พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนที่ธรณีสงฆ์ วัดบ่อทองอุดมธรรม ตำบลศรีนคร
อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย
ให้แก่กรมทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๔๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
เป็นปีที่ ๕๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรด
เกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนที่ธรณีสงฆ์ วัดบ่อทองอุดมธรรม ตำบลศรีนคร
อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย ให้แก่กรมทางหลวง เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๘๐
สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๑ (สวรรคโลก) - ปลายราง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระ
ราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราช
กฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาโอนที่ธรณีสงฆ์ วัดบ่อ
ทองอุดมธรรม ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๔๒"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช
กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนที่ธรณีสงฆ์ วัดบ่อทองอุดมธรรม ตำบลศรีนคร อำเภอศรี
นคร จังหวัดสุโขทัย เนื้อที่ ๑ งาน ๗ ตารางวา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ให้แก่กรมทางหลวง
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกา
นี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
+----------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกรมทางหลวงได้ทำ
การสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๘๐ สายแยกทางหลวง
แผ่นดินหมายเลข ๑๐๑ (สวรรคโลก) - ปลายราง ตามที่ได้มีการกำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้าง
ไว้แล้วตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๑๘๐
สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๑ (สวรรคโลก) - ปลายราง พ.ศ. ๒๕๒๙ เสร็จแล้ว
และปรากฏว่าแนวทางหลวงแผ่นดินสายนี้ ตอน กม. ที่ ๒๑+๑๗๐ - กม. ที่ ๒๑+๒๓๕
(ด้านซ้ายทาง) ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ( น.ส. ๓) เลขที่ ๒๖๗ ซึ่งกรมทางหลวงได้
ติดต่อกับกรมการศาลนาเพื่อขอโอนที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง และกรมศาสนาได้นำ
เสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้องและวัดบ่อทองอุดมธรรมได้รับค่าผาติกรรมจากกรม
ทางหลวงแล้ว สมควรโอนที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวงจึงจำเป็นต้องตราพระราช
กฤษฎีกานี้
[รก.๒๕๔๒/๗๐ก/๑๐/๔ สิงหาคม ๒๕๔๒] ปรียนันท์/พิมพ์
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).