มาตรา ๑๗ ให้นำความในพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๔๙๔ ของบุคคลดังต่อไปนี้
(๑) ข้าราชการซึ่งรับราชการอยู่ในวันก่อนวันที่บทบัญญัติหมวด ๓
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ใช้บังคับ
ซึ่งต้องลาออกจากราชการเนื่องจากได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครอง
และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
และต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ทั้งนี้
ต้องได้รับการแต่งตั้งไม่เกินวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘
(๒) ข้าราชการซึ่งรับราชการอยู่ในวันก่อนวันที่บทบัญญัติหมวด ๓
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ใช้บังคับ
ซึ่งลาออกจากราชการและกลับเข้ารับราชการตั้งแต่วันที่บทบัญญัติหมวด ๓
แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ ทั้งนี้
ต้องกลับเข้ารับราชการไม่เกินวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘
(๓) ข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งเคยเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา ๓๖
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ และเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา
๗๐/๑ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
(๔) พนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐซึ่งเคยเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา
๓๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙
และเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา ๗๐/๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
(๕) ผู้รับบำนาญอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ซึ่งเคยเป็นบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ในวันก่อนวันออกจากราชการ
หรือเคยเป็นบุคคลตาม (๔)
ในวันก่อนวันพ้นสภาพการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ให้บทนิยามคำว่า ข้าราชการ ตามพระราชบัญญัตินี้
หมายความรวมถึงบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)
และให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับข้าราชการและผู้รับบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาใช้บังคับกับบุคคลตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕)
โดยอนุโลม
ในกรณีที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นตาม (๓) ได้แสดงความประสงค์ตามมาตรา ๕
ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔
และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งแต่วันออกจากราชการ
โดยบำเหน็จบำนาญให้จ่ายจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ในการนี้
ให้นับเวลาราชการต่อเนื่องกับการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น
และให้นำระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดมาใช้บังคับแก่การขอรับบำเหน็จบำนาญของข้าราชการส่วนท้องถิ่นดังกล่าวโดยอนุโลม
ในกรณีที่ผู้รับบำนาญตาม (๕) ซึ่งเคยเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นตาม
(๓) ได้แสดงความประสงค์ตามมาตรา ๖
ให้มีสิทธิได้รับบำนาญตามหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.
๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งแต่วันออกจากราชการ
โดยบำนาญให้จ่ายจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตาม (๔)
ได้แสดงความประสงค์ตามมาตรา ๕ ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๔๙๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตั้งแต่วันพ้นสภาพการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยให้นับเวลาราชการต่อเนื่องกับการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
ทั้งนี้
การคำนวณบำเหน็จบำนาญของพนักงานมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐนั้น
ให้คำนวณโดยใช้เงินเดือนเดือนสุดท้ายตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดบัญชีอัตราเงินเดือนเพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม
เงินสมทบ เงินชดเชยและบำเหน็จบำนาญของพนักงานมหาวิทยาลัย