ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่
เรื่อง
การขุดดิน ถมดิน และการขนย้ายดิน
พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]
โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่
ว่าด้วยการขุดดิน ถมดิน และการขนย้ายดิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๖
แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ องค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่ โดย
ความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่และนายอำเภอสีดา
จึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่ เรื่อง การขุดดิน ถมดิน
และการขนย้ายดิน พ.ศ. ๒๕๕๗
ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้
ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่
ข้อ ๓ ให้ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ
เมื่อได้ประกาศ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่ แล้วภายในเจ็ดวัน
ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้
ดิน หมายความรวมถึง หิน กรวด
ทราย และอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน
พื้นดิน หมายความว่า
พื้นผิวของที่ดินที่เป็นอยู่ตามสภาพธรรมชาติ
ขุดดิน หมายความว่า
การกระทำแก่พื้นดิน เพื่อนำดินขึ้นจากพื้นดิน หรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อ
บ่อดิน หมายความว่า แอ่ง บ่อ
สระ หรือช่องว่างใต้พื้นดินที่เกิดจากการขุด
ถมดิน หมายความว่า การกระทำใด
ๆ ต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม
เนินดิน หมายความว่า
ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดิน โดยการถมดิน
แผนผังบริเวณ หมายความว่า
แผนที่แสดงสภาพของที่ดิน ที่ตั้ง และขอบเขตของที่ดินที่จะขุดดิน หรือถมดิน
รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ข้างเคียง
รายการ หมายความว่า
ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดดิน ความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน
หรือความสูงของเนินดินที่จะถมดิน
ความลาดเอียงบ่อดินหรือเนินดินระยะห่างจากขอบบ่อดินหรือเนินดินถึงที่ดิน
หรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น วิธีป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างและวิธีการในการขุดดินหรือถมดิน
ขนย้าย หมายความว่า
การขนย้ายดินที่เกิดจากการขุดดิน
เจ้าพนักงานท้องถิ่น
หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่
ข้อ ๕ ห้ามผู้ใดทำการขุดดิน ขนย้าย
หรือถมดินบริเวณเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่แล้ว
ข้อ ๖ การขุดดินและถมดิน
ให้มีความสัมพันธ์ของความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดินไม่น้อยกว่า ๑ ต่อ ๒
ข้อ ๗ ผู้ใดที่จะถมดิน
ต้องหาวิธีการป้องกันการพังทลายของดิน หรือสิ่งปลูกสร้างไม่ให้รบกวน หรือก่อเหตุเดือดร้อนแก่ที่ดินข้างเคียง
ข้อ ๘ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดิน ขนย้าย
หรือถมดิน ต้องกำหนดวิธีการให้ความคุ้มครอง และความปลอดภัยแก่คนงานและบุคคลภายนอก
ข้อ ๙ ผู้ใดประสงค์ที่จะขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน
๓ เมตร หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกิน ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร
หรือความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดให้มาแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยทำตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ ๑๐ การขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นที่ปากบ่อไม่เกิน
๔ ตารางเมตร ผู้ขุดดินไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๑๑ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกิน
๓ เมตร เมื่อจะขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินของบุคคลอื่น ในระยะน้อยกว่า ๒
เท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน
ผู้ขุดดินต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่วิญญูชนควรกระทำ
ข้อ ๑๒ ในการขุดดิน
ถ้าพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซากดึกดำบรรพ์ หรือแร่ธาตุที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ
หรือทางการศึกษาทางด้านธรณีวิทยา ให้ผู้ขุดดินหยุดขุดดินในบริเวณนั้นไว้ก่อน
แล้วรายงาน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายใน ๒๔ วัน นับแต่วันที่พบ
และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปากร หรือกรมทรัพยากรธรณีวิทยา
แล้วแต่กรณีทราบ
ข้อ ๑๓ ผู้ใดประสงค์จะถมดิน
โดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียง
และมีพื้นที่เนินดินไม่เกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร
หรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย
ความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่นการถมดินที่มีพื้นที่เกิน
๒,๐๐๐ ตารางเมตร
หรือมีพื้นที่เกินกว่าที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
นอกจากจะจัดให้มีรางระบายน้ำตามวรรคหนึ่งแล้ว
ต้องมาแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ ๑๔ ผู้ใดได้รับความเสียหาย
หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจได้รับความเสียหายจากการขุดดิน ขนย้าย หรือถมดิน
มีสิทธิร้องขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หยุดการขุดดิน หรือถมดินนั้นได้
ข้อ ๑๕ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบสถานที่ที่มีการขุดดินหรือถมดินนั้นได้ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้น
จนถึงพระอาทิตย์ตกดินหรือในระหว่างเวลาทำการ และให้ผู้ขุดดินหรือผู้ถมดิน
หรือตัวแทน หรือเจ้าของที่ดิน อำนวยความสะดวกให้ตามสมควร
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่า
การขุดดิน ขนย้าย
หรือการถมดินได้ก่อหรือกระทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้มีคำสั่งให้ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดิน หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือจัดการแก้ไขการขุดดิน
หรือการถมดินนั้น แล้วแต่กรณี
และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็น
เพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือ ให้ผู้ขุดดินขนย้าย หรือถมดิน
หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดิน ขนย้าย หรือการถมดิน
หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้น ตามที่เห็นว่าจำเป็นได้
ข้อ ๑๘ ผู้ขุดดิน
ขนย้าย หรือถมดิน หรือเจ้าของที่ดิน ผู้ใดไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ภายใน ๓๐ วัน
นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งนั้น
ข้อ ๑๙ ผู้ใดทำการขุดดิน
ขนย้าย หรือถมดิน โดยไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ให้ได้รับโทษตามบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๒๐ ผู้ใดขุดดินหรือถมดินอันมีลักษณะที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้
ก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับให้ดำเนินการตามข้อบัญญัตินี้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับ
ข้อ ๒๑ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการขุดดิน
ขนย้าย หรือการถมดิน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบัญญัตินี้
ข้อ ๒๒ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่เป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗
ประยงค์
เวชยันต์
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลโนนประดู่
เรื่อง การขุดดิน ถมดิน และการขนย้ายดิน พ.ศ. ๒๕๕๗
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๒ กันยายน
๒๕๕๗
กฤษดายุทธ/ผู้ตรวจ
๒๒ กันยายน
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๙๘ ง/หน้า ๑๒๒/๑๘ กันยายน ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).