พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดลังกา ตำบลบางช้าง
อำเภออัมพวา
จังหวัดสมุทรสงคราม
ให้แก่กรมชลประทาน
พ.ศ. ๒๕๕๘
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘
เป็นปีที่ ๗๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดลังกา ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ให้แก่กรมชลประทาน
เพื่อก่อสร้างพนังสายคันโอบแม่กลอง - อัมพวา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)
พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดลังกา ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา
จังหวัดสมุทรสงคราม ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๘
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดลังกา ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ดังต่อไปนี้
ให้แก่กรมชลประทาน
(๑) แปลงที่ ๑ เนื้อที่ ๑ งาน ๖๒ ตารางวา
(๒) แปลงที่ ๒ เนื้อที่ ๒ งาน ๖๓ ตารางวา
ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดลังกา ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๘
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรมชลประทานได้ก่อสร้างพนังสายคันโอบแม่กลอง - อัมพวา
เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานตามโครงการป้องกันน้ำเค็ม ที่ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา
จังหวัดสมุทรสงคราม และได้ทำการสำรวจแล้วปรากฏว่า แนวเขตพนังสายนี้ ตอน กม. ที่ ๒
+ ๓๕๐ - กม. ที่ ๒ + ๔๓๐ ถูกที่ธรณีสงฆ์ วัดลังกา ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา
จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน ๒ แปลง แปลงที่ ๑ เนื้อที่ ๑ งาน ๖๒ ตารางวา
ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๙๐๓๓ และแปลงที่ ๒ เนื้อที่ ๒ งาน ๖๓ ตารางวา ตามโฉนดที่ดิน
เลขที่ ๙๐๓๔ รวมเนื้อที่ทั้งหมด ๑ ไร่ ๒๕ ตารางวา
ซึ่งกรมชลประทานได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมชลประทาน และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง
และวัดลังกาได้รับค่าผาติกรรมจากกรมชลประทานแล้ว สมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมชลประทาน
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/จัดทำ
๑๖ พฤศจิกายน
๒๕๕๘
ปุณิกา/ตรวจ
๑๔ ธันวาคม
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๑๐๖ ก/หน้า ๔/๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).