附則
พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนที่วัด วัดจอมแจ้ง ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก
จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้แก่กรมทางหลวง
พ.ศ. 2542
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2542
เป็นปีที่ 54 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนที่วัด วัดจอมแจ้ง ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัด
อุตรดิตถ์ ให้แก่กรมทางหลวง เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 สายแยกทางหลวง
แผ่นดินหมายเลข 2113 (เหมืองแพร่) - ม่วงเจ็ดต้น ตอนบ้านห้วยมุ่น - บ้านม่วงเจ็ดต้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ
มาตรา 34 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช
บัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ษ. 2535 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา
ขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาโอนที่วัด วัดจอมแจ้ง ตำบล
ม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. 2542"
มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้โอนที่วัด วัดจอมแจ้ง ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
เนื้อที่ 2 งาน 81 ตารางวา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่ กรมทางหลวง
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้สนองพระบรมราชโองการ
พิชัย รัตตกุล
รองนายกรัฐมนตรี
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
+------------------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกรมทางหลวงได้ทำการ
สำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 สายแยกทางหลวงแผ่นดิน
หมายเลข 2116 (เหมืองแพร่) - ม่วงเจ็ดต้น ตอนบ้านห้วยมุ่น - บ้านม่วงเจ็ดต้น ตามที่ได้มีการกำหนด
เขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนไว้แล้วตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อขยายทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 สายเหมืองแพร่-ม่วงเจ็ดต้น ตอนบ้านห้วยมุ่น-บ้านม่วง
เจ็ดต้น พ.ศ. 2533 เสร็จแล้ว และประมากฎว่าแนวทางหลวงแผ่นดินสายนี้ตอน กม. ที่ 1 + 178 -
กม. ที่ 1 + 290 (ด้านขวาทาง) ถูกที่วัด วัดจอมแจ้ง ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
เนื้อที่ 2 งาน 81 ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 558 ซึ่งกรมทางหลวง
ได้ติดต่อกับกรมการศาสนาเพื่อขอโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง และกรมการศาสนา
ได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง และวัดจอมแจ้งได้รับค่าผาติกรรมจากกรมทางหลวง
แล้ว สมควรโอนที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
[รก.2542/61ก/9-13:07:2542]
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).