ข้อ ๒๐ ในการพิจารณาออกใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ให้สำนักงานจัดให้มีการรับฟังความเห็นของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณโดยรอบพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ โดยอย่างน้อยต้องรับฟังความเห็นของประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ระวังเหตุและพื้นที่ห่างจากชุมชน เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อ ๒๑ สำนักงานต้องประกาศเผยแพร่ให้ประชาชนทราบถึงวิธีการรับฟังความเห็น ระยะเวลา สถานที่ และข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการรับฟังความเห็นของประชาชน ทั้งนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันแรกของการรับฟังความเห็นของประชาชน
(๑) เหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
(๒) คำอธิบายและสาระสำคัญของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
(๓) ผู้ขอรับใบอนุญาต
(๔) ขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ
(๕) การออกแบบตามข้อกำหนดหรือมาตรฐานด้านความปลอดภัยและทางวิศวกรรม
(๖) ลักษณะของพื้นที่ตั้ง
(๗) มลพิษหรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
(๘) คำอธิบายวิธีป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน รวมทั้งมาตรการป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยาความเดือดร้อนหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนการควบคุมกำกับดูแล
ให้สำนักงานประกาศเผยแพร่ข้อมูลรายละเอียดอื่นนอกจากข้อมูลตามวรรคหนึ่ง ที่จำเป็นและเพียงพอแก่การที่ประชาชนจะเข้าใจและสามารถแสดงความเห็นได้
ข้อ ๒๒ เมื่อดำเนินการรับฟังความเห็นของประชาชนแล้ว ให้สำนักงานสรุปรวบรวมประเด็นความเห็นของประชาชนแล้วส่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาต และประกาศให้ประชาชนทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่การรับฟังความเห็นของประชาชนเสร็จสิ้น
ข้อ ๒๓ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตส่งคำชี้แจงตามประเด็นความเห็นของประชาชนในพื้นที่ระวังเหตุและพื้นที่ห่างจากชุมชนเป็นรายประเด็นแก่สำนักงานภายในเวลาที่สำนักงานกำหนด และให้สำนักงานประกาศคำชี้แจงดังกล่าวให้ประชาชนทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำชี้แจง
ข้อ ๒๔ เมื่อสำนักงานรับฟังความเห็นของประชาชนและคำชี้แจงของผู้ขอรับใบอนุญาตแล้วเห็นว่า การตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ระวังเหตุและพื้นที่ห่างจากชุมชนมากกว่าข้อมูลที่เผยแพร่ตามข้อ ๒๑ (๗) และ (๘) หากผู้ขอรับใบอนุญาตมีความประสงค์จะดำเนินการขอรับใบอนุญาตต่อไป ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยาความเดือดร้อนหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากผลกระทบดังกล่าวเพิ่มเติมตามความเหมาะสม และให้สำนักงานประกาศให้ประชาชนทราบ
ข้อ ๒๕ ประกาศตามข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ และข้อ ๒๔ ให้ปิดไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ปิดประกาศของสำนักงาน พื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และสถานที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ระวังเหตุและพื้นที่ห่างจากชุมชน รวมถึงให้เผยแพร่ประกาศในระบบเครือข่ายสารสนเทศของสำนักงานด้วย
ข้อ ๒๖ ให้สำนักงานสรุปรวบรวมประเด็นความเห็นของประชาชนและคำชี้แจงรายประเด็น รวมถึงหากมีมาตรการตามข้อ ๒๔ ให้นำมาผนวกไว้กับเอกสารประกอบการพิจารณาของเลขาธิการและคณะกรรมการ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
สุวิทย์ เมษินทรีย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ตารางที่ ๑ ค่าความยาวของรอยเลื่อนที่น้อยที่สุดกับระยะห่างจากพื้นที่ตั้ง
ระยะทางจากพื้นที่ตั้ง (กม.)
ความยาวน้อยที่สุด (กม.)
๐ ๓๒
๑.๖
มากกว่า ๓๒ ๘๐
๘
มากกว่า ๘๐ ๑๖๐
๑๖
มากกว่า ๑๖๐ ๒๔๐
๓๒
มากกว่า ๒๔๐ ๓๒๐
๖๔
ตารางที่ ๒ ค่าความเสี่ยงอันตรายของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์จากเหตุการณ์ภายนอก
เหตุการณ์ภายนอก
กำลังเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ไม่เกิน
๕๐๐ กิโลวัตต์
(ความร้อน)
เกิน ๕๐๐ กิโลวัตต์
(ความร้อน)
แต่ไม่เกิน
๒ เมกะวัตต์
(ความร้อน)
เกิน ๒ เมกะวัตต์
(ความร้อน)
แต่ไม่เกิน
๕๐ เมกะวัตต์
(ความร้อน)
เกิน ๕๐
เมกะวัตต์
(ความร้อน)
แผ่นดินไหว
๒ x ๑๐-๓
ครั้งต่อปี
๑ x ๑๐-๓
ครั้งต่อปี
๕ x ๑๐-๔
ครั้งต่อปี
๑ x ๑๐-๔
ครั้งต่อปี
ลมพายุ
๒ x ๑๐-๒
ครั้งต่อปี
๒ x ๑๐-๒
ครั้งต่อปี
๑ x ๑๐-๓
ครั้งต่อปี
๑ x ๑๐-๔
ครั้งต่อปี
พายุหมุน
๒ x ๑๐-๕
ครั้งต่อปี
๒ x ๑๐-๖
ครั้งต่อปี
อุทกภัย
๒ x ๑๐-๓
ครั้งต่อปี
๕ x ๑๐-๔
ครั้งต่อปี
๑ x ๑๐-๔
ครั้งต่อปี
๑ x ๑๐-๕
ครั้งต่อปี
อากาศยานพุ่งชน
๑ x ๑๐-๔
ครั้งต่อปี
๑ x ๑๐-๕
ครั้งต่อปี
การระเบิดที่รุนแรง
๑ x ๑๐-๗
ครั้งต่อปี
๑ x ๑๐-๗
ครั้งต่อปี
๑ x ๑๐-๗
ครั้งต่อปี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๑ วรรคสี่ มาตรา ๕๒ และมาตรา ๕๓ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พิไลภรณ์/จัดทำ
๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
สุภาทิพย์/ตรวจ
๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๒๘ ก/หน้า ๑๒/๙ เมษายน ๒๕๖๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).