法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 136 ( พ.ศ. 2536 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๓๖ (พ.ศ. ๒๕๓๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

กฎกระทวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลเมือง ตำบลชัยพฤกษ์ ตำบลกุดป่อง

และตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

การดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน

การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ

ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้มีนโยบายและมาตรการ

เพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ

สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต

ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ชุมชนเมืองเป็นศูนย์กลางการบริหาร การปกครอง การศึกษาและการบริการของจังหวัดเลย

(๒)

ส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดเลย

(๓)

ส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย

(๔)

พัฒนาการบริการทางสังคม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน

(๕)

อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม

ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท

แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผัง ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ให้เป็นไปดังตอ่ไปนี้

(๑)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๕๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง

ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

(๒)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๑๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม

ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

(๓)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

(๔)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ และหมายเลข ๔.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ

(๕)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๒๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว

ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

(๖)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๑๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(๗)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๒๐ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก

ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

(๘)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๒๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

(๙)

ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๑๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน

ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย

สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒)

คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๓)

สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว

แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ

(๔)

คลังวัตถุระเบิก

(๕)

กำจัดมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย

สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒)

คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๓)

สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว

แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ

(๔)

คลังวัตถุระเบิด

(๕)

เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่ เพื่อการค้า

หรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖)

กำจัดมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ที่ดินประเภทพาณชิยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณและห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑)

โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒)

คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๓)

สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว

แต่ไม่หมายความรวมถึงร้านจำหน่ายก๊าซ

(๔)

คลังวัตถุระเบิด

(๕)

เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่ เพื่อการค้า

หรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖)

ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร

(๗)

สุสานหรือฌาปนสถาน

(๘)

กำจัดมูลฝอย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมบริการ

คลังสินค้า

และอุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมบริการ คลังสินค้า

อุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบริการ

และโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒)

สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา

(๓)

สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก

(๔)

สุสานหรือฌาปนสถาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณและห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ประกอบพาณิชยกรรม หรือประกอบอุตสาหกรรม

(๒)

โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ

การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา

การศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ที่ดินประเภทสถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ

กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๕

มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖

ชำนิ ศักดิเศรษฐ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓๖ (พ.ศ. ๒๕๓๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๒.

แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓๖

(พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๓.

รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๓๖ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๔.

แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓๖ (พ.ศ. ๒๕๓๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๕.

รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓๖ (พ.ศ.

๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลเมือง ตำบลชัยพฤกษ์

ตำบลกุดป่อง และตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท

ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ

และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา

๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า

การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

วิภา/ปรับปรุง

๑๔

กันยายน ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๗๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๖

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 136 ( พ.ศ. 2536 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_969dd6159f95fc71

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com