พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
(ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๖๐
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ
บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๖๐
เป็นปีที่ ๒
ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา
๒๓/๑ ของหมวด ๒ การแบ่งส่วนราชการ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๒๓/๑ การเปลี่ยนชื่อส่วนราชการตามมาตรา
๑๐ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
และในกรณีที่ชื่อตำแหน่งของข้าราชการกระทรวงกลาโหมในส่วนราชการนั้นเปลี่ยนไป
ให้ระบุการเปลี่ยนชื่อไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย
บทบัญญัติแห่งกฎหมาย
กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ
หรือคำสั่งอื่นใดที่อ้างถึงส่วนราชการหรือตำแหน่งของข้าราชการกระทรวงกลาโหมที่ได้ถูกเปลี่ยนชื่อตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ
หรือคำสั่งนั้นอ้างถึงส่วนราชการหรือตำแหน่งของข้าราชการกระทรวงกลาโหมที่ได้เปลี่ยนชื่อนั้น
แล้วแต่กรณี
การเปลี่ยนชื่อส่วนราชการตามมาตรา
๒๓ วรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
มาตรา ๔ ให้นำความในมาตรา ๒๓/๑ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับกับการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา
๒๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
มิได้บัญญัติให้การเปลี่ยนชื่อส่วนราชการในกระทรวงกลาโหม สามารถกระทำได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาซึ่งแตกต่างกับหลักการเปลี่ยนชื่อกระทรวง
ทบวง กรม ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมชื่อส่วนราชการในพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๕๕๑ ต้องกระทำในรูปแบบการตราพระราชบัญญัติ หรือหากเป็นส่วนราชการภายในที่มีการกำหนดชื่ออยู่ในพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ
แม้การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนชื่อส่วนราชการดังกล่าวสามารถกระทำได้ในรูปแบบการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาก็ตาม
แต่โดยที่อาจมีการบัญญัติชื่อส่วนราชการดังกล่าวไว้ในพระราชบัญญัติอื่นด้วย ทำให้ต้องดำเนินการตราพระราชบัญญัติเพื่อแก้ไขชื่อส่วนราชการที่ถูกเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกัน
อันเป็นภาระต่อกระบวนการนิติบัญญัติ ดังนั้น
เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารราชการของกระทรวงกลาโหมมากยิ่งขึ้น
สมควรกำหนดให้การเปลี่ยนชื่อส่วนราชการในกระทรวงกลาโหม สามารถกระทำได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
และเพื่อมิให้ต้องดำเนินการตรากฎหมายเป็นรายฉบับเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมชื่อส่วนราชการและตำแหน่งของข้าราชการกระทรวงกลาโหมที่ถูกเปลี่ยนชื่อ
สมควรกำหนดให้บทบัญญัติในกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ
หรือคำสั่งอื่นใดที่อ้างถึงส่วนราชการหรือตำแหน่งของข้าราชการกระทรวงกลาโหมเดิม
ให้ถือว่าอ้างถึงส่วนราชการหรือตำแหน่งของข้าราชการกระทรวงกลาโหมที่ได้เปลี่ยนชื่อนั้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
วริญา/ปริยานุช/จัดทำ
๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐
ปริญสินีย์/ตรวจ
๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๓๒ ก/หน้า ๔๘/๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).