงจะสิ้นสุดการเป็นผู้ใช้น้ำ มิฉะนั้น จะถือว่าเป็นผู้ใช้น้ำอยู่ มีหน้าที่ต้องชำระค่าน้ำตามที่เทศบาลเรียกเก็บ

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้ที่ถูกงดจ่ายน้ำ ไม่ว่ากรณีใด ๆ หากประสงค์จะใช้น้ำอีก ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามที่เทศบัญญัตินี้กำหนดไว้

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เงินค่าน้ำ เทศบาลจะเรียกเก็บจากผู้ใช้น้ำ ภายในวันที่ ๒๕ ของเดือน

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้ที่ถูกงดจ่ายน้ำ ตั้งแต่ ๓๐ วันขึ้นไป เมื่อมีความประสงค์จะขอใช้น้ำใหม่จะต้องชำระค่าธรรมเนียม ๒๐๐ บาท เหมือนผู้ใช้น้ำรายใหม่

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เทศบาลยินยอมให้ผู้ใช้น้ำค้างชำระค่าน้ำได้ไม่เกิน ๗ วัน หากถึงกำหนดผู้ค้างชำระยังไม่นำเงินชำระค่าน้ำให้แก่เทศบาล เทศบาลจะงดจ่ายน้ำชั่วคราว

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เกณฑ์ในการจำหน่ายมาตรวัด เก็บตามจำนวนตัวเลขที่แสดงในมาตรวัดในอัตราลูกบาศก์เมตรละ ๗ บาท

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ คณะกรรมการสงวนไว้ซึ่งสิทธิและอำนาจที่จะอนุญาตหรืองดจ่ายน้ำให้บุคคลใดก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อยึดความอยู่รอดของระบบกิจการประปาชุมชนเป็นหลัก

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ อัตราค่าน้ำขั้นต่ำ ๗ บาท ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการใช้น้ำหรือไม่ใช้ก็ตาม

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในกรณีที่มาตรวัดน้ำชำรุด ผู้ใช้น้ำจะต้องแจ้งต่อเทศบาลทันที หากละเลยจะถือว่าผู้ใช้น้ำมีเจตนาขโมยน้ำ

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบมาตรวัดน้ำที่แจ้งชำรุดมาแล้ว มาตรวัดน้ำนั้นไม่สามารถใช้วัดน้ำได้ต่อไป ให้ผู้ใช้น้ำจัดหามาตรวัดน้ำตัวใหม่ทันที เทศบาลจะงดจ่ายน้ำชั่วคราวในขณะติดตั้งมาตรวัดตัวใหม่ หมวด ๖ บทลงโทษ

ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้ใดกระทำผิดตามข้อ ๒๓ ผู้นั้นมีความผิดฐานละเมิดเทศบัญญัติเทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา ผู้นั้นต้องชำระค่าปรับเป็นเงินจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท

ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้นายกเทศมนตรีตำบลยายแย้มวัฒนามีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้ ประกาศ ณ วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ อภิสิทธิ์ วรศักดิ์กัญญา นายกเทศมนตรีตำบลยายแย้มวัฒนา ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ นันท์นภัสร์/ตรวจ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๑๐๘ ง/หน้า ๑๖๕/๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查