กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับ และการลดเงินเพิ่ม
พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๔๐ วรรคสอง และมาตรา ๑๔๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่จะต้องเสียเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มมีสิทธิยื่นคำร้องของดหรือลดเบี้ยปรับหรือขอลดเงินเพิ่มเป็นหนังสือยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยแสดงเหตุผลที่ของดหรือลดเบี้ยปรับหรือขอลดเงินเพิ่มนั้น เว้นแต่กรณีที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควรจะสั่งให้งดหรือลดเบี้ยปรับ หรือลดเงินเพิ่มโดยไม่ต้องมีคำร้องก็ได้
ข้อ ๓ การงดหรือลดเบี้ยปรับ หรือการลดเงินเพิ่มให้กระทำได้เฉพาะกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบภาษีเป็นอย่างดี
ข้อ ๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งลดเบี้ยปรับได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นแบบรายการภาษีแล้ว ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบรายการภาษีเองและขอชำระภาษีโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ ให้เบี้ยปรับที่ต้องเสียตามมาตรา ๑๔๐ (๑) ลดลง คงเหลือตามอัตราและเงื่อนไขดังนี้
(ก) ถ้าชำระภายในสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละสองของเบี้ยปรับ
(ข) ถ้าชำระภายหลังสิบห้าวัน แต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละห้าของเบี้ยปรับ
(ค) ถ้าชำระภายหลังสามสิบวัน แต่ไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละสิบของเบี้ยปรับ
(ง) ถ้าชำระภายหลังหกสิบวัน แต่ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษี ให้เสียร้อยละสิบห้าของเบี้ยปรับ
(จ) ถ้าชำ ระภายหลังเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษีให้เสียร้อยละยี่สิบของเบี้ยปรับ
(๒) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบรายการภาษีไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาด ทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียขาดไป หากผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบรายการภาษีใหม่และขอชำระภาษีให้ถูกต้องโดยไม่ได้รับหนังสือเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ ให้นำอัตราและเงื่อนไขการลดเบี้ยปรับตาม (๑) มาใช้บังคับกับเบี้ยปรับที่ต้องเสียตามมาตรา ๑๔๐ (๒) โดยอนุโลม
(๓) กรณีที่สินค้าหรือวัตถุดิบซึ่งเป็นสาระสำคัญของการผลิตสินค้าขาดไปจากบัญชีคุมสินค้าตามมาตรา ๒๕ หรือสินค้าขาดไปจากบัญชีคุมสินค้าตามมาตรา ๔๘ เมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบรายการภาษีเองและขอชำระภาษีโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ ให้นำอัตราและเงื่อนไขการลดเบี้ยปรับตาม (๑) มาใช้บังคับกับเบี้ยปรับที่ต้องเสียตามมาตรา ๑๔๐ (๓) โดยอนุโลม
(๔) กรณีอื่นนอกจาก (๑) (๒) และ (๓) ให้เสียร้อยละสี่สิบของเบี้ยปรับ
ข้อ ๕ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งลดเงินเพิ่มได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ถ้าผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระภาษีภายในเจ็ดวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษีหรือวันถัดจากวันที่ชำระขาดจากจำนวนภาษีที่ต้องเสียโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ เงินเพิ่มที่ต้องเสียให้ลดลงคงเหลือร้อยละศูนย์จุดห้าต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ
(๒) ถ้าผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระภาษีภายในสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดเวลาชำระภาษีหรือวันถัดจากวันที่ชำระขาดจากจำนวนภาษีที่ต้องเสียโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือหนังสือเรียกหรือคำสั่งเป็นหนังสือ เงินเพิ่มที่ต้องเสียให้ลดลงคงเหลือร้อยละศูนย์จุดเจ็ดห้าต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับ
การนับระยะเวลาเพื่อคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่ง เศษของเดือนของให้นับเป็นหนึ่งเดือน
ข้อ ๖ การสั่งลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ และข้อ ๕ และการงดเบี้ยปรับ ให้เป็นอำนาจของอธิบดี
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๔๐ วรรคสอง และมาตรา ๑๔๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้การงดหรือลดเบี้ยปรับ และการลดเงินเพิ่มต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปวันวิทย์/ภวรรณตรี/จัดทำ
๒๐ กันยายน ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า ๕๖/๑๖ กันยายน ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).