ข้อ ๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งลดเบี้ยปรับได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นแบบรายการภาษีแล้ว ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบรายการภาษีเองและขอชำระภาษีโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ ให้เบี้ยปรับที่ต้องเสียตามมาตรา ๑๔๐ (๑) ลดลง คงเหลือตามอัตราและเงื่อนไขดังนี้
(ก) ถ้าชำระภายในสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละสองของเบี้ยปรับ
(ข) ถ้าชำระภายหลังสิบห้าวัน แต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละห้าของเบี้ยปรับ
(ค) ถ้าชำระภายหลังสามสิบวัน แต่ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละสิบของเบี้ยปรับ
(ง) ถ้าชำระภายหลังหกสิบวัน แต่ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละสิบห้าของเบี้ยปรับ
(จ) ถ้าชำ ระภายหลังเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษีให้เสียร้อยละยี่สิบของเบี้ยปรับ
(๒) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาด ทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียขาดไป หากผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบรายการภาษีใหม่และขอชำระภาษีให้ถูกต้องโดยไม่ได้รับหนังสือเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ ให้นำอัตราและเงื่อนไขการลดเบี้ยปรับตาม (๑) มาใช้บังคับกับเบี้ยปรับที่ต้องเสียตามมาตรา ๑๔๐ (๒) โดยอนุโลม
(๓) กรณีที่สินค้าหรือวัตถุดิบซึ่งเป็นสาระสำคัญของการผลิตสินค้าขาดไปจากบัญชีคุมสินค้าตามมาตรา ๒๕ หรือสินค้าขาดไปจากบัญชีคุมสินค้าตามมาตรา ๔๘ เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบรายการภาษีเองและขอชำระภาษีโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ ให้นำอัตราและเงื่อนไขการลดเบี้ยปรับตาม (๑) มาใช้บังคับกับเบี้ยปรับที่ต้องเสียตามมาตรา ๑๔๐ (๓) โดยอนุโลม
(๔) กรณีอื่นนอกจาก (๑) (๒) และ (๓) ให้เสียร้อยละสี่สิบของเบี้ยปรับ