พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๔๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๕๔๑
เป็นปีที่ ๕๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๐
นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดิน มหาวิทยาลัยอาจมีรายได้ ดังนี้
(๑) เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าบริการต่าง
ๆ ของมหาวิทยาลัย
(๒) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย
(๓)
รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุซึ่งมหาวิทยาลัยปกครอง ดูแล
หรือใช้ประโยชน์
(๔) รายได้หรือผลประโยชน์อื่น ๆ
ให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา
ใช้และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
ทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุและที่เป็นทรัพย์สินอื่น
รายได้ของมหาวิทยาลัยรวมทั้งเบี้ยปรับที่เกิดจากการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
เว้นแต่เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา
และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาซื้อทรัพย์สินหรือสัญญาจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ
มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๐ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
พ.ศ. ๒๕๓๓
มาตรา ๑๐ ทวิ บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัย
ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๒
ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้ง
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง ได้แก่ อธิการบดี
ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัย และประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย
(๓) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสามคน
ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการสำนัก และผู้อำนวยการศูนย์ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
(๔) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสี่คน
ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย และมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งตาม
(๓)
(๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสิบคน
ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย
(๖) กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งคน
ซึ่งอธิการบดีเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี
ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย
และให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย
เมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา
และคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๓ การเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๒
(๓) ให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน
ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์
และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะเป็นผู้เลือก ส่วนการเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา
๑๒ (๔) ให้คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย เป็นผู้เลือก
คุณสมบัติของผู้รับเลือก
ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
附則
มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๙
อธิการบดีนั้นจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งโดยคำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐
อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี
และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกก็ได้
แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคสอง
อธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง
(๔)
กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๕) ถูกให้ออกจากราชการเพราะเหตุมีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง
(๖) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอน
รองอธิการบดี
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดีจากบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา
๒๐ และต้องเป็นข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
ผู้ช่วยอธิการบดี
ให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งจากบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐
และต้องเป็นข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองอธิการบดี
และผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
มาตรา ๒๐ อธิการบดี รองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดี
ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑)
ได้ปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือ
(๒) ได้ปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยมาแล้วรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๕
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๕
คณบดีและรองคณบดีต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๓
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๔๓
ผู้ที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
หรือได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์
หรือผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ให้มีสิทธิใช้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นคำนำหน้านามได้ตลอดไป
โดยใช้อักษรย่อ ดังนี้
ศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ
ศ.
ศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ
ศ. (พิเศษ)
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ใช้อักษรย่อ
ศ. (เกียรติคุณ)
รองศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ
รศ.
รองศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ
รศ. (พิเศษ)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ
ผศ.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ
ผศ. (พิเศษ)
มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๑
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๕๑
ผู้ใดใช้ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจำตำแหน่ง เครื่องแบบ
เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายนิสิตของมหาวิทยาลัย
โดยไม่มีสิทธิที่จะใช้หรือแสดงด้วยประการใด ๆ ว่าตนมีปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิต
อนุปริญญา ประกาศนียบัตร หรือตำแหน่งของมหาวิทยาลัย โดยที่ตนไม่มีสิทธิ
ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้หรือมีวิทยฐานะหรือตำแหน่งเช่นนั้น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๐ บทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๐ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้
ไม่ใช้บังคับแก่บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๑๑
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มหาวิทยาลัยสามารถนำรายได้ของมหาวิทยาลัยไปใช้ในกิจการของมหาวิทยาลัยได้
โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินและให้มหาวิทยาลัยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมีผู้อุทิศให้หรือได้มาโดยการซื้อหรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัยโดยไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ
เพื่อความคล่องตัวในการบริหารกิจการของมหาวิทยาลัยและการจัดหาประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ของมหาวิทยาลัยหรือที่มหาวิทยาลัยปกครอง
ดูแล หรือใช้ประโยชน์
และสมควรปรับปรุงคุณสมบัติของกรรมการสภามหาวิทยาลัยและการเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี
รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี
และรองคณบดี เพื่อให้สามารถสรรหาบุคคลที่เหมาะสมในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ชาตินัย/ผู้จัดทำ
๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๔
สุทธนา/ผู้ปรับปรุง
๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖
กุลชาติ/ผู้ตรวจ
๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๖ ก/หน้า ๒๖/๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).