มาตรา ๕๘ มาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๒๓๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการคดีพิเศษออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ให้คดีความผิดทางอาญาตามกฎหมายดังต่อไปนี้
ซึ่งมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๑)
เป็นคดีพิเศษเพิ่มเติมจากบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
(๑) คดีความผิดตามประมวลรัษฎากร
(๒)
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
(๓)
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต
(๔) คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยสุรา
(๕) คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ
(๖)[๒]
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
(๗)[๓]
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
(๘)[๔]
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
(๙)[๕]
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยแร่
(๑๐)[๖]
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
(๑๑)[๗]
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง
(๑๒)[๘]
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
(๑๓)[๙]
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยา
(๑๔)[๑๐]
คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร
ทั้งนี้
เฉพาะคดีความผิดทางอาญาที่มีรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดตามที่ กคพ.
กำหนด
ให้ไว้
ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗
พงศ์เทพ เทพกาญจนา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่คดีความผิดเกี่ยวกับภาษีอากรเฉพาะคดีที่มีความเสียหายเป็นจำนวนสูงมาก
หรือมีความซับซ้อน หรือมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดข้ามชาติที่สำคัญ
หรือเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรมหรือมีผู้ทรงอิทธิพลที่สำคัญเป็นตัวการ ผู้ใช้
หรือผู้สนับสนุนที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
ความมั่นคงของประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ
จำเป็นต้องใช้วิธีการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ ในการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหลายเพื่อที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
สมควรกำหนดให้เป็นคดีพิเศษเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ
พ.ศ. ๒๕๔๗
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕[๑๑]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่คดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ แร่ ธุรกิจสถาบันการเงิน เครื่องสำอาง
วัตถุอันตราย ยา และอาหาร เฉพาะคดีที่มีความซับซ้อนจำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ
หรือคดีที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย
และศีลธรรมอันดีของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
หรือระบบเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ หรือคดีที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดข้ามชาติที่สำคัญหรือเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรมหรือคดีที่มีผู้ทรงอิทธิพลที่สำคัญเป็นตัวการ
ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน หรือคดีที่มีพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมิใช่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษเป็นผู้ต้องสงสัย
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะได้กระทำความผิดอาญาหรือเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหา
จำเป็นต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษเพื่อที่จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
สมควรกำหนดให้เป็นคดีพิเศษ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พรรณิศา/ผู้จัดทำ
๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๗๑ ก/หน้า ๒/๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
[๒] (๖)
เพิ่มโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๓] (๗)
เพิ่มโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๔] (๘)
เพิ่มโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๕] (๙)
เพิ่มโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๖] (๑๐)
เพิ่มโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๗] (๑๑)
เพิ่มโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๘] (๑๒)
เพิ่มโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๙] (๑๓)
เพิ่มโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๑๐] (๑๔)
เพิ่มโดยกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๓๕ ก/หน้า ๓๗/๒๐ เมษายน ๒๕๕๕