法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบมหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๒

โดยที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

และประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อลงพิมพ์เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาและจัดให้มีข้อมูลข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้โดยสะดวกและเป็นระเบียบ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๒)

แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๑

สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงตามระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดา

ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ข้อมูลข่าวสารใดของราชการ หากมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือมติคณะรัฐมนตรี

กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นไว้เป็นพิเศษ การขอข้อมูลข่าวสารของราชการ

การอนุญาต และการปฏิบัติใด ๆ ต่อข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นต้องเป็นไปตามกฎหมาย

ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวนั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศ

รวมทั้งอำนาจในการวินิจฉัยสั่งการ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย

ประกอบด้วยรองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ

ผู้ช่วยรองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ และบุคคลอื่นอีกไม่น้อยกว่า

๕ คน ซึ่งอธิการบดีแต่งตั้งเป็นกรรมการ

ผู้อำนวยการกองกลางเป็นกรรมการและเลขานุการและหัวหน้างานสารบรรณเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการ ซึ่งอธิการบดีแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓

ปี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประขำมหาวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑) พิจารณาวางระเบียบ กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหาร

การจัดระบบ การขออนุญาต และการบริการประชาชน เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๒) พิจารณาวินิจฉัยประเภทต่าง ๆ ของข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๓) พิจารณาวินิจฉัยข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องเปิดเผยหรือไม่ต้องเปิดเผย

(๔) วินิจฉัยคำร้องขอให้ทบทวนคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูล คำสั่ง

ไม่รับฟังคำคัดค้านหรือคำสั่งไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

(๕) เรียกบุคคลในมหาวิทยาลัยหรือเอกสารใด ๆ

มาเพื่อให้ถ้อยคำหรือเป็นหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ

(๖)

ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๗)

ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการแก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ต่าง

ๆ ในมหาวิทยาลัย

(๘) จัดประชุม สัมมนา อภิปราย เพื่อให้ความรู้และทำความเข้าใจแก่หน่วยงานต่าง

ๆ ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๙) แต่งตั้งปรึกษา คณะอนุกรรมการ

หรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

(๑๐) ประสานงานกับหน่วยราชการอื่น ๆ

ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

(๑๑) อำนาจหน้าที่อื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๑๒) อำนาจหน้าที่อื่นใดตามที่อธิบดีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัยต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

จึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานหรือรองประธานไม่มาประชุม หรือไม่อยู่ในที่ประชุม

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นการชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับการประชุมคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัยตั้งขึ้นโดยอนุโลม

การจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้คณะ

สำนัก สถาบัน กอง และหน่วยงานอื่นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดระบบ ประเภท

และทำดรรชนีข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องเปิดเผยที่อยู่ในความรับผิดชอบ

ส่งให้เลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย เพื่อรวบรวมและจัดระบบข้อมูลนั้นไว้

เพื่อนำมาพิมพ์ลงในราชกิจจานุกเบกษา และเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า

ข้อมูลข่าวสารของราชการใดจะนำพิมพ์ลงในราชกิจจานุเบกษา หรือจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ให้เสนอคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัยวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในการดำเนินงานตามข้อ ๑๐ ให้เลขานุการคณะ สำนัก สถาบัน

หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น ๆ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย ทำหน้าที่ควบคุมดูแลตรวจสอบ

ติดตามและประสานงานในการดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน กอง หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

มีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยว่า เอกสารใดสามารเปิดเผยได้หรือไม่ได้

เมื่อประชาชนร้องขอข้อมูลเอกสารของราชการวินิจฉัยคำคัดค้านของผู้ที่มีส่วนได้เสียในการเปิดเผยเอกสาร

วินิจฉัยแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้จัดให้มีห้องข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการได้โดยสะดวก ณ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และศูนย์รังสิต ตามข้อ ๑๔

รวมทั้งให้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำห้องข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชน

ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ

เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ ณ

ห้องข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย อาคารหอสมุดเดิม ชั้น ๒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลขที่

๒ ถนนพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และ ณ ห้องข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย

อาคารโดม ชั้น ๒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เลขที่ ๙๙ หมู่ ๑๘ ถนนพหลโยธิน

ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ ในวันและเวลาราชการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารต้องกรอกแบบคำขอตรวจดูเอกสารตามแบบพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการสามารถร้องขอสำเนาเอกสารหรือสำเนาเอกสารที่มีคำรับรองถูกต้องได้

โดยเสียค่าธรรมเนียมตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง

การเรียกค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการต้องตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการด้วยความระมัดระวังมิให้เอกสารข้อมูลของราชการชำรุดเสียหาย

หากเกิดความเสียหายขึ้นผู้ขอตรวจดูจะต้องรับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารต้องส่งคืนข้อมูลเอกสารของราชการให้แก่เจ้าหน้าที่ข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัย

เมื้อเสร็จสิ้นการตรวจดูข้อมูลข่าวสารแล้ว

โดยต้องลงลายมือชื่อกำกับการส่งมอบข้อมูลข่าวสารคืนให้แก่เจ้าหน้าที่ตามแบบพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อมูลข่าวสารของราชการอื่น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ข้อมูลข่าวสารของราชการอื่นใด นอกจากที่มีไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามหมวด ๓

ประชาชนสามารถขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชนั้นได้

โดยยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ณ สถานที่ และในวัน

เวลาตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๔

โดยระบุข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามควรว่าเป็นข้อมูลข่าวสารใด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

มหาวิทยาลัยต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ขอตรวจดู

หรือแจ้งปฏิเสธการให้ข้อมูลเอกสารแก่ผู้ขอตรวจดูภายในเวลาอันสมควร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้คณบดี

ผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน กอง หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น ๆ

ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณา จัดหา อนุมัติหรือปฏิเสธการให้ข้อมูลข่าวสารของราชการในหมวดนี้

ทั้งนี้

หากเป็นการปฏิเสธจะต้องให้เหตุผลไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ผู้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการ

อาจร้องขอให้ทบทวนคำสั่งปฏิเสธการให้ข้อมูลข่าวสารของราชการ

หรือคำสั่งที่แจ้งว่าไม่มีข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องการต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย

ภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับคำสั่งปฏิเสธดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย

ต้องพิจารณาทบทวนให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับคำร้องขอให้ทบทวน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการ สามารถร้องขอสำเนาเอกสารหรือสำเนาเอกสารที่มีคำรับรองถูกต้องได้

โดยเสียค่าธรรมเนียมตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

เรื่องการเรียกค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

มหาวิทยาลัยอาจปฏิเสธไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารของราชการให้แก่บุคคลที่ขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา ศิษย์เก่า

และบุคลากรของมหาวิทยาลัย เจ้าของข้อมูลสามารถขอตรวจดูข้อมูลดังกล่าว

และขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ โดยยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ณ

สถานที่และในวัน เวลาที่ระบุไว้ในข้อ ๑๔

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ให้อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน กอง หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น ๆ

ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้แทน เป็นผู้พิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในเวลาอันสมควร

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

เจ้าของข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

อาจร้องขอให้ทบทวนคำสั่งไม่อนุมัติการแก้ไขข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย

ภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับคำสั่งไม่อนุมัติดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย

ต้องพิจารณาทบทวนให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับคำร้องขอให้ทบทวน

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒

นงเยาว์ ชัยเสรี

นายกสภามหาวิทยาลัย

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

นฤตยา/ผู้จัดทำ

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๑]- ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๙๑ ง/หน้า ๓๖/๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๒

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบมหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_94ed4affcfe1e4fc

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com