ข้อ ๑๑ ให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองอาคาร หรือสถานที่ที่จัดให้บริการส้วมส่วนรวมต้องดำเนินการให้ส้วมดังกล่าว ถูกสุขลักษณะตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดให้มีภาชนะรองรับมูลฝอยทั่วไปที่ถูกสุขลักษณะ สะอาด มีฝาเปิดปิดมิดชิด อยู่ในสภาพดี ไม่รั่วซึม ตั้งอยู่ในบริเวณอ่างล้างมือ หรือบริเวณใกล้เคียง
(๒) จัดให้มีสบู่ล้างมือ พร้อมให้ใช้ตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ
(๓) ดูแลพื้น ผนัง เพดาน โถส้วม โถปัสสาวะที่กดเปิดปิดน้ำของโถส้วม และโถปัสสาวะให้สะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น และต้องบำรุงรักษาให้พร้อมใช้งานตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการ
(๔) ต้องจัดให้มีถังเก็บกักสิ่งปฏิกูลที่มีสภาพดี ไม่ชำรุด ไม่แตก หรือรั่วซึม สามารถป้องกันสัตว์และแมลงพาหะนำโรค เมื่อถังเก็บกักสิ่งปฏิกูลเต็มหรือเลิกใช้งานต้องขนสิ่งปฏิกูลไปบำบัดและกำจัดให้ได้มาตรฐานตามข้อบัญญัตินี้
ข้อ ๑๒ ยานพาหนะ หรือแพ ที่มีส้วมเคลื่อนที่ ให้เจ้าของยานพาหนะ หรือแพ ต้องดำเนินการให้ส้วมดังกล่าวถูกสุขลักษณะตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนด
ข้อ ๑๓ ผู้ที่จัดให้มีส้วมชั่วคราวต้องดำเนินการให้ส้วมดังกล่าวถูกสุขลักษณะตลอดเวลาที่เปิดให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนด
สุขลักษณะในการขนสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๑๔ ราชการส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานของรัฐ หรือราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน บุคคลซึ่งราชการส่วนท้องถิ่นมอบให้ดำเนินการ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล ภายใต้การดูแลควบคุมของราชการส่วนท้องถิ่น และบุคคลซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล โดยทำเป็นธุรกิจ หรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ แล้วแต่กรณี ต้องขนสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดให้มียานพาหนะขนสิ่งปฏิกูล แ ละอุปกรณ์ที่จำ เป็นตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัตินี้ที่มีจำนวนเพียงพอกับการให้บริการ
(๒) ดำเนินการสูบสิ่งปฏิกูลในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยต้องมีมาตรการป้องกันกลิ่นในขณะที่ทำการสูบสิ่งปฏิกูล เพื่อไม่ให้รบกวนอาคารสถานที่ใกล้เคียงจนเป็นเหตุรำคาญ
(๓) ทำความสะอาดท่อสำหรับใช้สูบสิ่งปฏิกูลหลังจากสูบสิ่งปฏิกูลเสร็จแล้วโดยการสูบน้ำสะอาดจากถัง เพื่อล้างภายในท่อหรือสายสูบ และทำความสะอาดท่อหรือสายสูบด้านนอกที่สัมผัสสิ่งปฏิกูลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
(๔) ในกรณีที่มีสิ่งปฏิกูลหกหล่น ให้ทำลายเชื้อโรคด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วทำความสะอาดด้วยน้ำ
(๕) จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสม และมีสภาพพร้อมใช้งานสำหรับผู้ปฏิบัติงานสูบ และขนสิ่งปฏิกูล รวมทั้งจัดให้มีอุปกรณ์ หรือเครื่องมือป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ตลอดจนเครื่องมือสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ประจำยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูล และตรวจตราควบคุมให้มีการใส่อุปกรณ์ หรือเครื่องมือดังกล่าว
(๖) ผู้ปฏิบัติงานสูบ และขนสิ่งปฏิกูลต้องสวมเสื้อคลุม ถุงมือยางหนา ผ้ายางกันเปื้อน ผ้าปิดปากปิดจมูก และรองเท้าพื้นยางหุ้มแข้ง และต้องทำความสะอาดเสื้อคลุม ถุงมือยางหนา ผ้ายางกันเปื้อน และรองเท้าพื้นยางหุ้มแข้ง ทุกครั้งหลังการปฏิบัติงาน
(๗) ต้องทำความสะอาดยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูลหลังจากที่ออกปฏิบัติงานขนสิ่งปฏิกูลอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง และน้ำเสียที่เกิดจากการล้างทำความสะอาด ต้องเข้าสู่ระบบบำบัดหรือกำจัดน้ำเสียหรือบ่อซึม โดยบ่อซึมต้องอยู่ห่างจากแม่น้ำ คู คลอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติไม่น้อยกว่าสิบเมตร
(๘) ต้องจัดให้มีสถานที่เฉพาะที่มีขนาดกว้างขวางเพียงพอ สำหรับจอดเก็บยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูล
(๙) ห้ามนำยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูลไปใช้กิจการอื่น และห้ามนำสิ่งปฏิกูลไปทิ้งในที่สาธารณะหรือที่อื่นใดนอกจากสถานที่ที่ได้แจ้งไว้กับราชการส่วนท้องถิ่น
ข้อ ๑๕ ราชการส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานของรัฐ หรือราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน บุคคลซึ่งราชการส่วนท้องถิ่นมอบให้ดำเนินการ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล ภายใต้การดูแลควบคุมของราชการส่วนท้องถิ่น และบุคคลซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ดำเนินกิจการรับทำการเก็บขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล โดยทำเป็นธุรกิจ หรือโดยได้รับประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการ แล้วแต่กรณี ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานทำหน้าที่สูบ และขนสิ่งปฏิกูลได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี และได้รับการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับการจัดการสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๑๖ ยานพาหนะสำหรับขนสิ่งปฏิกูลต้องมีลักษณะดังนี้
(๑) ถังที่ใช้บรรจุสิ่งปฏิกูลมีฝาเปิดปิดอยู่ด้านบน โดยสามารถปิดได้มิดชิด ไม่รั่วซึม และป้องกันกลิ่น และสัตว์แมลงพาหะนำโรคได้
(๒) ท่อ หรือสายที่ใช้สูบสิ่งปฏิกูลต้องไม่รั่วซึม
(๓) มีปั๊มสูบสิ่งปฏิกูลที่สามารถสูบตะกอนหนักได้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีและมีมาตรวัดสิ่งปฏิกูล ซึ่งอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี
(๔) มีช่องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดประจำยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูล เช่น ถังใส่น้ำ ไม้กวาด น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น
(๕) บนตัวถังที่ใช้บรรจุสิ่งปฏิกูลต้องมีข้อความว่า ใช้เฉพาะขนสิ่งปฏิกูล โดยสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก
ในกรณีที่การขนส่งสิ่งปฏิกูลดำเนินการโดยราชการส่วนท้องถิ่น ให้ราชการส่วนท้องถิ่นนั้นแสดงชื่อของราชการส่วนท้องถิ่นด้วยตัวหนังสือขนาดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนไว้ที่ภายนอกตัวถังด้านข้างทั้งสองด้านของยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูล ในบริเวณที่บุคคลภายนอกสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ในกรณีที่การขนสิ่งปฏิกูลดำเนินการโดยผู้ที่ได้รับมอบให้เป็นผู้ขนสิ่งปฏิกูลภายใต้การควบคุมดูแลของราชการส่วนท้องถิ่น ให้ผู้ที่ได้รับมอบนั้นแสดงชื่อราชการส่วนท้องถิ่นด้วยตัวหนังสือขนาดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนไว้ที่ภายนอกของตัวถังด้านข้างทั้งสองด้านของยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูล พร้อมทั้งแสดงแผ่นป้ายระบุชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่ได้รับมอบในบริเวณที่บุคคลภายนอกสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ในกรณีที่การขนสิ่งปฏิกูลดำเนินการโดยผู้ที่ได้รับอนุญาตจากราชการส่วนท้องถิ่น ให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตแสดงรหัส หรือหมายเลขทะเบียนใบอนุญาต ในกรณีที่ได้รับใบอนุญาตจากราชการส่วนท้องถิ่นหลายแห่งให้แสดงเฉพาะทะเบียนใบอนุญาตใบแรก และให้เก็บสำเนาหลักฐานใบอนุญาตใบอื่นไว้ที่ยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูลเพื่อการตรวจสอบ โดยทุกกรณีต้องแสดงแผ่นป้ายระบุชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของบริษัทหรือเจ้าของกิจการขนาดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนไว้ที่ภายนอกของตัวถังด้านข้างทั้งสองด้านของยานพาหนะขนสิ่งปฏิกูล ในบริเวณที่บุคคลภายนอกสามารถมองเห็นได้ชัดเจน โดยตัวอักษรต้องมีความสูงไม่น้อยกว่าสิบเซนติเมตร
ข้อ ๑๗ ในการขนสิ่งปฏิกูลให้ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดเส้นทางและออกเอกสารกำกับการขนส่งเพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งสิ่งปฏิกูล
สุขลักษณะในการกำจัดสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๑๘ การบำบัด หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลไม่ว่าจะใช้วิธีการใด การนำน้ำทิ้ง และกากตะกอนที่ผ่านการบำบัด หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลแล้วไปใช้ประโยชน์หรือปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมต้องได้มาตรฐานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องได้มาตรฐานปริมาณไข่หนอนพยาธิ และแบคทีเรียอีโคไล ดังต่อไปนี้ด้วย
ประเภท
ไข่หนอนพยาธิ
จำนวน/กรัม หรือลิตร
แบคทีเรียอีโคไล
(Escherichia Coli Bacteria)
(จำนวน/๑๐๐ กรัม หรือ
เอ็ม.พี.เอ็น/๑๐๐ มล.)
๑. กากตะกอน
น้อยกว่า ๑
น้อยกว่า ๑๐๓
๒. น้ำทิ้ง
น้อยกว่า ๑
น้อยกว่า ๑๐๓
วิธีการเก็บตัวอย่าง และวิธีการตรวจหาไข่หนอนพยาธิ และแบคทีเรียอีโคไลในกากตะกอนและน้ำทิ้งที่ผ่านการกำจัดสิ่งปฏิกูลต้องเป็นไปตามที่รัฐมนตรีกำหนด
ข้อ ๑๙ ผู้ปฏิบัติงานกำจัดสิ่งปฏิกูลต้องได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี และผ่านการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับการจัดการสิ่งปฏิกูลตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
ข้อ ๒๐ ในสถานที่กำจัดสิ่งปฏิกูลต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมสำหรับผู้ปฏิบัติงานกำจัดสิ่งปฏิกูล และมีอุปกรณ์ หรือเครื่องมือป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน ตลอดจนเครื่องมือสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นติดตั้งไว้
ข้อ ๒๑ ผู้ปฏิบัติงานกำจัดสิ่งปฏิกูลต้องสวมเสื้อคลุม ถุงมือยางหนา ผ้ายางกันเปื้อน ผ้าปิดปากปิดจมูก และรองเท้าพื้นยางหุ้มแข้ง และต้องทำความสะอาดเสื้อคลุม ถุงมือยางหนา ผ้ายางกันเปื้อน และรองเท้าพื้นยางหุ้มแข้ง ทุกครั้งหลังการปฏิบัติงาน
ใบอนุญาต
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).