กฎกระทรวง
กำหนดความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร
พ.ศ.
๒๕๕๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๑๕/๑) และมาตรา ๕๗ ฉ (๗) แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารของผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ
พ.ศ. ๒๕๔๘
ข้อ ๓ ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร
ผู้ขับรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่เปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถ
หรือเพิ่มสิ่งหนึ่งสิ่งใดเข้าไป ซึ่งน่าจะเป็นอันตรายแก่การขับรถหรือการโดยสาร
(๒)
ในกรณีเป็นรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง
ต้องใช้รถที่ผ่านการตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์
รวมทั้งการติดตั้งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง
หรือกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง
แล้วแต่กรณี
(๓) ต้องให้คนโดยสารขึ้นนั่งประจำที่ให้พร้อมก่อนเคลื่อนรถ
(๔)
ต้องให้คนโดยสารซึ่งนั่งตอนหน้าแถวเดียวกับผู้ขับรถรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งเพื่อป้องกันอันตรายในขณะโดยสาร
(๕) ไม่บรรทุกสิ่งของไปกับคนโดยสาร เว้นแต่เป็นสัมภาระของคนโดยสารที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการขับรถและการโดยสาร
(๖)
ดูแลคนโดยสารให้ได้รับความปลอดภัยตลอดเวลาที่อยู่ในระหว่างการโดยสาร
และในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจะต้องให้ความช่วยเหลือตามสมควร
(๗) ไม่ขับรถในลักษณะประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
(๘) ไม่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ
เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนาโดยผู้ขับรถไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น
(๙) ไม่กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล
หรือกระทำการลามกอย่างอื่นไม่ว่าจะกระทำด้วยตนเอง หรือกระทำด้วยสื่อหรือวัสดุใด ๆ
อันทำให้ปรากฏความหมายในทำนองเดียวกัน
(๑๐) ต้องดับเครื่องยนต์ทุกครั้งขณะเติมเชื้อเพลิง
(๑๑)
ต้องลงจากรถและแจ้งให้คนโดยสารลงจากรถโดยให้รออยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย
ขณะเติมเชื้อเพลิง
ข้อ ๔ ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร
ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติตามข้อ ๓ (๑) (๓) (๕) (๖) (๗) (๙) (๑๐) และ (๑๑)
โดยอนุโลม
(๒)
จัดให้มีหมวกนิรภัยที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อป้องกันอันตรายในขณะโดยสาร
ไว้สำหรับให้คนโดยสารสวมในขณะโดยสาร โดยจะต้องรักษาความสะอาดของหมวกอยู่เสมอ
(๓) ไม่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องมือ
หรืออุปกรณ์สื่อสารอื่นใดในขณะขับรถรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร
ข้อ ๕ ในการรับจ้างรับส่งนักเรียน
ผู้ขับรถสำหรับรถยนต์ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง
ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
หรือใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ
หรือใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก
รวมทั้งต้องเป็นผู้ไม่มีประวัติเสียหายอันเกิดจากการขับรถมาก่อน และต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติตามข้อ ๓ โดยอนุโลม
(๒) จัดให้มีเครื่องหมายหรือแผ่นป้ายพื้นสีส้มขนาดกว้างไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าเซนติเมตร
ยาวไม่น้อยกว่าหกสิบเซนติเมตร มีข้อความว่า รถโรงเรียน เป็นตัวอักษรสีดำความสูงไม่น้อยกว่าสิบห้าเซนติเมตร
ติดไว้ที่ด้านหน้าและด้านท้ายของตัวรถ
เพื่อให้สามารถมองเห็นข้อความได้โดยชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่าห้าสิบเมตร
(๓) จัดให้มีไฟสัญญาณสีเหลืองอำพันหรือสีแดงปิดเปิดเป็นระยะ
ติดไว้ที่ด้านหน้าและด้านท้ายของตัวรถในตำแหน่งที่เหมาะสม
เพื่อให้ผู้ขับรถที่สวนมาหรือตามหลังมามองเห็นได้โดยชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร
และเมื่อมิได้ใช้รถนั้นรับส่งนักเรียนให้งดใช้ไฟสัญญาณดังกล่าว
(๔) จัดให้มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นดังต่อไปนี้
เพื่อช่วยเหลือนักเรียนเมื่อมีอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น
และต้องติดตั้งหรือเก็บไว้ภายในรถในตำแหน่งที่เหมาะสมและปลอดภัย
รวมทั้งสามารถนำมาใช้งานได้โดยสะดวก และพร้อมที่จะใช้งานได้ทุกขณะ
(ก) เครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่อง
(ข) ค้อนทุบกระจกไม่น้อยกว่าหนึ่งอัน
สำหรับรถที่มีลักษณะเป็นรถตู้โดยสาร
(๕) จัดให้มีผู้ควบคุมดูแลนักเรียน
ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ ประจำอยู่ในรถตลอดเวลาที่ใช้รับส่งนักเรียน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากในปัจจุบันรถยนต์สาธารณะและรถยนต์บริการที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิงได้เกิดการระเบิด
ลุกไหม้
หรือรั่วไหลของก๊าซไวไฟในขณะที่ใช้รถนั้นรับจ้างบรรทุกคนโดยสารขึ้นบ่อยครั้ง
ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของคนโดยสาร อีกทั้งสาเหตุของอุบัติเหตุทางถนนของรถยนต์สาธารณะ
รถยนต์บริการ และรถยนต์ที่ใช้ในการรับจ้างรับส่งนักเรียนส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมที่
ไม่ปลอดภัยของผู้ขับรถในขณะขับรถดังกล่าว
แต่โดยที่ข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารในปัจจุบันได้กำหนดเฉพาะกรณีของผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะเท่านั้น
จึงสมควรมีข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารให้ครอบคลุมถึงผู้ขับรถยนต์สาธารณะ
รถยนต์บริการ และรถยนต์ที่ใช้ในการรับจ้างรับส่งนักเรียนด้วย
เพื่อให้คนโดยสารของรถดังกล่าวได้รับความปลอดภัยมากขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
สิทธิกานต์/ปรับปรุง
๕
เมษายน ๒๕๖๒
วศิน/ตรวจ
๑๐
เมษายน ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๙ ก/หน้า ๔/๒๔ มกราคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).