ข้อ ๑๙
ข้อมูลข่าวสารของราชการอื่นใด นอกจากที่มีไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามหมวด ๓
ประชาชนสามารถขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชนั้นได้
โดยยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ณ สถานที่ และในวัน
เวลาตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑๔
โดยระบุข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามควรว่าเป็นข้อมูลข่าวสารใด
ข้อ ๒๐
มหาวิทยาลัยต้องจัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ขอตรวจดู
หรือแจ้งปฏิเสธการให้ข้อมูลเอกสารแก่ผู้ขอตรวจดูภายในเวลาอันสมควร
ข้อ ๒๑ ให้คณบดี
ผู้อำนวยการสำนัก สถาบัน กอง หรือหัวหน้าหน่วยงานอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณา จัดหา อนุมัติหรือปฏิเสธการให้ข้อมูลข่าวสารของราชการในหมวดนี้
ทั้งนี้
หากเป็นการปฏิเสธจะต้องให้เหตุผลไว้ด้วย
ข้อ ๒๒
ผู้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการ
อาจร้องขอให้ทบทวนคำสั่งปฏิเสธการให้ข้อมูลข่าวสารของราชการ
หรือคำสั่งที่แจ้งว่าไม่มีข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องการต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย
ภายใน ๑๕ วัน นับแต่ได้รับคำสั่งปฏิเสธดังกล่าว
ข้อ ๒๓
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารประจำมหาวิทยาลัย
ต้องพิจารณาทบทวนให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันได้รับคำร้องขอให้ทบทวน
ข้อ ๒๔
ผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการ สามารถร้องขอสำเนาเอกสารหรือสำเนาเอกสารที่มีคำรับรองถูกต้องได้
โดยเสียค่าธรรมเนียมตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
เรื่องการเรียกค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ
ข้อ ๒๕
มหาวิทยาลัยอาจปฏิเสธไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารของราชการให้แก่บุคคลที่ขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).