法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสกลนคร พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสกลนคร

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่จังหวัดสกลนคร ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่พื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตดังต่อไปนี้ ให้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของที่ดินนั้น ๆ ตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ โดยไม่อยู่ในบังคับการใช้ประโยชน์ที่ดินที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

(๑) เขตพระราชฐาน

(๒) พื้นที่ที่ได้ใช้หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร

(๓) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย

(๔) ท้องที่ที่มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองหรือผังเมืองรวมชุมชน

(๕) ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เฉพาะที่ดินที่เป็นของรัฐหรือที่รัฐจัดซื้อหรือเวนคืนจากเจ้าของที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดิน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๑ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา การบริการทางสังคมและการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่และรองรับการพัฒนาศักยภาพของประชากร

(๒) ส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่ที่มีคุณค่าทางเกษตรกรรมให้เป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตอาหารและการผลิตเนื้อโคขุนให้มีคุณภาพระดับสากล

(๓) ส่งเสริมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์

(๔) ส่งเสริมและอนุรักษ์โบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่มีคุณค่าทางศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ให้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน

(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมทั่วไปที่ไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมและคลังสินค้า

(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๑๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๑๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๑๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีกรอบและเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการ การเลี้ยงสัตว์ และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๑๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้

(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ที่ดินประเภทชุมชน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๖ และหมายเลข ๑.๘

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงงู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเพื่อการค้า

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ ในระยะ ๑๐๐ เมตร จากแนวเขตโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยวัดระยะจากบริเวณโดยรอบแนวเขตดังกล่าวถึงขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาต ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๒ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงส่วนที่สูงที่สุดของอาคาร

ที่ดินประเภทนี้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตอุทยานแห่งชาติ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมทั่วไปที่ไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมและคลังสินค้า ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการประกอบอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรหรืออุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตร คลังสินค้า การอยู่อาศัย พาณิชยกรรม สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๔) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่

(๕) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก

(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย พาณิชยกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารขนาดใหญ่ เว้นแต่โรงงานกะเทาะเมล็ดหรือเปลือกเมล็ดพืช โรงงานเก็บรักษาหรือลำเลียงพืช เมล็ดพืช หรือผลิตผลจากพืชในไซโล โกดัง หรือคลังสินค้า โรงงานทำอาหารหรือเครื่องดื่มจากผัก พืช หรือผลไม้ และบรรจุในภาชนะที่ผนึกและอากาศเข้าไม่ได้ โรงงานสี ฝัด หรือขัดข้าว โรงงานทำแป้ง โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปจากเมล็ดพืชหรือหัวพืช โรงงานทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์ โรงงานเก็บรักษาหรือแบ่งบรรจุปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์ โรงงานบดดินหรือการเตรียมวัสดุอื่นเพื่อผสมทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์ โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องกระเบื้องเคลือบ เครื่องปั้นดินเผาหรือเครื่องดินเผา และรวมถึงการเตรียมวัสดุเพื่อการดังกล่าว และคลังสินค้า

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย เว้นแต่ในท้องที่อำเภอวานรนิวาส อำเภอสว่างแดนดิน และอำเภอพังโคน

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เว้นแต่ในท้องที่อำเภอวานรนิวาส อำเภอสว่างแดนดิน และอำเภอพังโคน

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ เว้นแต่บริเวณที่ห่างจากเขตที่ดินประเภทชุมชนไม่เกิน ๕,๐๐๐ เมตร

(๖) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม เว้นแต่บริเวณที่ห่างจากเขตที่ดินประเภทชุมชนไม่เกิน ๓,๐๐๐ เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการโรงงานหั่น ผสม รีดให้เป็นแผ่น หรือตัดแผ่นยางธรรมชาติซึ่งมิใช่การทำในสวนยางหรือป่า และโรงงานทำยางแผ่นรมควัน การทำยางเครป ยางแท่ง ยางน้ำ หรือการทำยางให้เป็นรูปแบบอื่นใดที่คล้ายคลึงกันจากยางธรรมชาติ ให้มีระยะห่างจากแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ ในระยะ ๑๐๐ เมตร จากแนวเขตโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยวัดระยะจากบริเวณโดยรอบแนวเขตดังกล่าวถึงขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาต ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๐ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงส่วนที่สูงที่สุดของอาคาร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ และการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ เว้นแต่บริเวณที่ห่างจากเขตที่ดินประเภทชุมชนไม่เกิน ๓,๐๐๐ เมตร

(๖) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม เว้นแต่บริเวณที่ห่างจากเขตที่ดินประเภทชุมชนไม่เกิน ๑,๐๐๐ เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ ในระยะ ๑๐๐ เมตร จากแนวเขตโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยวัดระยะจากบริเวณโดยรอบแนวเขตดังกล่าวถึงขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาต ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๐ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงส่วนที่สูงที่สุดของอาคาร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่ดินซึ่งเป็นของรัฐ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัย การท่องเที่ยวหรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๕) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่

(๖) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๗) สวนสนุกหรือสวนสัตว์

(๘) สนามแข่งรถ

(๙) สนามแข่งม้า

(๑๐) สนามยิงปืน

(๑๑) สนามกอล์ฟ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการ การเลี้ยงสัตว์ และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการปศุสัตว์หรือเกี่ยวข้องกับการปศุสัตว์ เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย พาณิชยกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ เว้นแต่ที่ดินในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับริมเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓

(๖) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุดหรือหอพัก เว้นแต่ที่ดินในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับริมเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๔) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการใด ๆ ในระยะ ๑๐๐ เมตร จากแนวเขตโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยวัดระยะจากบริเวณโดยรอบแนวเขตดังกล่าวถึงขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาต ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๐ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงส่วนที่สูงที่สุดของอาคาร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือเกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวหรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การประมง สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ที่ดินในเขตโบราณสถาน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้โรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับและยังประกอบกิจการอยู่ ขยายพื้นที่โรงงานได้เฉพาะในที่ดินแปลงเดียวกันหรือติดต่อเป็นแปลงเดียวกันกับแปลงที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงงานเดิม ซึ่งเจ้าของโรงงานเดิมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ หรือเป็นพื้นที่ในที่ดินที่เคยเป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของเจ้าของโรงงานเดิมอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ไม่เกินหนึ่งเท่าของพื้นที่โรงงานที่ใช้ในการผลิตเดิม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ประเภท ชนิด และจำพวกของโรงงานที่ห้ามประกอบกิจการท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสกลนคร พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

[เอกสารแนบท้าย]

๒. แผนผังท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสกลนคร พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

[เอกสารแนบท้าย]

๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสกลนคร พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสกลนคร

พ.ศ. ๒๕๖๐

การใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ คือ

๑. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน มีรายการดังต่อไปนี้

๑.๑ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลคำตากล้ากับตำบลหนองบัวสิม และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลคำตากล้ากับตำบลแพด

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอคำตากล้ากับอำเภอวานรนิวาส

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลคำตากล้ากับตำบลนาแต้

๑.๒ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลบ้านม่วง ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลบ้านม่วง ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลบ้านม่วง ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๘

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลบ้านม่วง ระหว่างหลักเขตที่ ๘ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๓ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลวานรนิวาส ระหว่างหลักเขตที่ ๑กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลวานรนิวาส ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลวานรนิวาส ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลวานรนิวาส ระหว่างหลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๔ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลอากาศอำนวย ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลอากาศอำนวย ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลอากาศอำนวย ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลอากาศอำนวย ระหว่างหลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๕ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลเจริญศิลป์ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลเจริญศิลป์ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลเจริญศิลป์ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลเจริญศิลป์ ระหว่างหลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๖ ด้านเหนือ จดห้วยสันจอด ฝั่งใต้ เส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๑ ฟากตะวันออกและฟากตะวันตก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๑ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘๐ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๑ เป็นระยะ ๒,๐๐๐ เมตร เส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘๐ ฟากตะวันตก ที่จุดซึ่งห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘๐ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๑ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘๐ เป็นระยะ ๑,๕๐๐ เมตร ห้วยทุ่งปลากัด ฝั่งใต้ และเส้นขนานระยะ ๒,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท สน. ๓๐๘๒ เส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากเหนือ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ บรรจบกับทางหลวงชนบท สน. ๓๐๘๒ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร และเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากใต้ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๔๒ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เป็นระยะ ๕,๒๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ห้วยคำลอดพื้น ฝั่งเหนือ ห้วยก้านเหลือง ฝั่งตะวันตก ห้วยยาง ฝั่งเหนือ และห้วยเตย ฝั่งเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท สน. ๓๑๘๐ และห้วยกุดดอกทราย ฝั่งตะวันออก

๑.๗ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลดอนเขือง ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลดอนเขือง ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลดอนเขือง ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลดอนเขือง ระหว่างหลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๘ ด้านเหนือ จดห้วยบ่อ ฝั่งใต้ เส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ เป็นระยะ ๓,๕๐๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ และเส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เป็นระยะ ๔,๖๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดถนนไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตกและฟากเหนือ ทางหลวงชนบท สน. ๓๐๓๒ ฟากเหนือ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกศาลา และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวาริชภูมิ

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกศาลา เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวาริชภูมิ และเส้นตรงที่ลากจากเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวาริชภูมิ ที่จุดซึ่งห่างจากเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวาริชภูมิ ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวาริชภูมิ เป็นระยะ ๔,๐๐๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจนบรรจบกับอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง ที่จุดซึ่งเป็นเส้นขนานระยะ ๕,๔๔๒ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ และห้วยโป่ง ฝั่งตะวันออก

๑.๙ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลพรรณานิคม ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลพรรณานิคม ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลพรรณานิคม ระหว่างหลักเขตที่ ๕กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลพรรณานิคม ระหว่างหลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๑๐ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลกุสุมาลย์ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลกุสุมาลย์ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลกุสุมาลย์ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลกุสุมาลย์ ระหว่างหลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๑๑ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๘๕ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากเหนือ เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะ และเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก

๑.๑๒ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลส่องดาว ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลส่องดาว ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลส่องดาว ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลส่องดาว ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๑๓ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลวาริชภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลวาริชภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลวาริชภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลวาริชภูมิ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๑๔ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลดงมะไฟ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลดงมะไฟ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลดงมะไฟ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลดงมะไฟ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๑๕ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลท่าแร่ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลท่าแร่ ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลท่าแร่ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลท่าแร่ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๑

๑.๑๖ เขตผังเมืองรวมเมืองสกลนคร ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสกลนคร พ.ศ. ๒๕๕๔

๑.๑๗ ด้านเหนือ จดเขตเทศบาลตำบลกุดบาก ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดเขตเทศบาลตำบลกุดบาก ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านใต้ จดเขตเทศบาลตำบลกุดบาก ระหว่างหลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๖

ด้านตะวันตก จดเขตเทศบาลตำบลกุดบาก ระหว่างหลักเขตที่ ๖ กับหลักเขตที่ ๑

๒. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมทั่วไปที่ไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมและคลังสินค้า มีรายการดังต่อไปนี้

ด้านเหนือ จดเส้นขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ตรงจุดที่ห่างจากแนวเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ เป็นระยะทาง ๑๓,๖๙๕ กิโลเมตร

ด้านตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ตรงจุดที่ห่างจากแนวเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ไปทางทิศเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ เป็นระยะทาง ๑๐,๖๗๕ เมตร

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๓,๐๒๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากตะวันตก

๓. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๑๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม มีรายการดังต่อไปนี้

๓.๑ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลมายกับตำบลดงหม้อทอง เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลมายกับตำบลดงเหนือ และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลม่วงกับตำบลดงเหนือ

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงอีบ่าง ป่าดงคำพลู และป่าดงคำกั้ง

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘๐ ฟากเหนือ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงผาลาด

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงผาลาด และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหม้อทอง

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู

๓.๒ ด้านเหนือ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงผาลาด

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงผาลาด

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงผาลาด

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งตะวันออก

๓.๓ ด้านเหนือ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงอีบ่าง ป่าดงคำพลู และป่าดงคำกั้ง

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอวานรนิวาสกับอำเภออากาศอำนวย

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำยาม ฝั่งเหนือ และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอวานรนิวาสกับอำเภอเจริญศิลป์

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงผาลาด และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๘๐ ฟากใต้

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู

๓.๔ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลนาฮีกับตำบลท่าก้อน เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลนาฮีกับตำบลโพนงาม เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลวาใหญ่กับตำบลโพนงาม เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลวาใหญ่กับตำบลสามัคคีพัฒนา และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลอากาศกับตำบลสามัคคีพัฒนา

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำยาม ฝั่งตะวันตก และเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสกลนครกับจังหวัดนครพนม

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภออากาศอำนวยและอำเภอพรรณานิคม เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอวานรนิวาสและอำเภอพรรณานิคม เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอวานรนิวาสกับอำเภอพังโคน และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยปลาหาง ฝั่งเหนือ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากตะวันออก เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำยาม ฝั่งใต้ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภออากาศอำนวยกับอำเภอวานรนิวาส และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงอีบ่าง ป่าดงคำพลู และป่าดงคำกั้ง

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู

๓.๕ ด้านเหนือ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงผาลาด เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเจริญศิลป์กับอำเภอวานรนิวาส และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำยาม ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากตะวันตก และเส้นขนานระยะ ๓,๐๒๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยปลาหาง ฝั่งเหนือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากเหนือ เขตเทศบาลตำบลดอนเขือง ระหว่างหลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๑ เส้นขนานระยะ ๒,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๔๒ เส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๑ ห้วยสันจอด ฝั่งเหนือ ห้วยกุดดอกทราย ฝั่งตะวันตก เส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท สน. ๓๑๘๐ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงจีน และป่าดงเชียงโม

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๑ ฟากตะวันออก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๗๐ ฟากเหนือ และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู

๓.๖ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพรรณนานิคมกับอำเภอวานรนิวาส และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพรรณานิคมกับอำเภออากาศอำนวย

ด้านตะวันออก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสกลนครกับจังหวัดนครพนม และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำอูน ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำอูน ฝั่งเหนือ และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยปลาหาง ฝั่งเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพรรณานิคม กับอำเภอพังโคน

๓.๗ ด้านเหนือ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงจีน และป่าดงเชียงโม ห้วยเตย ฝั่งใต้ ห้วยยาง ฝั่งใต้ ห้วยก้านเหลือง ฝั่งใต้ ห้วยคำลอดพื้น ฝั่งใต้ เส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากใต้ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๔๒ ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เป็นระยะ ๕,๒๐๐ เมตร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากใต้ และเขตเทศบาลตำบลดอนเขือง ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยปลาหาง ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลแวงกับตำบลตาลเนิ้ง เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลแวงกับตำบลตาลโกน เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลพันนากับตำบลตาลโกน เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอสว่างแดนดินกับอำเภอส่องดาว เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงพันนา และป่าดงพระเจ้า และถนนสาธารณะ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งตะวันออก และถนนสาธารณะ ฟากใต้

๓.๘ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำอูน ฝั่งใต้ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอุ่มจาน และเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสกลนครกับจังหวัดนครพนม

ด้านตะวันออก จดเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสกลนครกับจังหวัดนครพนม

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำก่ำ ฝั่งเหนือ ทางหลวงชนบท สน. ๒๐๑๓ ฟากเหนือ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอโพนนาแก้วกับอำเภอเมืองสกลนคร เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งหนองหาร ฝั่งเหนือ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลเชียงเครือกับตำบลฮางโฮง และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากตะวันออก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๘๕ ฟากตะวันออก เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอกุสุมาลย์กับอำเภอเมืองสกลนคร

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๑๐ และหมายเลข ๑.๑๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู และบริเวณหมายเลข ๗.๗ และหมายเลข ๗.๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงขาว

๓.๙ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร และเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะ

ด้านตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากตะวันตก และเขตผังเมืองรวมเมืองสกลนคร ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสกลนคร พ.ศ. ๒๕๕๔

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมเมืองสกลนคร ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสกลนคร พ.ศ. ๒๕๕๔

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมภูพาน และป่าดงกระเชอ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลพังขว้างกับตำบลขมิ้น เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลฮางโฮงกับตำบลขมิ้น เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลฮางโฮงและตำบลหนองลาด และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลเชียงเครือกับตำบลหนองลาด

๓.๑๐ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓ ฟากใต้ และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลตองโขบกับตำบลแมดนาท่ม

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลตองโขบกับตำบลแมดนาท่ม และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลตองโขบกับตำบลเหล่าโพนค้อ

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูล้อมข้าว และป่าภูเพ็ก และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอโคกศรีสุพรรณกับอำเภอเต่างอย

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำพุง ฝั่งใต้ และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอโคกศรีสุพรรณกับอำเภอเมืองสกลนคร

๔. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๑๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม มีรายการดังต่อไปนี้

๔.๑ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลนาแต้กับตำบลคำตากล้า

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงอีบ่าง ป่าดงคำพลู และป่าดงคำกั้ง เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลดงเหนือกับตำบลม่วง เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลดงเหนือกับตำบลมาย และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลดงหม้อทองกับตำบลมาย

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหม้อทอง

๔.๒ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอคำตากล้ากับอำเภออากาศอำนวย

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงอีบ่าง ป่าดงคำพลู และป่าดงคำกั้ง

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลแพดกับตำบลคำตากล้า และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลหนองบัวสิมกับตำบลคำตากล้า

๔.๓ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำยาม ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลสามัคคีพัฒนากับตำบลอากาศ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลสามัคคีพัฒนากับตำบลวาใหญ่ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลโพนงามกับตำบลวาใหญ่ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลโพนงามกับตำบลนาฮี และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลท่าก้อนกับตำบลนาฮี

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงอีบ่าง ป่าดงคำพลู และป่าดงคำกั้ง และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภออากาศอำนวยกับอำเภอคำตากล้า

๔.๔ ด้านเหนือ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงจีน และป่าดงเชียงโม และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๗๐ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงจีน และป่าดงเชียงโม และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๑ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดถนนสาธารณะ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งตะวันออก

๔.๕ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยปลาหาง ฝั่งใต้ และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวานรนิวาส

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอพรรณานิคม และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๔ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากเหนือ เส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เป็นระยะ ๔,๖๐๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ เส้นขนานระยะ ๓,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ห้วยบ่อ ฝั่งเหนือ และห้วยโป่ง ฝั่งตะวันตก

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยปลาหาง ฝั่งตะวันออก

๔.๖ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยอูน ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเมืองสกลนครกับอำเภอกุสุมาลย์ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลหนองลาดกับตำบลเชียงเครือ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลหนองลาดกับตำบลฮางโฮง เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลขมิ้นกับตำบลฮางโฮง เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลขมิ้นกับตำบลพังขว้าง

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุดไห ป่านาใน และป่าโนนอุดม

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเมืองสกลนครกับอำเภอพรรณานิคม

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๑๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู

๔.๗ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากใต้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๙๔ ฟากตะวันออก และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำอูน ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๕๕ ฟากตะวันตก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากใต้ และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพรรณนานิคมกับอำเภอเมืองสกลนคร

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุดไห ป่านาใน และป่าโนนอุดม

ด้านตะวันตก จดทางหลวงชนบท สน. ๓๐๓๒ ฟากตะวันออก ถนนสาธารณะ ฟากตะวันออก และเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ เป็นระยะ ๔,๖๐๐ เมตร

๔.๘ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอส่องดาวกับอำเภอสว่างแดนดิน เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลตาลโกนกับตำบลพันนา เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลตาลโกนกับตำบลแวง เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลตาลเนิ้งกับตำบลแวง เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยปลาหาง ฝั่งตะวันออก และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดอ่างเก็บนํ้าห้วยโป่ง ห้วยโป่ง ฝั่งตะวันตก และเส้นตรงที่ลากจากเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวาริชภูมิ ที่จุดซึ่งห่างจากเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวาริชภูมิ ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๒ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอพังโคนกับอำเภอวาริชภูมิ เป็นระยะ ๔,๐๐๐ เมตร ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบรรจบกับอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง ที่จุดซึ่งเป็นเส้นขนานระยะ ๕,๔๔๒ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นินหมายเลข ๒๒๒ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกศาลา และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๗ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๗ ฟากตะวันตก และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูวง

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงพันนา และป่าดงพระเจ้า

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณหมายเลข ๑.๑๒ และหมายเลข ๑.๑๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู

๔.๙ ด้านเหนือ จดถนนสาธารณะ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงพันนา และป่าดงพระเจ้า

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงพันนา และป่าดงพระเจ้า

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งตะวันออก

๔.๑๐ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๗ ฟากใต้ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอวาริชภูมิกับอำเภอพังโคน และทางหลวงชนบท สน. ๓๐๓๒ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุดไห ป่านาใน และป่าโนนอุดม และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งอ่างเก็บน้ำน้ำอูน

ด้านใต้ จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูวง

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๗ ฟากตะวันออก

๔.๑๑ ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลฮางโฮงกับตำบลเชียงเครือ

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งหนองหาร ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเขตผังเมืองรวมเมืองสกลนคร ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสกลนคร พ.ศ. ๒๕๕๔

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒ ฟากตะวันออก

๔.๑๒ ด้านเหนือ จดทางหลวงชนบท สน. ๒๐๑๓ ฟากใต้ และเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำก่ำ ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำก่ำ ฝั่งตะวันตก เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าหนองบัวโค้ง และเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดสกลนครกับจังหวัดนครพนม

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูล้อมข้าว และป่าภูเพ็ก

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลเหล่าโพนค้อกับตำบลตองโขบ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลแมดนาท่มกับตำบลตองโขบ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓ ฟากเหนือ เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลดงชนกับตำบลโนนหอม เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งหนองหาร และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอโพนนาแก้วกับอำเภอเมืองสกลนคร

๔.๑๓ ด้านเหนือ จดเขตผังเมืองรวมเมืองสกลนคร ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองสกลนคร พ.ศ. ๒๕๕๔

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งหนองหาร เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลงิ้วด่อนกับตำบลโนนหอม เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเต่างอยกับอำเภอเมืองสกลนคร และเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเต่างอยกับอำเภอโคกศรีสุพรรณ

ด้านใต้ จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูล้อมข้าว และป่าภูเพ็ก

ด้านตะวันตก จดเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมภูพาน และป่าดงกระเฌอ

๕. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๑๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีรายการดังต่อไปนี้

๕.๑ ที่ดินบริเวณริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งแม่น้ำสงคราม ฝั่งใต้

๕.๒ ที่ดินบริเวณริมฝั่งลำน้ำยาม ในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำยาม ฝั่งเหนือและฝั่งใต้

๕.๓ ที่ดินบริเวณริมฝั่งลำห้วยปลาหาง ในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยปลาหาง ฝั่งเหนือและฝั่งใต้

๕.๔ ที่ดินบริเวณริมฝั่งลำน้ำอูน ในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำอูน ฝั่งเหนือและฝั่งใต้

๕.๕ ที่ดินบริเวณริมฝั่งห้วยเสาขวัญ ในบริเวณแนวขนานระยะ ๑๒ เมตร กับริมฝั่งห้วยเสาขวัญ ฝั่งเหนือและฝั่งใต้

๕.๖ ที่ดินโดยรอบอ่างเก็บน้ำน้ำอูน ในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งอ่างเก็บน้ำน้ำอูน

๕.๗ ที่ดินโดยรอบหนองหาร ในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งหนองหาร

๕.๘ ที่ดินบริเวณริมฝั่งลำน้ำก่ำ ในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำก่ำ ฝั่งเหนือและฝั่งใต้

๕.๙ ที่ดินบริเวณริมฝั่งลำน้ำพุง ในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำพุง ฝั่งเหนือและฝั่งใต้

๕.๑๐ ที่ดินบริเวณริมฝั่งลำห้วยสองคอน ในบริเวณแนวขนานระยะ ๑๒ เมตร กับริมฝั่งลำห้วยสองคอน ฝั่งเหนือและฝั่งใต้

๕.๑๑ ที่ดินโดยรอบอ่างเก็บน้ำน้ำพุง ในบริเวณแนวขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งอ่างเก็บน้ำน้ำพุง

๖. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีกรอบและเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการ การเลี้ยงสัตว์ และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีรายการดังต่อไปนี้

ด้านเหนือ จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลงิ้วด่อนกับตำบลโนนหอม เส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลโนนหอมกับตำบลดงชน และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเมืองสกลนครกับอำเภอโคกศรีสุพรรณ

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับริมฝั่งลำน้ำพุง ฝั่งเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างอำเภอเมืองสกลนครกับอำเภอเต่างอย

๗. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๑๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ มีรายการดังต่อไปนี้

๗.๑ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงหม้อทอง

๗.๒ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงอีบ่าง ป่าดงคำพลู และป่าดงคำกั้ง

๗.๓ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงผาลาด

๗.๔ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงจีน และป่าดงเชียงโม

๗.๕ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงพันนา และป่าดงพระเจ้า

๗.๖ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอุ่มจาน

๗.๗ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุสุมาลย์ แปลงที่สอง

๗.๘ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกศาลา

๗.๙ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุสุมาลย์ แปลงที่หนึ่ง

๗.๑๐ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูวง

๗.๑๑ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุดไห ป่านาใน และป่าโนนอุดม

๗.๑๒ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกภู และป่านาม่อง

๗.๑๓ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมภูพาน และป่าดงกระเชอ

๗.๑๔ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแก่งแคน

๗.๑๕ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าหนองบัวโค้ง

๗.๑๖ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูล้อมข้าว และป่าภูเพ็ก

๘. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา คือ พื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร

๙. ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีฟ้า ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีรายการดังต่อไปนี้

๙.๑ อ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง

๙.๒ อ่างเก็บน้ำน้ำอูน

๙.๓ หนองหาร

๙.๔ อ่างเก็บน้ำน้ำพุง

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดสกลนคร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ชวัลพร/ภวรรณตรี/จัดทำ

๒๔ เมษายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๔๔ ก/หน้า ๑๖/๑๙ เมษายน ๒๕๖๐

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสกลนคร พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_93931c496782eb22

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com