กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์ว่าด้วยความปลอดภัยในชีวิต
ร่างกายและทรัพย์สิน การรักษาความสงบเรียบร้อย
ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ภายในเขตระบบรถไฟฟ้า
พ.ศ. ๒๕๔๗[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
สัญญาณ หมายความว่า สัญญาณใด ๆ ที่ รฟม. จัดให้มีขึ้นในเขตระบบรถไฟฟ้าไม่ว่าจะแสดงด้วยธง ไฟฟ้า มือ แขน เสียง หรือด้วยวิธีอื่นใดเพื่อให้คนโดยสารหรือบุคคลอื่นปฏิบัติตามสัญญาณนั้น
พื้นที่ประกอบธุรกิจ หมายความว่า พื้นที่ในเขตระบบรถไฟฟ้าที่ รฟม. ได้อนุญาตให้ประกอบธุรกิจ และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับการโฆษณา ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของเขตระบบรถไฟฟ้าและพื้นที่บนรถไฟฟ้า
วัตถุอันตราย หมายความว่า วัตถุระเบิด แก๊สพิษ วัตถุไวไฟ วัตถุอ๊อกซิไดซ์ วัตถุเปอร์ออกไซด์ วัตถุมีพิษ วัตถุที่ทำให้เกิดโรค วัตถุกัมมันตรังสี วัตถุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม วัตถุกัดกร่อน วัตถุที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือวัตถุอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่คนโดยสารหรือบุคคลอื่น
เจ้าหน้าที่ หมายความว่า พนักงานของ รฟม. หรือผู้ซึ่ง รฟม. มอบหมายให้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงนี้
บททั่วไป
ข้อ ๒ ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของคนโดยสารหรือบุคคลอื่น การรักษาความสงบเรียบร้อย ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเขตระบบรถไฟฟ้า ให้ รฟม. จัดให้มีเครื่องหมาย สัญญาณ อุปกรณ์ เครื่องป้องกันภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับคนโดยสารหรือบุคคลอื่น ตลอดจนคนทุพพลภาพ คนสูงอายุและเด็ก เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงนี้
เครื่องหมายและสัญญาณตามวรรคหนึ่ง ให้ รฟม. จัดทำให้เป็นที่เข้าใจได้ในลักษณะสากล และหากมีคำอธิบายกำกับการใช้อุปกรณ์ เครื่องป้องกันภัย หรือสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย
ข้อ ๓ คนโดยสารหรือบุคคลอื่นในเขตระบบรถไฟฟ้ามีหน้าที่ปฏิบัติตามเครื่องหมาย ประกาศ ป้าย หรือสัญญาณอื่นใด ตลอดจนคำแนะนำและคำตักเตือนของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ และต้องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ รฟม. จัดทำไว้ตามข้อ ๒ ให้ถูกต้องตามคำอธิบายกำกับการใช้ หรือตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานของอุปกรณ์นั้น
ข้อ ๔ ในกรณีที่ รฟม. ให้สัมปทานกิจการรถไฟฟ้าแก่เอกชน การกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบระหว่าง รฟม. และผู้รับสัมปทาน ในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงนี้ให้เป็นดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่มีข้อตกลงในสัมปทานเกี่ยวกับการจัดการหรือการดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของคนโดยสารหรือบุคคลอื่น การรักษาความสงบเรียบร้อย ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเขตระบบรถไฟฟ้าให้เป็นไปตามข้อตกลงนั้น ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้
(๒) ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานมีหน้าที่ตามสัมปทานต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงนี้ รฟม. อาจมอบหมายให้พนักงานของผู้รับสัมปทานเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการในเรื่องนั้นด้วย ทั้งนี้ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม.
การปฏิบัติตนในเขตระบบรถไฟฟ้า
ข้อ ๕ ห้ามมิให้คนโดยสารหรือบุคคลอื่นที่อยู่ในเขตระบบรถไฟฟ้ากระทำการ ดังต่อไปนี้
(๑) ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือก่อความไม่สะดวกแก่การใช้บริการของคนโดยสารหรือบุคคลอื่น
(๒) นำอาวุธหรือสิ่งเทียมอาวุธซึ่งมีรูปและลักษณะอันน่าเชื่อว่าเป็นอาวุธโดยสภาพวัตถุอันตรายตลอดจนสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น หรือทำให้เกิดความหวาดกลัวแก่ผู้พบเห็นเข้ามาในเขตระบบรถไฟฟ้า เว้นแต่เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
(๓) นำสัมภาระ หรือสิ่งของติดตัวที่มีขนาดหรือน้ำหนักที่ไม่สามารถนำพาไปด้วยตนเองได้หรือเสี่ยงต่อความเสียหายแก่ระบบรถไฟฟ้า หรืออาจก่อความรำคาญหรือความไม่สะดวกแก่คนโดยสารอื่นเข้าไปในรถไฟฟ้า
(๔) นำสิ่งของที่มีกลิ่นแรง สิ่งสกปรก หรือวัตถุที่น่ารังเกียจเข้ามาในเขตระบบรถไฟฟ้าโดยมิได้จัดเก็บไว้ให้มิดชิดหรือทำให้ปราศจากกลิ่น
(๕) บ้วนหรือถ่มน้ำลาย เสมหะ น้ำหมาก สั่งน้ำมูก คายหมากฝรั่ง หรือทิ้งสิ่งของลงในที่ซึ่งมิได้จัดไว้เพื่อการนั้น
(๖) สูบบุหรี่ ยาเส้นหรือซิการ์ จุดไฟหรือก่อไฟ
(๗) เด็ดใบ ดอก หรือผลของต้นไม้ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันอาจทำให้เกิดความสกปรกหรือความเสียหายแก่ระบบรถไฟฟ้า
(๘) ขีด เขียน หรือทำให้ปรากฏด้วยประการใด ๆ อันอาจทำให้เกิดความสกปรกหรือความเสียหายแก่ระบบรถไฟฟ้า
(๙) บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในรถไฟฟ้า
(๑๐) ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นอกสถานที่ที่จัดไว้
(๑๑) เรี่ยไรหรือขอทาน
(๑๒) วางสิ่งของ หรือกระทำการใดอันเป็นการกีดขวาง หรือเป็นอุปสรรคแก่การเข้าหรือออก
(๑๓) ทำให้ระบบฉุกเฉิน ระบบเตือนภัยหรือแจ้งเหตุ หรือระบบป้องกันภัยต่าง ๆ ทำงาน เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นในการใช้ระบบดังกล่าว
(๑๔) กระทำการลามกอนาจาร หรือกระทำการล่วงเกินทางเพศต่อผู้อื่น
(๑๕) ออกหรือพยายามออกจากรถไฟฟ้าด้วยวิธีอื่นใดนอกจากทางประตูรถไฟฟ้าหรือประตูชานชาลาที่เปิดให้คนโดยสารเข้าหรือออกจากรถไฟฟ้า หรือลงไปในทางรถไฟฟ้า
(๑๖) ใช้วัสดุอุปกรณ์โดยไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์หรือวิธีการของอุปกรณ์นั้น ซึ่งทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ หรือทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น
(๑๗) ยืนหรือวางเท้าบนเก้าอี้หรือที่นั่ง หรือใช้ที่ซึ่งจัดไว้ให้นั่งหรือพื้นที่ใด ๆ เป็นที่นอน
(๑๘) กีดขวาง หรือกระทำการใดอันเป็นเหตุให้ประตูรถไฟฟ้า หรือประตูชานชาลาปิดไม่ได้หรือไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
(๑๙) พิงประตูรถไฟฟ้าหรือประตูชานชาลา
ข้อ ๖ คนโดยสารหรือบุคคลอื่นจะกระทำการดังต่อไปนี้ในเขตระบบรถไฟฟ้าได้ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ก่อน
(๑) ออกไปจากรถไฟฟ้าหรือลงไปในทางรถไฟฟ้าในขณะที่การเดินรถไฟฟ้าขัดข้อง
(๒) เข้าไปในพื้นที่ที่ รฟม. กำหนดให้เป็นเขตหวงห้าม
(๓) นำสัตว์เข้ามา เว้นแต่
(ก) สุนัขนำทางสำหรับผู้พิการทางสายตา
(ข) สัตว์ที่ไม่เป็นอันตรายโดยมีอุปกรณ์ควบคุมมิให้รบกวนคนโดยสารหรือบุคคลอื่น
(๔) ใช้อุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดเสียงดัง เล่นดนตรี เต้นรำ หรือแสดงการละเล่นใด ๆ
(๕) ขายสินค้าหรือบริการ
(๖) โฆษณาหรือใช้เสียงประกาศ หรือแจกเอกสารใด
(๗) ถ่ายภาพ ถ่ายทำภาพยนตร์ หรือถ่ายทำเทปบันทึกภาพเพื่อประโยชน์ทางการค้า
(๘) นำรถจักรยานหรือรถสองล้อชนิดอื่นขึ้นไปบนรถไฟฟ้า
หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตตาม (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พื้นที่ประกอบธุรกิจ
ข้อ ๗ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ประกอบธุรกิจ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ รฟม. กำหนด และข้อตกลงในสัญญาให้ประกอบธุรกิจด้วย
การขับขี่ยานพาหนะในเขตระบบรถไฟฟ้า
ข้อ ๘ ให้ รฟม. จัดให้มีการขีดเส้นบนทาง การทำเครื่องหมายจราจร หรือการติดตั้งสัญญาณสำหรับการจราจร รวมทั้งการกำหนดความหมายของสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรในเขตระบบรถไฟฟ้าตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
ข้อ ๙ การใช้รถ การใช้ทางเดินรถ หรือการกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวกับการจราจรภายในเขตระบบรถไฟฟ้า ให้ผู้ขับขี่หรือผู้ใช้ทางปฏิบัติเช่นเดียวกับการใช้ทางตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
ข้อ ๑๐ ห้ามมิให้ขับขี่ยานพาหนะที่บรรทุกวัตถุอันตรายเข้าไปในเขตระบบรถไฟฟ้า เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก รฟม.
ข้อ ๑๑ การขับขี่ยานพาหนะในเขตระบบรถไฟฟ้า ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) ขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง
(๒) ขับขี่ยานพาหนะด้วยอัตราความเร็วตามที่กำหนด
(๓) ยานพาหนะรับจ้างที่ไม่มีผู้โดยสารหรือไม่ได้ขนส่งสิ่งของ ให้จอดรอรับผู้โดยสารหรือรอขนส่งสิ่งของในบริเวณที่กำหนด
(๔) หยุดหรือจอดยานพาหนะในที่ที่กำหนดไว้
(๕) รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีที่ยานพาหนะของตนขัดข้องและกีดขวางทางเดินรถ หรือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
(๖) เคลื่อนย้ายยานพาหนะที่เครื่องยนต์ขัดข้องให้พ้นจากทางโดยเร็วและจัดการเก็บสิ่งของที่ตกหล่นอยู่ออกจากทาง หากไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ให้รีบแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ทราบทันทีและผู้ขับขี่ต้องเสียค่าบริการในการนั้นตามข้อบังคับที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ข้อ ๑๒ เมื่อปรากฏว่ามีผู้ขับขี่ยานพาหนะไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๑ หรือหลักเกณฑ์ที่ รฟม. ประกาศกำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ตักเตือนให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติให้ถูกต้อง
ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนแล้วผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้ขับขี่เคลื่อนย้ายยานพาหนะนั้นให้พ้นทางโดยเร็ว ถ้าผู้นั้นไม่อยู่หรืออยู่แต่ไม่ปฏิบัติตาม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเคลื่อนย้ายยานพาหนะหรือนำยานพาหนะไปเก็บไว้ในสถานที่ที่เห็นสมควรหรือใช้เครื่องมือบังคับยานพาหนะมิให้เคลื่อนย้ายได้
ทรัพย์สินหาย
ข้อ ๑๓ ให้ รฟม. มีหน้าที่จัดให้มีศูนย์รับแจ้งทรัพย์สินหายภายในระบบรถไฟฟ้า
ข้อ ๑๔ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่พบหรือได้รับแจ้งว่ามีทรัพย์สินที่ไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นเจ้าของภายในเขตระบบรถไฟฟ้า ให้นำส่งศูนย์รับแจ้งทรัพย์สินหาย
คนโดยสารหรือบุคคลอื่นที่พบทรัพย์สินที่ไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นเจ้าของภายในเขตระบบรถไฟฟ้าให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ หรือนำส่งศูนย์รับแจ้งทรัพย์สินหาย
ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินที่ไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นเจ้าของนั้น เป็นวัตถุอันตรายให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินการต่อวัตถุดังกล่าว เข้าตรวจสอบและจัดการตามที่หน่วยงานนั้นเห็นสมควร
ข้อ ๑๕ เมื่อศูนย์รับแจ้งทรัพย์สินหายได้รับทรัพย์สินตามข้อ ๑๔ แล้ว ให้จัดทำบัญชีทรัพย์สินหายตามระเบียบที่ รฟม. ประกาศกำหนดและดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีเป็นของสดหรือของเสียง่าย หรือไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง เมื่อพ้นเวลาดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามที่จำเป็นและรายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามระเบียบที่ รฟม. กำหนด
(๒) ในกรณีเป็นทรัพย์สินอื่น ๆ นอกจาก (๑) และสามารถเก็บรักษาได้ ให้จัดเก็บไว้ในสถานที่ที่ รฟม. กำหนด
(๓) ทรัพย์สินที่เก็บรักษาไว้ หากต่อมาปรากฏว่าการเก็บรักษาไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือไม่คุ้มค่าแก่การเก็บรักษาทรัพย์สินนั้น ให้เจ้าหน้าที่รายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามระเบียบที่ รฟม. กำหนดเพื่อขออนุมัติทำลายหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นก่อนครบกำหนดหนึ่งปีได้ และเมื่อจำหน่ายได้เงินสุทธิเท่าใดให้เก็บรักษาไว้แทนตัวทรัพย์สินนั้น
ข้อ ๑๖ ทรัพย์สินที่ได้จัดเก็บไว้หากไม่มีผู้เป็นเจ้าของมาติดต่อรับทรัพย์สินคืนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ รฟม. ได้รับทรัพย์สิน ให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นตกเป็นของ รฟม. และ รฟม. มีอำนาจนำทรัพย์สินนั้นออกจำหน่ายหรือขายทอดตลาดได้
ข้อ ๑๗ การกำหนดราคา วิธีการจำหน่าย หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ได้รับตามข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
เงินที่ได้จากการจำหน่ายหรือขายทอดตลาดให้ตกเป็นรายได้ของ รฟม.
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๘ การจัดการหรือดำเนินการเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงนี้ และการให้สิทธิในการประกอบธุรกิจตามสัมปทานที่มีอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้เป็นไปตามข้อตกลงในสัมปทานนั้น ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๓ กำหนดให้คนโดยสารหรือบุคคลอื่นที่อยู่ภายในเขตระบบรถไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน การรักษาความสงบเรียบร้อย ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเขตระบบรถไฟฟ้าตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ศุภชัย/พิมพ์
๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๗
นวพร/สุนันทา/ตรวจ
๒ กันยายน ๒๕๔๗
ภัทรวีร์/ปรับปรุง
๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐
ศิรวัชร์/ปรับปรุง
๘ ตุลาคม ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๒๗ ก/หน้า ๔/๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).