ระเบียบมหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2542
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 10 พ.ย. 2542 (1999-11-10) · 30 ข้อ
ระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๒
โดยที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
และประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู
กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อลงพิมพ์เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาและจัดให้มีข้อมูลข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้โดยสะดวกและเป็นระเบียบ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๒)
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๑
สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงตามระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๒
ข้อ ๒[๑]
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดา
ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้
ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๔
ข้อมูลข่าวสารใดของราชการ หากมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือมติคณะรัฐมนตรี
กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นไว้เป็นพิเศษ การขอข้อมูลข่าวสารของราชการ
การอนุญาต และการปฏิบัติใด ๆ ต่อข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นต้องเป็นไปตามกฎหมาย
ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวนั้น
ข้อ ๕
ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศ
รวมทั้งอำนาจในการวินิจฉัยสั่งการ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย
ข้อ ๖
ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย
ประกอบด้วยรองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ
ผู้ช่วยรองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ และบุคคลอื่นอีกไม่น้อยกว่า
๕ คน ซึ่งอธิการบดีแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ผู้อำนวยการกองกลางเป็นกรรมการและเลขานุการและหัวหน้างานสารบรรณเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
กรรมการ ซึ่งอธิการบดีแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓
ปี
ข้อ ๗
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประขำมหาวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(๑) พิจารณาวางระเบียบ กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหาร
การจัดระบบ การขออนุญาต และการบริการประชาชน เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการ
(๒) พิจารณาวินิจฉัยประเภทต่าง ๆ ของข้อมูลข่าวสารของราชการ
(๓) พิจารณาวินิจฉัยข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องเปิดเผยหรือไม่ต้องเปิดเผย
(๔) วินิจฉัยคำร้องขอให้ทบทวนคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูล คำสั่ง
ไม่รับฟังคำคัดค้านหรือคำสั่งไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
(๕) เรียกบุคคลในมหาวิทยาลัยหรือเอกสารใด ๆ
มาเพื่อให้ถ้อยคำหรือเป็นหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
(๖)
ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
(๗)
ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการแก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ต่าง
ๆ ในมหาวิทยาลัย
(๘) จัดประชุม สัมมนา อภิปราย เพื่อให้ความรู้และทำความเข้าใจแก่หน่วยงานต่าง
ๆ ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
(๙) แต่งตั้งปรึกษา คณะอนุกรรมการ
หรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
(๑๐) ประสานงานกับหน่วยราชการอื่น ๆ
ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
(๑๑) อำนาจหน้าที่อื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
(๑๒) อำนาจหน้าที่อื่นใดตามที่อธิบดีมอบหมาย
ข้อ ๘
การประชุมคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัยต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด
จึงเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานหรือรองประธานไม่มาประชุม หรือไม่อยู่ในที่ประชุม
ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นการชี้ขาด
ข้อ ๙
ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับการประชุมคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัยตั้งขึ้นโดยอนุโลม
การจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการ
ข้อ ๑๐ ให้คณะ
สำนัก สถาบัน กอง และหน่วยงานอื่นในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดระบบ ประเภท
และทำดรรชนีข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องเปิดเผยที่อยู่ในความรับผิดชอบ
ส่งให้เลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย เพื่อรวบรวมและจัดระบบข้อมูลนั้นไว้
เพื่อนำมาพิมพ์ลงในราชกิจจานุกเบกษา และเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้
ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า
ข้อมูลข่าวสารของราชการใดจะนำพิมพ์ลงในราชกิจจานุเบกษา หรือจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู
ให้เสนอคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัยวินิจฉัย
ข้อ ๑๑
ในการดำเนินงานตามข้อ ๑๐ ให้เลขานุการคณะ สำนัก สถาบัน
หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น ๆ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย ทำหน้าที่ควบคุมดูแลตรวจสอบ
ติดตามและประสานงานในการดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ข้อ ๑๒
ให้คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน กอง หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
มีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยว่า เอกสารใดสามารเปิดเผยได้หรือไม่ได้
เมื่อประชาชนร้องขอข้อมูลเอกสารของราชการวินิจฉัยคำคัดค้านของผู้ที่มีส่วนได้เสียในการเปิดเผยเอกสาร
วินิจฉัยแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
ข้อ ๑๓
ให้จัดให้มีห้องข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของทางราชการได้โดยสะดวก ณ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และศูนย์รังสิต ตามข้อ ๑๔
รวมทั้งให้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำห้องข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชน
ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ
เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้
ข้อ ๑๔
ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ ณ
ห้องข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย อาคารหอสมุดเดิม ชั้น ๒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลขที่
๒ ถนนพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และ ณ ห้องข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย
อาคารโดม ชั้น ๒ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เลขที่ ๙๙ หมู่ ๑๘ ถนนพหลโยธิน
ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ ในวันและเวลาราชการ
ข้อ ๑๕
ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารต้องกรอกแบบคำขอตรวจดูเอกสารตามแบบพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๑๖
ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการสามารถร้องขอสำเนาเอกสารหรือสำเนาเอกสารที่มีคำรับรองถูกต้องได้
โดยเสียค่าธรรมเนียมตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง
การเรียกค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ
ข้อ ๑๗
ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการต้องตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการด้วยความระมัดระวังมิให้เอกสารข้อมูลของราชการชำรุดเสียหาย
หากเกิดความเสียหายขึ้นผู้ขอตรวจดูจะต้องรับผิดชอบ
ข้อ ๑๘
ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารต้องส่งคืนข้อมูลเอกสารของราชการให้แก่เจ้าหน้าที่ข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัย
เมื้อเสร็จสิ้นการตรวจดูข้อมูลข่าวสารแล้ว
โดยต้องลงลายมือชื่อกำกับการส่งมอบข้อมูลข่าวสารคืนให้แก่เจ้าหน้าที่ตามแบบพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อมูลข่าวสารของราชการอื่น
ๆ
ข้อ ๑๙
ข้อมูลข่าวสารของราชการอื่นใด นอกจากที่มีไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามหมวด ๓
ประชาชนสามารถขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชนั้นได้
โดยยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ณ สถานที่ และในวัน
เวลาตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๔
โดยระบุข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามควรว่าเป็นข้อมูลข่าวสารใด
ข้อ ๒๐
มหาวิทยาลัยต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ขอตรวจดู
หรือแจ้งปฏิเสธการให้ข้อมูลเอกสารแก่ผู้ขอตรวจดูภายในเวลาอันสมควร
ข้อ ๒๑ ให้คณบดี
ผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน กอง หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณา จัดหา อนุมัติหรือปฏิเสธการให้ข้อมูลข่าวสารของราชการในหมวดนี้
ทั้งนี้
หากเป็นการปฏิเสธจะต้องให้เหตุผลไว้ด้วย
ข้อ ๒๒
ผู้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการ
อาจร้องขอให้ทบทวนคำสั่งปฏิเสธการให้ข้อมูลข่าวสารของราชการ
หรือคำสั่งที่แจ้งว่าไม่มีข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องการต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย
ภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับคำสั่งปฏิเสธดังกล่าว
ข้อ ๒๓
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย
ต้องพิจารณาทบทวนให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับคำร้องขอให้ทบทวน
ข้อ ๒๔
ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการ สามารถร้องขอสำเนาเอกสารหรือสำเนาเอกสารที่มีคำรับรองถูกต้องได้
โดยเสียค่าธรรมเนียมตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
เรื่องการเรียกค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ
ข้อ ๒๕
มหาวิทยาลัยอาจปฏิเสธไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารของราชการให้แก่บุคคลที่ขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
ข้อ ๒๖
ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา ศิษย์เก่า
และบุคลากรของมหาวิทยาลัย เจ้าของข้อมูลสามารถขอตรวจดูข้อมูลดังกล่าว
และขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ โดยยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ณ
สถานที่และในวัน เวลาที่ระบุไว้ในข้อ ๑๔
ข้อ ๒๗
ให้อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน กอง หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้แทน เป็นผู้พิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในเวลาอันสมควร
ข้อ ๒๘
เจ้าของข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
อาจร้องขอให้ทบทวนคำสั่งไม่อนุมัติการแก้ไขข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย
ภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับคำสั่งไม่อนุมัติดังกล่าว
ข้อ ๒๙
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย
ต้องพิจารณาทบทวนให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับคำร้องขอให้ทบทวน
ประกาศ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒
นงเยาว์ ชัยเสรี
นายกสภามหาวิทยาลัย
วิชชุตา/ผู้จัดทำ
๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
นฤตยา/ผู้จัดทำ
๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔
[๑]- ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๙๑ ง/หน้า ๓๖/๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).