法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการ กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.ตร.

ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการ

กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล

พ.ศ. ๒๕๔๗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๓๑ (๒) และมาตรา ๑๐๐ (๔) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่

๕/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย

ในการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร. นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนกรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลนั้น

ให้พิจารณาจากผลการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจผู้นั้นเป็นหลัก และให้ส่วนราชการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ

ก.ตร. นี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การพิจารณาผลการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจตามข้อ ๒ ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินจากผลงานและคุณลักษณะผู้ปฏิบัติราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ

ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ

โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ข้าราชการตำรวจผู้ใดซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ประเมินผลการปฏิบัติงานแล้วเห็นว่ามีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดและไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนประจำปีเป็นเวลาติดต่อกันสองครั้งในรอบปีงบประมาณ

ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งผลการประเมินหรือผลการพิจารณาพร้อมเหตุผล และกำหนดให้ผู้นั้นพัฒนาหรือปรับปรุงตนเองภายในระยะเวลาสามเดือนแต่ไม่เกินหกเดือนหรือตามจำนวนครั้งที่จะกำหนดภายในระยะเวลาดังกล่าวนับแต่วันที่แจ้งผลการประเมินหรือผลการพิจารณาให้ทราบโดยให้ลงลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐาน

ในกรณีที่เห็นสมควร

ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งอื่นซึ่งอาจคาดหมายได้ว่าจะทำให้ผู้นั้นปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว

ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติงานภายหลังการปรับปรุงตนเองของผู้นั้นอย่างน้อยสองครั้งภายในระยะเวลาห่างเท่า

ๆ กัน ในการประเมินผลการปฏิบัติงานภายหลังการปรับปรุงตนเองแต่ละครั้งผู้บังคับบัญชาอาจแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อดำเนินการและเสนอความคิดเห็นก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้ประเมินผลการปฏิบัติงานตามกฎ ก.ตร. นี้แล้ว เห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดมีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดแต่ไม่เข้ากรณีตามข้อ

๔ ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรให้ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงตนเองเพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลแล้ว

ผู้บังคับบัญชาอาจพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๔ ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ข้าราชการตำรวจผู้ใดซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ให้โอกาสพัฒนาและปรับปรุงตนเองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ แล้ว แต่ผลการประเมินยังต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจตามมาตรา

๗๒ เพื่อพิจารณาสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการต่อไป

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

ภูวนนท์/ผู้จัดทำ

๑ กันยายน ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๕๙ ก/หน้า ๒๐/๑๓ กันยายน ๒๕๔๗

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการ กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_94db7df9ec7d5a8d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com