มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗
แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๗ ในกรณีต่อไปนี้ให้สั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ ๒
หรือคลังจังหวัดหรือคลังอำเภอได้ก่อนที่มีกฎหมายอนุญาตให้จ่าย คือ
(๑)
รายการจ่ายที่มีการอนุญาตให้จ่ายเงินได้แล้ว
ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ
แต่เงินที่ตั้งไว้มีจำนวนไม่พอจ่ายและพฤติการณ์เกิดขึ้นให้มีความจำเป็นต้องจ่ายโดยเร็ว
(๒)
มีกฎหมายใด ๆ ที่กระทำให้ต้องจ่ายเงินเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายนั้น ๆ
และมีความจำเป็นต้องจ่ายโดยเร็ว
(๓)
มีข้อผูกพันกับรัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่กระทำให้ต้องจ่ายเงิน
และมีความจำเป็นต้องจ่ายโดยเร็ว
(๔)
เพื่อซื้อคืนหรือไถ่ถอนพันธบัตรเงินกู้ของรัฐมนตรีตามจำนวนที่รัฐมนตรีเห็นสมควร
การจ่ายเงินในห้ากรณีข้างบนนี้เมื่อได้จ่ายแล้วให้ตั้งเงินรายจ่ายเพื่อชดใช้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ
หรือในกฎหมายว่าด้วยโอนงบประมาณรายจ่าย
หรือในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปีต่อไป
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล
ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
๑.
เนื่องจากรัฐบาลมีข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินคลังให้แก่ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและพัฒนาการ
และกองทุนการเงินระหว่างประเทศเมื่อเรียกร้องการจ่ายเงินนี้บางขณะอาจดำเนินการตามวิธีการงบประมาณปกติไม่ทัน
จึงสมควรให้รัฐบาลมีอำนาจจ่ายเงินคงคลังไปพลางก่อนได้
๒.
ในบางเวลาเงินในบัญชีเงินคงคลังมีอยู่เป็นจำนวนมาก
สมควรนำมาใช้ประโยชน์โดยซื้อคืนหรือไถ่ถอนพันธบัตรเงินกู้ของรัฐบาลเพื่อปลดเปลื้องหนี้สินและบรรเทาภาระค่าดอกเบี้ย
ฉะนั้น
จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง
เพื่อให้มีอำนาจกระทำการดังกล่าว
สัญชัย/ผู้จัดทำ
๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๑
ชุติมา/ปรับปรุง
๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๓/ตอนที่ ๖๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๐ กรกฎาคม ๒๕๐๙